ตร.สภ.ท่าฉนวน เข้าจับกุมคนร้ายวัย 71 ปีผู้ต้องหาตามหมายจับคดีฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ขณะหนีไปกบดานอยู่ที่บ้านญาติ หลังก่อเหตุฆ่าทุบหัวรัดคอหญิงวัย 60 ปี รับสารภาพ เป็นกิ๊กกันแล้วทะเลาะมีปากเสียหนัก ถูกด่าเลยแค้นจนบันดาลโทสะลงมือ
จากกรณี นางเฉลียว เกตุวงษ์ อายุ 60 ปีชาวบ้าน ต.ธานี อ.เมือง จ.สุโขทัย ถูกคนร้ายใช้ของแข็งทุบที่บริเวณใบหน้าอย่างโหดเหี้ยม แล้วใช้เชือกรัดคอในลักษณะขันชะเนาะ จนเสียชีวิตก่อนทิ้งศพขึ้นอืด ไว้กลางป่า ใกล้กับวัดเสาหิน ม.8 ต.ท่าฉนวน พร้อมรถ จยย.ฮอนด้า สีน้ำเงิน-ขาว ทะเบียน ขขจ 710 สุโขทัย ของผู้ตาย และมีผู้พบศพเมื่อช่วงเช้าของวันที่ 16 เม.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งแนวทางสืบสวน จนท.ตั้งปมสังหารโหดเอาไว้ 2 ประเด็นคือ เรื่องชู้สาวและขัดแย้งทางธุรกิจ
ล่าสุด เมื่อวันที่ 17 เม.ย. พ.ต.ท.สมนึก นวลคำ สวญ.สภ.ท่าฉนวน และ พ.ต.ท.รักพงษ์ วังใน พงส.(สอบสวน) เจ้าของคดี ได้นำกำลังชุดสืบสวน บุกเข้าจับกุมตัวนายมินทร์ คำหอม อายุ 71 ปี ชาวบ้าน ต.ท่าฉนวน ฆาตกรรายนี้ ตามหมายจับของศาล จ.สุโขทัย เลขที่ 55/2559 ในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ขณะหนีไปกบดานอยู่ที่บ้านญาติ ในเขต ต.หนองตูม อ.กงไกรลาศ คุมตัวมาดำเนินคดี โดยมี พตอ.นิคม เอี่ยมสำอางค์ รอง ผบก.ภ.จ.สุโขทัย เดินทางมาสอบปากคำด้วยตัวเอง โดยนายมินทร์ ให้การรับสารภาพว่า ตนและผู้ตาย แอบเป็นกิ๊กกันมีความสัมพันธ์ทางชู้สาว มานานประมาณ 2 ปีแล้ว และผู้ตายมักจะมาขอเงินตนใช้เป็นประจำ ระยะหลังเงินที่ตนอุตส่าห์เก็บหอมรอมริบมาเริ่มหมดลงแต่กลับมีหนี้สินเพิ่มมากขึ้น จึงเริ่มมีปากเสียงกันตลอด
...
ผู้ต้องหา กล่าวอีกว่า ล่าสุด ช่วงบ่ายวันที่ 11 เม.ย.ที่ผ่านมา ผู้ตายก็ขี่ จยย.มาหาตนที่บ้านพักอีก เมื่อตนไม่มีเงินให้ ผู้ตายก็ด่าและต่อว่าด้วยถ้อยคำรุนแรง ด้วยความอับอายเกรงว่าจะเป็นขี้ปากชาวบ้านจึงชวนผู้ตายขี่ จยย.คนละคันออกไป พูดคุยกันข้างนอก แต่ผู้ตายก็ยังพยายามหาเรื่องทะเลาะอีก จึงวางแผนให้จอดรถแล้วชวนกันเดินเข้าไปพูดคุยกันในป่าข้างทาง เมื่อเห็นปลอดคนตนจึงลงมือซ้อมผู้ตายด้วยความแค้นและบันดาลโทสะจนสลบแน่นิ่งไป ก่อนที่จะใช้เชือกที่วางอยู่หน้ารถ จยย.รัดคอในลักษณะขันชะเนาะ จนเสียชีวิต ก่อนที่จะทิ้งศพไว้กลางป่า ส่วนรถ จยย.ของผู้ตายก็นำไปจอดทิ้งไว้ในป่าไมยราบ ห่างจากจุดที่พบศพประมาณ 300 เมตร แล้วหลบหนีไปจนถูกตามจับกุมตัวได้ในที่สุด.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังบันทึกปากคำไว้เป็นหลักฐานแล้วจะได้นำตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ เพื่อดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป.