ช่างรังวัดวัย 29 ปี กลายเป็นศพถูกรถทับแหลกเหลวอยู่บนถนนในเมืองพิษณุโลก โชฟอร์แท็กซี่เล่านาทีสยอง ลงมาช่วยโบกรถให้หลบศพ แต่ยังมีปิกอัพเหยียบซ้ำเพราะมองไม่เห็น คาดเมาจอดรถลงไปฉี่ แต่เดินโซเซจนถูกชนตาย...
วันที่ 18 เม.ย. ร.ต.อ.นพดล ไม้งาม รอง สว.สอบสวน สภ.เมืองพิษณุโลก รับแจ้งมีเหตุคนเสียชีวิตอยู่บนถนนสายเลี่ยงเมือง สี่แยกประโดก-แสงดาว หมายเลข 126 หลัก กม.ที่ 13 (ขาล่อง) หมู่ 3 ต.หัวรอ ไปตรวจสอบพร้อมแพทย์เวร รพ.พุทธชินราช และเจ้าหน้าที่สมาคมกู้ภัยข่าวภาพ
พบศพผู้เสียชีวิตนอนคว่ำหน้าอยู่กลางถนนสวมกางเกงยีนส์สีน้ำเงินเพียงตัวเดียว ทราบชื่อต่อมาคือ นายสุรพงศ์ มูลสาร อายุ 29 ปี บ้านเลขที่ 25 หมู่ 7 ต.โป่งนก อ.เทพสถิต จ.ชัยภูมิ สภาพศพแหลกเละทั้งตัว เศษเนื้อ เศษกะโหลกเกลื่อนพื้น
ห่างจากศพไปทางทิศตะวันออกประมาณ 20 เมตร พบรถยนต์โตโยต้า วีออส สีดำ หมายเลขทะเบียน สณ 4457 กรุงเทพมหานคร จอดเปิดไฟหรี่อยู่ริมถนน สภาพเครื่องยนต์ดับเนื่องจากแบตเตอรี่หมด ภายในรถพบเอกสารสำคัญหลายอย่าง และเสื้อยืดแขนสั้นคอปกสีแดงวางอยู่บนเบาะข้างที่นั่งคนขับ รถไม่มีร่องการถูกเฉี่ยวชน
ตำรวจสอบสวน นายสาธิต คนขับรถแท็กซี่ที่โทรศัพท์แจ้งเหตุทาง 191 ทราบว่า ขณะขับรถไปส่งลูกค้า ผ่านมาที่เกิดเหตุพบศพผู้เสียชีวิตนอนกองอยู่กลางถนนแล้ว จึงต้องหักรถหลบให้พ้นก่อนจอดรถลงมาโบกมือให้สัญญาณกับรถกระบะที่ขับตามหลังมาเพื่อบอกเหตุ แต่รถคันดังกล่าวคาดว่าจะไม่ทันเห็นเพราะช่วงนี้มืดมาก เลยทับศพผู้เสียชีวิตอีกทีหนึ่ง แล้วขับรถต่อไปทางสี่แยกแสงดาวอย่างรวดเร็ว
ต่อมา ได้มี นายบุญชู คำผาย อายุ 42 ปี เดินทางมาที่เกิดเหตุพร้อมให้การกับตำรวจว่า นายสุรพงศ์ ผู้ตายเป็นน้องชายของภรรยาตน มีอาชีพเป็นช่างรังวัดที่ดิน ทำงานอยู่บริษัทเอกชนแห่งหนึ่งด้วยกันกับตน ก่อนเกิดเหตุได้ออกจากบ้านตั้งแต่ช่วง 17.00 น. เมื่อวานนี้ คาดว่าหลังดื่มสุรากับเพื่อนๆ ที่ ต.หัวรอ ขณะขับรถเดินทางกลับอาจจอดรถริมถนนเพื่อลงไปปัสสาวะ แล้วถูกรถที่แล่นมาบนถนนชนเข้าอย่างจังจนเสียชีวิต
...
ขณะที่ตำรวจสันนิษฐานว่า ระหว่างที่ผู้ตายลงจากรถเพื่อทำธุระส่วนตัว ขณะเดินอยู่อาจซวนเซด้วยความเมาตามที่ได้สอบถามจากเพื่อนๆ ที่ดื่มเหล้าด้วยกันว่า ผู้ตายเมามาก จนเพื่อนให้นอนพักแต่ก็ไม่ยอม เลยทำให้เดินห่างจากตัวรถเข้าไปกลางถนนก่อนที่จะถูกรถชน แล้วมีรถที่แล่นตามหลังมาทับซ้ำอีกหลายคัน จึงให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยนำศพผู้เสียชีวิตส่งให้แพทย์ รพ.พุทธชินราช ชันสูตร ก่อนมอบให้ญาตินำไปบำเพ็ญกุศลต่อไป.