“บิ๊กป๊อก” แถลงปิดศูนย์ ศปถ.สรุป 7 วันอันตรายช่วงเทศกาลสงกรานต์เกิดอุบัติเหตุ 3,447 ครั้ง ยอดตาย 442 ศพ บาดเจ็บ 3,656 คน ชี้สาเหตุหลักเมาแล้วขับ กรุงเทพฯ-โคราช แชมป์ยอดตายสูงสุด 19 ศพ เล็งปรับลดระดับตรวจแอลกอฮอล์จาก 50 เป็น 20 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ขณะที่ ปภ.ไม่ปลื้มเผยยอดตายสูงสุดในรอบ 10 ปี คสช. เผยมาตรการ “ดื่มไม่ขับ จับยึดรถ” พบทำผิด 277,055 ครั้ง ยึดรถ 6,613 คัน เชียงแสนเล่นน้ำส่งท้ายสงกรานต์คึกคัก นักท่องเที่ยวแห่ไปเกาะสีชัง จ.ชลบุรี ร่วมงานวันไหลอุ้มสาวลงน้ำ
สิ้นสุดเทศกาลสงกรานต์ ศปถ.สรุปสถิติ 7 วัน อันตราย ยอดตาย 442 ศพ บาดเจ็บ 3,656 คน เปิดเผยเมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 18 เม.ย. ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย เป็นประธานปิดศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุบนถนน (ศปถ.) และแถลงสรุปผลดำเนินงานลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ ปี 2559 ว่า สถิติเกิดอุบัติเหตุทางถนนประจำวันที่ 17 เม.ย. เป็นวันที่ 7 ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของการรณรงค์ “สงกรานต์ปลอดภัย ส่งเสริมวัฒนธรรมไทย” เกิดอุบัติเหตุ 343 ครั้ง มีผู้เสียชีวิต 45 ศพ มีผู้บาดเจ็บ 385 คน สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ขับเร็วเกินกำหนด ร้อยละ 35.57 ยานพาหนะเกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถ จยย. ร้อยละ 79.14 จังหวัดที่เกิดอุบัติสูงสุด ได้แก่ นครศรีธรรมราช และเชียงใหม่ 14 ครั้ง จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุด ได้แก่ เชียงใหม่ และประจวบคีรีขันธ์ 4 ศพ จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด ได้แก่ นครศรีธรรมราช 18 คน เรียกตรวจยานพาหนะ 617,870 คัน มีผู้ถูกดำเนินคดี 95,483 คน
...
สรุปยอดรวมอุบัติเหตุทางถนนตลอด 7 วัน ระหว่างวันที่ 11-17 เม.ย. เกิดอุบัติเหตุรวม 3,447 ครั้ง มีผู้เสียชีวิต 442 ศพ มีผู้บาดเจ็บ 3,656 คน จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิตมี 4 จังหวัด ได้แก่ ตราด ยะลา ระนอง และหนองบัวลำภู จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุด ได้แก่ เชียงใหม่ 168 ครั้ง จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด ได้แก่ กรุงเทพฯ และนครราชสีมา 19 ศพ และจังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุด ได้แก่ เชียงใหม่ 175 คน สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุดอันดับหนึ่งคือเมาสุรา รองลงมาคือขับรถเร็วเกินกำหนด รถ จยย.เป็นพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด
พล.อ.อนุพงษ์กล่าวต่อว่า จากสถิติพบว่ามีผู้เสียชีวิตและเกิดอุบัติเหตุมากกว่าเทศกาลสงกรานต์ ปี 2558 ให้แต่ละจังหวัดรวบรวมข้อมูล เพื่อวิเคราะห์ก่อนเสนอคณะกรรมการให้แก้กฎหมาย จะประมวลสาเหตุทั้งหมดให้เสร็จสิ้นภายใน 5 เดือน ตั้งแต่กฎหมายป้องกัน มาตรการใช้รถใช้ถนนมีความรับผิดชอบ ปฏิบัติตามกฎจราจร ขณะเดียวกัน จะศึกษาการตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ เทียบจากมาตรฐานสากลที่กำหนดไว้ให้ไม่เกิน 20 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ อาจจะมีการปรับลดจากกำหนดเดิมห้ามเกิน 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับอุบัติเหตุสะสม 7 วัน ในปี 2558 เกิดอุบัติเหตุรวม 3,373 ครั้ง มีผู้เสียชีวิต 364 ศพ ผู้บาดเจ็บ 3,559 คน สาเหตุการเกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ เมาสุรา ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถ จยย. สำหรับ 7 วันอันตรายเทศกาลสงกรานต์ 2559 เกิดอุบัติเหตุ และเสียชีวิตมากกว่าปี 2558 โดยเกิดอุบัติเหตุมากกว่า 74 ครั้ง มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 78 ศพ และมีผู้บาดเจ็บมากกว่า 97 คน
