ยอดตายสะสม338เจ็บ2,891
หมดสงกรานต์คนแห่กลับกรุงจนทุกเส้นทางเต็มไปด้วยยวดยานหลากประเภท เจ้าหน้าที่ต้องเร่งระบายรถ ลดความเดือดร้อนผู้ใช้เส้นทาง ด้าน บขส.-รฟท.เสริมเที่ยวรถ มั่นใจพาคนกลับมาทันวันทำงานได้หมด ขณะที่ยังมีบางพื้นที่เพิ่งจัดฉลองสงกรานต์ สาดน้ำกันชุ่มฉ่ำ ส่วนผลการรณรงค์ลดอุบัติเหตุช่วงสงกรานต์ แค่ 5 วันแรก ยอดตายพุ่ง 338 ราย เจ็บ 2,891 คน สาเหตุเดิม “เมาแล้วขับ” กทม.รั้งแชมป์ ตายเยอะสุด ขณะเดียวกัน ขนส่งอุดรธานี ประกาศเตรียมส่งหมายเรียกปรับรถ 805 คัน ขับเร็วเกินกำหนด
ผ่านพ้นเทศกาลสงกรานต์ปี 2559 ที่ทั่วประเทศมีการจัดงานตามประเพณี รวมถึงเล่นสาดน้ำกันอย่างคึกคักและส่วนใหญ่งานสิ้นสุดในวันที่ 15 เม.ย.แต่เมื่อวันที่ 16 เม.ย.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บางจังหวัดยังมีกิจกรรมต่อเนื่อง อาทิ ที่ อ.เชียงแสน จ.เชียงราย มีการจัดงานวันปากปีตามประเพณีล้านนา ด้วยการนำอาหารคือแกงขนุน มารับประทานกัน รวมถึงนำไม้ง่ามมาค้ำยันต้นโพธิ์ขนาดใหญ่ ที่วัดศรีมหาโพธิ์ ขณะที่ อ.เด่นชัย จ.แพร่ ทางเทศบาลตำบลเด่นชัยเพิ่งจัดเปิดงานสงกรานต์ มีขบวนแห่และการแสดงด้านศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน รวมถึงการสรงน้ำพระเจ้าแสนแซ่ ส่วนที่ อ.เมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ มีพิธีสรงน้ำหลวงพ่อพระใหญ่ พระคู่บ้านคู่เมือง ณ วัดโพธาราม บ้านท่าไคร้
ที่ชายหาดบางแสน จ.ชลบุรี มีงานกิจกรรมก่อเจดีย์ทราย และเริ่มเล่นสาดน้ำในวันไหลบางแสน เช่นเดียวกับงานวันไหลของวัดป่ายุบ ซอยบ่อนไก่ ต.สัตหีบ อ.สัตหีบ ซึ่งคนหนุ่มสาวนำถังใส่น้ำขึ้นหลังรถกระบะ และขับขี่จักรยานยนต์ตระเวนสาดน้ำกัน จนรถติดขัดเป็นแถวยาว ส่วนในเขตเทศบาลนครนครปฐม มีการปิดถนนราชดำเนินหรือถนนต้นสน ตั้งแต่ด้านหน้าประตูองค์พระปฐมเจดีย์ ฝั่งทิศตะวันตก ไปจนถึงวงเวียนน้ำพุติดทางเข้าพระราชวังสนามจันทร์ รวมระยะทางร่วม 3 กม.จัดงานสงกรานต์ เล่นสาดน้ำกันอย่างสนุกท่ามกลางอากาศที่ร้อนจัดถึง 41 องศาฯ แต่ก็ยังมีประชาชนหลั่งไหลกันมาเล่นน้ำสงกรานต์อย่างต่อเนื่อง ตามด้วยการสรงน้ำองค์พระร่วงจำลอง ท่ามกลางการรักษาความสงบ ตรวจอาวุธและของมึนเมาอย่างเข้มงวด
...
