เพลิงไหม้โกดังเก็บไม้แบบ จ.แม่ฮ่องสอน จนท.ระดมรถดับเพลิง 4 คัน สกัดนานกว่า 2 ชม. ยังประเมินค่าเสียหายไม่ได้ ขณะที่ จ.ศรีสะเกษ ไฟผลาญศาลาการเปรียญที่พักสงฆ์วอดทั้งหลัง ตำรวจคาดไฟฟ้าลัดวงจร

เมื่อเวลา 04.00 น. วันที่ 17 เม.ย. 59 ร.ต.อ.วชิรินทร์ สุรินทร์ ร้อยเวร สภ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน รับแจ้งเกิดเหตุไฟไหม้โกดังเก็บไม้แบบ หจก.ชื่นชูไพรก่อสร้าง เลขที่ 255/47 ม.1 ต.บ้านกาศ อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน จึงประสานรถดับเพลิง อบต.บ้านกาศ ทต.แม่สะเรียง ทต.เมืองยวมใต้ และ ทต.แม่ยวม เข้าระดมฉีดน้ำสกัดไฟที่กำลังลุกไหม้โกดังเก็บไม้แบบก่อสร้าง ซึ่งเพลิงลุกไหม้อย่างรวดเร็ว ประกอบกับด้านในโกดังมีไม้แบบ และเป็นไม้ที่แห้งแล้วจำนวนมากกองอยู่ นอกจากนี้ ยังมีกระป๋องสี ยางรถยนต์เก่า ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงอย่างดี

เจ้าหน้าที่ต้องใช้เวลานานกว่า 2 ชม. จึงสามารถสกัดไฟที่ลุกไหม้ได้ ทำให้โกดังเก็บไม้แบบเสียหายไปบางส่วน โดยยังไม่สามารถประเมินค่าเสียหายได้ และการเข้าสกัดไฟเป็นไปอย่างยากลำบากเนื่องจากจุดที่เกิดเพลิงไหม้อยู่ด้านใน และรถดับเพลิงสามารถเข้าไปสกัดไฟได้ทางเดียวเท่านั้น

...

เบื้องต้นทราบว่า โกดังต้นเพลิงจดทะเบียนในนามของ นายสุขชัย ชื่นชูไพร อายุ 50 ปี อยู่บ้านเลขที่ 213 ม.12 ต.บ้านกาศ อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน คนงานพักอยู่บริเวณใกล้เคียงเล่าว่าช่วงนั้นอากาศร้อนอบอ้าว และได้ยินเสียงสิ่งของแตกจึงสะดุ้งตื่น เห็นเพลิงกำลังลุกไหม้อย่างไม่รู้สาเหตุ จึงตะโกนเรียกเพื่อนคนงานและแจ้งตำรวจ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่จะได้ดำเนินการสืบสวนสอบสวนถึงสาเหตุของเพลิงไหม้ต่อไป

ขณะเดียวกันที่ จ.ศรีสะเกษ ร.ต.ท.กฤตพัฒน์ คำศรี สว.สส.สภ.อุทุมพรพิสัย พร้อมด้วยรถดับเพลิง 8 คัน ออกตรวจสอบและระงับเพลิงไหม้ศาลาการเปรียญ ที่พักสงฆ์บ้านบึงไกร หมู่ 3 ต.หัวช้าง อ.อุทุมพรพิสัย ที่เกิดเหตุเป็นศาลาทำด้วยไม้ชั้นเดียว ยกพื้นสูง พบเพลิงกำลังลุกไหม้ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงพยายามฉีดน้ำเพื่อดับไฟ แต่ศาลาทำด้วยไม้จึงเป็นเชื้อไฟอย่างดี เวลาผ่านไป 20 นาที ศาลาทั้งหลังก็ถูกไฟเผาวอด

พระหวัน ขันติวโร อายุ 37 ปี พระผู้ดูแลสำนักสงฆ์ ผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่า ขณะจำวัดได้ยินเสียงเหมือนมีคนจุดประทัด ลุกมาดูก็พบว่าศาลากำลังถูกไฟไหม้ จึงเรียก พระชัยอนัน ที่จำวัดอยู่ด้วยกันไปเรียกชาวบ้านมาช่วยกันดับไฟ และแจ้งเจ้าหน้าที่ดับเพลิงให้มาช่วย แต่ก็ดับไม่ทัน เนื่องจากในช่วงนี้ จ.ศรีสะเกษ อากาศร้อนจัด โดยอุณหภูมิสูงสุดเมื่อบ่ายวานนี้อยู่ที่ 42 องศาเซลเซียส ตำรวจคาดว่าสาเหตุน่าจะมาจากไฟฟ้าลัดวงจร แต่จะประสานเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน มาตรวจหาสาเหตุอีกครั้ง.