พายุฤดูร้อนแผลงฤทธิ์ พัดถล่มหลายพื้นที่ ศรีสะเกษอ่วมบ้านพังยับ 779 หลัง เสาไฟฟ้าหักโค่นไฟฟ้าดับเป็นวงกว้าง สกลนครฟ้าผ่ากลางทุ่งนา วัวตาย 7 ตัวส่วนพ่อเมืองกำแพงเพชร ลงพื้นที่ให้กำลังใจประชาชน หลังพายุถล่มบ้านพังกว่า 200 หลัง ส่วน อ.ภูเรือ จ.เลย ลูกเห็บถล่มรถพัง บ้านเสียหายกว่า 10 หลัง โชคดีไร้คนเจ็บ ปภ.เตือน 53 จังหวัด รับมือพายุฤดูร้อน-ลูกเห็บถล่มช่วง 19-21 เม.ย. เกาะติดสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง จัดชุดเคลื่อนที่เร็วประจำจุดเสี่ยง อุตุฯประกาศเตือนระวังอันตรายจากพายุ แนะอยู่ห่างจากต้นไม้ใหญ่ และสิ่งก่อสร้างที่ไม่แข็งแรง

ปภ.เตือน 53 จังหวัด รับมือพายุฤดูร้อนและลูกเห็บถล่ม ขณะที่หลายจังหวัดพายุพัดถล่มบ้านเรือนพังเสียหาย เปิดเผยเมื่อวันที่ 19 เม.ย. นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า ช่วงวันที่ 19-21 เม.ย. ความกด อากาศสูงจากประเทศจีน ซึ่งเป็นอากาศเย็นจะแผ่ลงมา ปกคลุมประเทศไทยบริเวณภาคเหนือด้านตะวันออก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคกลาง ทำให้บริเวณดังกล่าวเกิดพายุฤดูร้อน มีฝนฟ้า คะนอง ลมกระโชกแรง ลูกเห็บตกบางพื้นที่ จึงได้ประสาน 53 จังหวัด คือ ภาคเหนือ 11 จังหวัด ได้แก่ ตาก อุตรดิตถ์ เพชรบูรณ์ ลำปาง ลำพูน เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน เชียงราย พะเยา น่าน และแพร่

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 20 จังหวัด ได้แก่ นครราชสีมา ชัยภูมิ บุรีรัมย์ สุรินทร์ ขอนแก่น กาฬสินธุ์ มหาสารคาม ร้อยเอ็ด สกลนคร นครพนม มุกดาหาร อุบลราชธานี ยโสธร ศรีสะเกษ อำนาจเจริญ อุดรธานี เลย หนองบัวลำภู หนองคาย และบึงกาฬ ภาคตะวันออก 7 จังหวัด ได้แก่ ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา จันทบุรี ชลบุรี ระยอง และตราด ภาคกลาง 15 จังหวัด ได้แก่ พระนครศรีอยุธยา สระบุรี สุพรรณบุรี กาญจนบุรี นครนายก กำแพงเพชร นครสวรรค์ พิจิตร อุทัยธานี พิษณุโลก สุโขทัย ชัยนาท ลพบุรี สิงห์บุรี และอ่างทอง เตรียมรับมือพายุฤดูร้อน พร้อมจัดเจ้าหน้าที่และมิสเตอร์เตือนภัยติดตามเฝ้าระวังสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง และเตรียมชุดเคลื่อนที่เร็ว เครื่องมืออุปกรณ์ประจำพื้นที่เสี่ยง ให้พร้อมปฏิบัติการเผชิญเหตุและช่วยเหลือผู้ประสบภัยทันทีที่เกิดเหตุ

...