นายกอบชัย บุญอรณะ รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า สำหรับสถิติอุบัติเหตุทางถนนรวม 7 วัน โดยเฉพาะยอดของผู้เสียชีวิตถือว่าเพิ่มสูงสุดในรอบ 10 ปี จากอดีตที่มีผู้เสียชีวิตในช่วงเทศกาลมากกว่า 500 ศพ กระทั่งมีการเพิ่มมาตรการต่างๆ จนลดจำนวนผู้เสียชีวิตลงมาประมาณ 300 กว่าศพ แต่ในปีนี้ยอดผู้เสียชีวิตสูงถึง 442 ศพ แม้ว่าทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะดำเนินการมาตรการอย่างเข้มข้น แต่จากการสำรวจข้อมูลพบว่าปีนี้มีการใช้รถยนต์ส่วนบุคคลในการเดินทางเพิ่มขึ้นร้อยละ 10 รวมถึงดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ทำให้โอกาสที่จะเกิดอุบัติเหตุและมีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นตามไปด้วย
นพ.แท้จริง ศิริพานิช เลขาธิการมูลนิธิเมาไม่ขับ เปิดเผยกรณีมีผู้เสียชีวิตในช่วง 7 วันอันตราย 442 ศพ ว่า ต้องขอขอบคุณทุกหน่วยงานที่ช่วยกันอย่างเต็มที่ ส่วนตนและเจ้าหน้าที่ทุกคนรู้สึกไม่ท้อ เพราะท้อไม่ได้เราต้องหามาตรการใหม่ออกมาช่วยกันรณรงค์ให้คนที่เมาแล้วขับกลัวกฎหมาย ใช้ยาแรงเหมือนต่างประเทศ ส่วนเรื่องการยึดรถช่วยได้แต่น้อยไป
ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม เปิดเผยว่า รู้สึกพอใจการดูแลรักษาความปลอดภัยช่วงเทศกาลสงกรานต์ ต้องขอบคุณตำรวจ ทหาร ข้าราชการ ฝ่ายปกครอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ตลอดจนประชาชนที่ให้ความร่วมมืออย่างดี ส่วนสถิติอุบัติเหตุที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากมีประชาชนใช้รถใช้ถนนจำนวนมาก ส่วนใหญ่ เกิดจากขับรถเร็วและดื่มสุรา อยากให้ประชาชนตระหนัก เรื่องนี้และเตรียมหารือกับ รมว.คมนาคม ให้แก้ไขกฎหมายเพื่อบัญญัติเรื่องเมาแล้วขับจับยึดรถ โดยให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เร่งรัดพิจารณาด้วย
...
ด้าน พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เปิดเผยว่า หลังจาก คสช. และรัฐบาลมอบให้กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย ตำรวจ และฝ่ายปกครอง ร่วมดูแลและอำนวยความสะดวกประชาชนช่วงเทศกาลสงกรานต์ระหว่าง 9-17 เม.ย. ตามมาตรการ “ดื่มไม่ขับ จับยึดรถ” เพื่อป้องกันและลดอุบัติเหตุ พบผู้กระทำความผิด 277,055 ครั้ง (แยกเป็นรถ จยย. 153,626 คัน รถโดยสารสาธารณะและรถยนต์ส่วนบุคคล 123,429 คัน) เจ้าหน้าที่ส่งดำเนินคดี 142,820 คน (แยกเป็นรถ จยย. 83,697 คน รถโดยสารสาธารณะและรถยนต์ส่วนบุคคล 59,123 คน) ยึดใบอนุญาตขับขี่ 17,449 คน (แยกเป็นรถ จยย. 908 คน รถโดยสารสาธารณะและรถยนต์ส่วนบุคคล 16,541 คน) และยึดรถที่ฝ่าฝืนมาตรการดื่มไม่ขับ 6,613 คัน (แยกเป็นรถ จยย. 4,963 คัน และรถยนต์ 1,650 คัน)
พ.อ.หญิง ศิริจันทร์กล่าวต่อว่า จากมาตรการ “ดื่มไม่ขับ จับยึดรถ” ประชาชนส่วนใหญ่ให้การตอบรับและให้ความสำคัญกับมาตรการนี้ รวมทั้งเสนอให้ คสช. ดำเนินมาตรการนี้ต่อเนื่องตลอดปี เพื่อช่วยลดและป้องกันความสูญเสีย จากอุบัติเหตุบนท้องถนนที่เกิดจากการดื่มแอลกอฮอล์ ทั้งนี้ คสช.หวังว่ามาตรการดังกล่าว จะเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยกระตุ้นประชาชนให้เห็นถึงความสำคัญของการใช้รถใช้ถนน ด้วยความระมัดระวังและปฏิบัติตามกฎแห่งความปลอดภัยอย่างจริงจัง เพื่อให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งความปลอดภัยอย่างแท้จริง
ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงคมนาคมว่า การให้บริการขนส่งสาธารณะช่วงเทศกาลสงกรานต์ ระหว่างวันที่ 8-17 เม.ย. พบว่ามีผู้โดยสารที่ใช้บริการรถขนส่งสาธารณะทุกประเภท เช่น รถไฟ บขส. รถร่วม บขส. และเรือท่องเที่ยว ประมาณ 17.91 ล้านคน จากเดิมกระทรวงคมนาคมคาดว่าจะมีผู้โดยสารเดินทางประมาณ 20.43 ล้านคน ส่วนสาเหตุมาจากราคาน้ำมันอยู่ในระดับต่ำ ทำให้ประชาชนเดินทางด้วยรถส่วนตัวมากขึ้น ส่วนการยกเว้นค่าผ่านทางพิเศษระหว่างวันที่ 9-17 เม.ย. ผ่านทางหลวงพิเศษ หมายเลข 7 (กรุงเทพฯ- บ้านฉาง) และทางหลวงพิเศษ หมายเลข 9 วงแหวนรอบนอก (บางปะอิน-บางพลี) มีปริมาณรถที่ใช้ 126,550 คัน ส่งผลให้การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) สูญเสียรายได้ประมาณ 5.19 ล้านบาท
...
นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร ผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยว่า ตั้งแต่วันที่ 8-14 เม.ย. มียอดผู้โดยสารรถไฟ 672,396 คน รฟท.จัดรถไฟเพียงพอกับความต้องการไม่มีผู้โดยสารตกค้าง สำหรับเที่ยวกลับได้เพิ่มขบวนรถพิเศษเส้นทางสายเหนือ และสายตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นขบวนรถไฟฟรี 15 ขบวน ตั้งแต่วันที่ 16-18 เม.ย. รองรับผู้โดยสารประมาณ 30,000 คน
นายนพรัตน์ การุณยะวนิช รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ฝ่ายบริหารการเดินรถ รักษาการแทนกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) เปิดเผยว่า ประชาชนทยอยเดินทางกลับกรุงเทพฯ ตั้งแต่วันที่ 14-15 เม.ย. วันละ 100,000 คน บขส. จัดรถโดยสาร 15,500 เที่ยว ส่วนวันที่ 16-17 เม.ย. จัดรถโดยสาร 17,450 เที่ยว รองรับประชาชน 338,494 คน คาดว่าวันที่ 18 เม.ย. จะมีประชาชนเดินทางกลับ 169,048 คน จัดรถโดยสารรองรับ 1,062 เที่ยว
สำหรับบรรยากาศ วันสุดท้ายงานมหาสงกรานต์เมืองเชียงแสน จัดขึ้นบริเวณริมแม่น้ำโขง หน้าที่ว่าการอำเภอเชียงแสน จ.เชียงราย ตั้งแต่ช่วงเช้ามีประชาชนและนักท่องเที่ยว รวมถึงชาว สปป.ลาว เดินทางมาร่วมเล่นน้ำอย่างคึกคัก เช่นเดียวกับที่ ชายหาดเกาะขามใหญ่ หมู่ 7 ต.ท่าเทววงษ์ อ.เกาะสีชัง จ.ชลบุรี นายวรวิทย์ ศรีอนันต์รักษา สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) พร้อมด้วยนายประสิทธิ์ อินทโชติ นายอำเภอเกาะสีชัง เปิดงานวันไหลสงกรานต์เกาะสีชัง หรือ “อุ้มสาวลงน้ำ” โดยมีประชาชนและนักท่องเที่ยวร่วมงานจำนวนมาก ขณะเดียวกัน ประชาชนและนักท่องเที่ยวนับหมื่นคน ร่วมเล่นน้ำสงกรานต์วันไหลนาเกลือ บริเวณถนนพัทยา-นาเกลือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี บรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคัก ท่ามกลางอากาศที่ร้อนอบอ้าว ส่งผลให้การจราจรติดขัด
...
วันเดียวกัน นายสมเจตน์ เกตุวัตถา นายกเทศมนตรีตำบลบางพระ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี เป็นประธานแห่หุ่นองค์พญายม หน้าตักกว้าง 45 นิ้ว สูง 50 นิ้ว จากคอเขาบางพระไปตามถนนและวนรอบตลาดบางพระ จากนั้นนำไปลอยที่ชายทะเลบางพระ ถือเป็นประเพณีเก่าแก่สืบทอดมากว่า 100 ปี ตลอดเส้นทางมีประชาชนจำนวนมากออกมาสาดน้ำ และบวงสรวงขอพรให้อยู่เย็นเป็นสุข โดยเชื่อว่าจะช่วยสะเดาะเคราะห์ และปล่อยความทุกข์ให้ลอยไปในทะเล