ญาติเหยื่อโรงงานอบลำไยระเบิดปี 42 เข้าฟังคำพิพากษาศาลฎีกา หลังยื่นฟ้องเรียกค่าเสียหายผู้เสียชีวิตรายละ 5 แสนบาท ขณะศาลเลื่อนอ่านคำพิพากษา พร้อมออกหมายจับจำเลยที่ 3 หลังประวิงเวลา ไม่ยอมมาศาล นัดใหม่ 27 พ.ค. 59
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 20 เม.ย. 59 ที่ห้องพิจารณาคดีบัลลังก์ที่ 15 ศาลจังหวัดเชียงใหม่ นัดอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา คดีที่พนักงานอัยการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง บริษัท หงษ์ไทยเกษตรพัฒนา จำกัด พร้อมพวกรวม 3 คน ในความผิด พ.ร.บ.โรงงาน ข้อหาประมาททำให้ผู้อื่นเสียชีวิต หลังโรงงานลำไยอบแห้งของบริษัท ระเบิดเมื่อปี 2542 มีผู้เสียชีวิต 36 คน บาดเจ็บสาหัสและบาดเจ็บเล็กน้อย 102 คน โดยศาลอุทธรณ์พิพากษาจำคุก นายประธาน ตรีฉัตร กรรมการผู้จัดการ นายเทิดพันธุ์ ฉันทโรจน์ศิริ ประธานกรรมการบริหาร คนละ 10 ปี 6 เดือน โดยไม่รอลงอาญา พร้อมออกหมายจับ นายลี หงเหิร เจ้าของโรงงานชาวไต้หวัน ที่หลบหนีมาดำเนินคดี และได้ประกันตัวออกมาต่อสู้คดี ซึ่งคดีดังกล่าวยืดเยื้อมาถึง 17 ปี จนถึงศาลฎีกา
นางรัชนี นิลจันทร์ ผู้ประสานงานกรณีโรงงานลำไยระเบิด พาตัวแทนชาวบ้านและญาติที่เสียชีวิตเดินทางมารับฟังการพิพากษาที่ศาลจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมกล่าวว่า หลังจากเกิดเหตุนอกจากมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ บ้านเรือนรอบโรงงานก็เสียหายทั้งหมด 571 หลังคาเรือน รวมค่าเสียหายทั้งสิ้น 113 ล้านบาท โดยทางชาวบ้านได้รับการชดใช้ค่าเสียหายจากทางรัฐบาลบางส่วน
พร้อมกันนั้น ชาวบ้านยังรวมตัวกันฟ้องร้องทั้งทางแพ่งและอาญา โดยผู้เสียหายเป็นญาติของผู้เสียชีวิตทั้งหมด 25 ราย ยื่นฟ้องต่อศาลจังหวัดเชียงใหม่ เรียกค่าเสียหายรายละ 5 แสนบาท และต่อมาญาติผู้เสียชีวิต 21 ราย ยอมถอนฟ้อง พร้อมกับยอมรับเงินชดเชยค่าเสียชีวิตรายละ 5 หมื่นบาท ยังคงเหลือที่สู้มาจนถึงศาลฎีกา จำนวน 4 ราย ที่เรียกค่าเสียหายรายละ 5 แสนบาท จึงมาฟังคำพิพากษาในวันนี้
...
อย่างไรก็ตาม นางรัชนี กล่าวว่าอีกว่า หลังจากที่ศาลอุทธรณ์ พิพากษาไปแล้ว ทางญาติก็พอใจ วันนี้จึงมาฟังคำตัดสินของศาลฎีกา เพื่อนำคำพิพากษาของศาลไปยื่นประกอบคำฟ้องเรียกค่าเสียหายในทางแพ่งต่อไป
ทั้งนี้ นายประธาน จำเลยที่ 2 ได้เดินทางมาศาล ส่วน นายเทิดพันธุ์ จำเลยที่ 3 ได้ให้ทนายความนำใบรับรองรองแพทย์มายื่นต่อศาลระบุว่า มีนัดต้องผ่าตัด ในวันที่ 21 เม.ย. เป็นเหตุผลกล่าวอ้างในการไม่สามารถเดินทางมาตามนัดของศาลได้ ขณะที่ นายลี นายทุนชาวไต้หวัน ศาลออกหมายจับ และหลบหนีออกนอกประเทศไปแล้ว ศาลพิเคราะห์จากใบรับรองแพทย์แล้วเห็นว่า นายเทิดพันธุ์ ประวิงเวลา จึงออกหมายจับให้ติดตามจับกุมมาฟังคำพิพากษา และนัดเลื่อนอ่านคำพิพากษาเป็นวันที่ 27 พ.ค. 59 ในเวลา 09.00 น.
หนึ่งในตัวแทนผู้เสียชีวิต กล่าวว่า ทางญาติพอใจในกระบวนการยุติธรรม แม้ว่าจะต่อสู้มายาวนานร่วม 17 ปี แล้วก็ตาม และจะกลับมาฟังคำฟังพิพากษาของศาลฎีกา เพื่อนำไปประกอบในคดีการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายทางแพ่งต่อไป.