ด้านนายวีระศักดิ์ วิเชียรแสน ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดกาฬสินธุ์ เปิดเผยว่า เมื่อช่วงค่ำวันที่ 18 เม.ย. เกิดพายุฤดูร้อนและลูกเห็บตกในพื้นที่ 7 อำเภอ ประกอบด้วย อ.ห้วยเม็ก อ.คำม่วง อ.ร่องคำ อ.กมลาไสย อ.ยางตลาด อ.สามชัย และ อ.กุฉินารายณ์ ส่งผลให้บ้านเรือนราษฎรได้รับความเสียหาย 83 หลัง โดยเฉพาะพื้นที่หมู่ 6 ต.นากโก อ.กุฉินารายณ์ พายุพัดถล่มบ้านไม้ทรงไทย 2 ชั้น อยู่ระหว่างการก่อสร้าง ส่งผลให้บ้านพังเสียหายทั้งหลังแต่โชคดีไม่มีผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต ทางจังหวัดเร่งสำรวจความเสียหายและให้ความช่วยเหลือโดยด่วนแล้ว

ส่วนที่ จ.สกลนคร เกิดพายุฤดูร้อนพัดถล่มในพื้นที่ อ.เต่างอย และ อ.สว่างดินแดน ทำให้บ้านเรือนได้รับความเสียหาย 33 หลัง นอกจากนี้เกิดเหตุฟ้าผ่าลงกลางทุ่งนา ต.ดงมะไฟ อ.เมืองสกลนคร ทำให้วัวของนายสังวาลย์ อ่อนจงไกร อายุ 51 ปี ที่เลี้ยงไว้ 14 ตัว เสียชีวิตทันที 7 ตัว และต้องขายซากตัวละ 1,000-1,500 บาท จากเดิมที่จะขายได้ตัวละ 30,000 บาท

ขณะที่นายสุชาติ นพวรรณ ผวจ.หนองคาย พร้อมด้วย พล.ต.ต.สมชาย นุ่มโต ผบก.ภ.จ.หนองคาย และนายพีระพล ยังขาว ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดหนองคาย ลงพื้นที่สำรวจความเสียหายจากพายุฤดูร้อนพัดถล่มพื้นที่ ต.นางิ้ว อ.สังคม จ.หนองคาย เมื่อช่วงค่ำวันที่ 18 เม.ย. ส่งผลให้บ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก นายสุชาติ เปิดเผยว่า พายุพัดถล่มพื้นที่ อ.สังคม และ อ.โพนพิสัย มีบ้านเรือนประชาชนเสียหายกว่า 100 หลัง โดยเฉพาะที่ สภ.นางิ้ว ได้รับความเสียหายอย่างหนัก หลังคากระเบื้องถูกพายุพัดหลุดไปทั้งแถบ นอกจากนี้มีต้นไม้ขนาดใหญ่หักโค่นหลายจุด สั่งให้เจ้าหน้าที่เข้าให้ความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน

ส่วนที่ จ.ศรีสะเกษ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงค่ำวันที่ 18 เม.ย. เกิดพายุฤดูร้อนพัดถล่มพื้นที่ อ.อุทุมพรพิสัย อ.ราษีไศล อ.ศิลาลาด อ.ยางชุมน้อย อ.กันทรลักษ์ และ อ.ภูสิงห์ รวม 14 ตำบล 29 หมู่บ้าน บ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหาย 779 หลัง นอกจากนี้ พบเสาไฟฟ้าแรงสูงหักโค่นล้มขวางถนนหลายจุด ไฟฟ้าดับเป็นเวลานาน นายธวัช สุระบาล รรท.ผวจ.ศรีสะเกษ เปิดเผยว่า ได้เดินทางลงไปเยี่ยมผู้ประสบภัยแล้ว พร้อมประสานให้ทุกพื้นที่เร่งสำรวจความเสียหายเพื่อให้ความช่วยเหลือ และให้ทหารกองกำลังรักษาความสงบประจำพื้นที่ศรีสะเกษ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งซ่อมแซมบ้านเรือนประชาชนเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน

เวลา 16.00 น. วันที่ 19 เม.ย. เกิดพายุฤดูร้อนและลูกเห็บตกลงมาในพื้นที่ หมู่ 1, 2, 6 และ 7 ต.หนองบัง อ.ภูเรือ จ.เลย ทำให้บ้านเรือนประชาชนรวมถึงร้านค้าได้รับความเสียหายหลายหลัง นายกิตติคุณ บุตรคุณ นายอำเภอภูเรือ เปิดเผยว่า ได้ลงพื้นที่สำรวจความเสียหายแล้ว เบื้องต้นพบว่ามีลูกเห็บขนาดใหญ่ตกลงมาประมาณ 30 นาที ส่งผลให้บ้านเรือนเสียหายกว่า 10 หลัง และมีรถยนต์ของประชาชนได้รับความเสียหายหลายคัน แต่ยังไม่มีรายงานผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ

ส่วนที่ จ.เชียงราย เกิดพายุลูกเห็บตกลงในพื้นที่ ต.เวียง และ ต.ป่าสัก อ.เชียงแสน นานกว่า 15 นาที ลูกเห็บมีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 2 เซนติเมตร ทำให้ประชาชนและรถ จยย.ที่สัญจรอยู่บนถนน ตื่นตระหนกพากันวิ่งเข้าไปหลบตามร้านค้า แต่โชคดีไม่มีผู้บาดเจ็บและไม่มีบ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหาย

วันเดียวกัน นายธานี ธัญญาโภชน์ ผวจ.กำแพงเพชร พร้อมคณะเดินทางไปวัดท่าคูณ หมู่ 1 ต.โกสัมพี อ.โกสัมพีนคร เพื่อตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจประชาชน ภายหลังพายุฤดูร้อนพัดถล่มในพื้นที่ ทำให้บ้านเรือนได้รับความเสียหายจำนวนมาก นายธานีเปิดเผยว่า พายุพัดถล่มพื้นที่ 12 หมู่บ้าน ต.โกสัมพี ทำให้บ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหาย 191 หลัง สั่งให้เจ้าหน้าที่ออกสำรวจความเสียหายและซ่อมแซมบ้านเรือนประชาชน รวมถึงมอบถุงยังชีพเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน นางกัญญามล เขตวัน อายุ 45 ปี อยู่บ้านเลขที่ 5 หมู่ 13 ต.โกสัมพี อ.โกสัมพีนคร เปิดเผยว่า พายุพัดอย่างรุนแรงกว่า 30 นาที ทำให้หลังคาบ้านปลิวไปติดตามสายไฟและตกตามทุ่งนา ข้าวของภายในบ้านได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก

เช่นเดียวกับ จ.อุทัยธานี เกิดพายุฤดูร้อนพัดถล่มในพื้นที่ ต.ลานสัก และ ต.ระบำ อ.ลานสัก ส่งผลให้บ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหาย 83 หลัง เบื้องต้นทางอำเภอลานสักประสานกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ลงพื้นที่สำรวจความเสียหายและเร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนแล้ว

...

ด้าน พล.ท.เทพพงศ์ ทิพยจันทร์ แม่ทัพ ภาคที่ 1 สั่งการให้ พ.อ.ปรมาธร บุนนาค ผบ.ฉก.กรม ทพ.12 กกล.บูรพา นำถุงยังชีพจากกองทัพบก มอบให้กับประชาชนในพื้นที่ ต.หันทราย อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน ภายหลังถูกพายุฤดูร้อนพัดถล่มเมื่อวันที่ 18 เม.ย. ส่งผลให้บ้านเรือนพังเสียหายกว่า 156 หลัง มีประชาชนได้รับความเดือดร้อนกว่า 300 คน

เย็นวันเดียวกัน กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศเตือนภัย “พายุฤดูร้อนบริเวณประเทศไทยตอนบน” ฉบับที่ 6 ระบุว่า ช่วงวันที่ 19-21 เม.ย. บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคกลาง จะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีลักษณะฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และมีลูกเห็บตกบางพื้นที่ ขอให้ประชาชนระมัดระวังอันตรายจากพายุลมแรงที่จะเกิดขึ้น รวมถึงอยู่ห่างจากต้นไม้ใหญ่ ป้ายโฆษณา และสิ่งก่อสร้างที่ไม่แข็งแรง

ทั้งนี้ เนื่องจากความกดอากาศสูงจากประเทศจีน เป็นอากาศเย็นได้แผ่ลงมาปกคลุมภาคเหนือด้านตะวันออก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคกลาง ในบริเวณดังกล่าวนี้มีอากาศร้อนโดยทั่วไป และมีอากาศร้อนจัดหลายพื้นที่อยู่ก่อนแล้ว ทำให้เกิดความแตกต่างของมวลอากาศและมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น