แพทย์ เผย ภัยเงียบเส้นเลือดในสมองแตก โรคร้ายที่คร่าชีวิต น.ส.พิจิตรา ทรงฤกษ์ ประชาสัมพันธ์ จ.เพชรบูรณ์ โดยมีเพื่อนร่วมวิชาชีพและญาติเดินทางมาร่วมชันสูตรจำนวนมาก เนื่องจากเป็นคนมีชื่อเสียงในจังหวัด แนะหมั่นสังเกตอาการตนเองอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในช่วงที่สภาพอากาศเมืองไทยค่อนข้างร้อนจัด

เมื่อวันที่ 20 เม.ย.59 จากกรณีที่เมื่อวานนี้ (19 เม.ย.) มีผู้พบศพ น.ส.พิจิตรา ทรงฤกษ์ หรือ หนุ่ย อายุ 55 ปี ประชาสัมพันธ์จังหวัดเพชรบูรณ์ นอนคว่ำหน้าเสียชีวิต อยู่บริเวณห้องโถงในห้องพัก หมู่บ้านเพชรชมพู ต.สะเดียง อ.เมืองเพชรบูรณ์ โดยจากการตรวจสอบพบผู้เสียชีวิตสวมชุดข้าราชการสีกากีนอนคว่ำหน้า แพทย์ชันสูตรพบบาดแผลถลอกที่บริเวณหน้าผากปลายคิ้วด้านขวา ตรวจสอบไม่พบร่องรอยรื้อค้นทรัพย์สินหรือมีร่องรอยการต่อสู้ เบื้องต้นตำรวจและแพทย์สันนิษฐานว่าเสียชีวิตด้วยโรคประจำตัว ก่อนส่งให้แพทย์ชันสูตรโดยละเอียดอีกครั้งที่ โรงพยาบาลพุทธชินราช อ.เมืองพิษณุโลก ตามที่ได้มีการเสนอข่าวให้ทราบไปแล้วนั้น

ล่าสุด ร.ต.อ.ธนวัฒน์ ไวกสิกรรม รอง สว.สอบสวน สภ.เมืองเพชรบูรณ์ ได้เดินทางมาร่วมชันสูตรกับแพทย์ที่นิติเวชโรงพยาบาลพุทธชินราช โดยมีเพื่อนร่วมวิชาชีพ และญาติสนิท เดินทางมาด้วยจำนวนมาก เนื่องจากผู้เสียชีวิตเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงของจังหวัดเพชรบูรณ์ ส่วนสาเหตุการเสียชีวิตของ น.ส.พิจิตรา นั้น นายแพทย์ชวกิต ศรีเมืองวงษ์ นิติเวชโรงพยาบาลพุทธชินราช เปิดเผยว่า จากการผ่าชันสูตรร่างผู้เสียชีวิตอย่างละเอียด พบว่าสาเหตุของการเสียชีวิตเกิดจาก เลือดออกในสมองจากโรคธรรมชาติ คือก้านสมองแตก อาจจะเกิดจากสภาพอากาศที่ร้อนจัดหรือโรคประจำตัวกำเริบ จึงทำให้ผู้เสียชีวิตเกิดหมดสติ ประกอบกับอาศัยอยู่เพียงลำพังจึงไม่มีใครมาพบเหตุ จนเสียชีวิตดังกล่าว

...

นายแพทย์ชวกิต เปิดเผยอีกว่า อาการของเส้นเลือดในสมองแตกเป็นภัยเงียบในปัจจุบัน สาเหตุเกิดจากความดันสูง มักพบว่าผู้ป่วยจะมีอาการปวดศีรษะ แต่บางรายอาจไม่มีก็ได้ บางรายอาจเกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียน หมดสติหรือระดับความรู้สึกตัวแขนขาอ่อนแรงข้างใดข้างหนึ่ง พูดไม่ชัด หรือถ้าเกิดในสมองเด่น (เป็นสมองข้างที่เด่นซึ่งในคนมักเป็นข้างซ้าย) ทำให้พูดไม่ได้ อาการที่แสดงจะขึ้นกับขนาดของก้อนเลือด และอาการจะเป็นขึ้นอย่างรวดเร็ว เฉียบพลัน ผู้ป่วยบางรายอาจมีเส้นเลือดแตกก่อนแล้วล้มลง ทำให้มีการเข้าใจผิดว่าเลือดออกจากการที่ศีรษะกระแทกพื้นหรือกระทบของแข็งอื่น อาการลักษณะนี้มักเกิดขึ้นเฉียบพลัน ผู้ป่วยจึงควรสังเกตอาการตนเองอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในช่วงที่สภาพอากาศเมืองไทยร้อนจัดเช่นนี้.