สำหรับการเดินทางกลับ หลังหมดช่วงสงกรานต์แล้ว ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลอดวันที่ 16 เม.ย.ตามสถานีขนส่ง สถานีรถไฟ ท่าอากาศยาน รวมถึงท่าเรือ ต่างเนืองแน่นไปด้วยนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างชาติ พากันหอบสัมภาระกลับ เช่น ที่บริเวณท่าเทียบเรือปากบารา อ.ละงู จ.สตูล ยังคงคึกคัก นักท่องเที่ยวบางส่วนเริ่มทยอยเดินทางกลับจากเกาะ หลีเป๊ะ อาดัง-ราวี และตะรุเตา นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เป็นคนไทยที่กลับขึ้นฝั่งบอกว่ารีบกลับขึ้นมาก่อนเพื่อที่จะเดินทางกลับกันเพื่อหลีกเลี่ยงการจราจรที่แออัดในวันอาทิตย์ ซึ่งถือเป็นวันหยุดวันสุดท้าย เช่นเดียวกับที่ท่าเทียบเรืออำเภอดอนสัก และท่าเทียบเรืออำเภอเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี คนเดินทางกลับจำนวนมากจนต้องเสริมเที่ยวเรือเพิ่มจากเที่ยวปกติจนถึง 2 ทุ่ม เพื่อเร่งระบายผู้โดยสาร
ที่สถานีขนส่งผู้โดยสารเฉลิมพระเกียรติ ต.อุบล อ.เมืองอุบลราชธานี ก็หนาแน่นด้วยผู้โดยสารรอขึ้นรถเพื่อเดินทางกลับ จนแน่นขนัดอาคารผู้โดยสาร ส่วนใหญ่หอบหิ้วกระสอบข้าวสาร และอาหารแห้ง จำพวกปลาตากแห้ง เนื้อแห้ง แจ่วบอง กลับไปด้วย เพื่อช่วยลดค่าครองชีพในการทำงานที่กรุงเทพฯ ทั้งนี้ นายวัลลภ ศรีสง่า นายสถานีเดินรถอุบลราชธานี เปิดเผยว่า ผู้โดยสารที่มีกระสอบข้าวสารไปด้วย ทางผู้ให้บริการจะอนุญาตให้นำขึ้นรถได้เพียงคนละ 1 กระสอบ แต่หากเกินกว่านี้จะคิดค่าบริการกระสอบละ 100 บาท ขณะที่ในสถานีขนส่งนครราชสีมา แห่งที่ 1 และแห่งที่ 2 ก็คึกคักเนืองแน่นไปด้วยผู้คนที่มารอขึ้นรถกลับ กทม. และพบว่าผู้ใช้แรงงานส่วนใหญ่ต่างหอบสัมภาระและเสบียง จำพวกข้าวสาร ข้าวเหนียว พริกแห้ง ปลาร้า ปลาส้ม ฯลฯ กลับมาเช่นกัน
ขณะที่มาตรการรับมือยวดยานบนถนนมิตรภาพ มุ่งหน้าเข้า กทม.นั้น พ.ต.อ.บุญเลิศ ว่องวัจนะ รอง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา แนะนำ เส้นทางเลี่ยงการจราจรติดขัด โดยผู้ที่เดินทางมาจากจังหวัดชัยภูมิ ให้ใช้เส้นทางจังหวัดชัยภูมิ-บำเหน็จ-ณรงค์-ลำสนธิ-ม่วงค่อม-สระบุรี และผู้ที่เดินทางมาจากจังหวัดขอนแก่น ให้ใช้เส้นทางจังหวัดขอนแก่น- ชนบท-แวงน้อย-โคกสี-พระทองคำ-ด่านขุนทด-ท่าหลวง-ม่วงค่อม-สระบุรี ส่วนคนที่เดินทางมาจากจังหวัดบุรีรัมย์ ให้ใช้เส้นทางบุรีรัมย์-นางรอง-ปะคำ-ตาพระยา-สระแก้ว-กบินทร์บุรี-นครนายก-บ้านนา-หนองแค ซึ่งพบว่าตลอดวันที่ 16 เม.ย.หลายจุดบนถนนมิตรภาพ มีรถจำนวนมากส่งผลให้เคลื่อนตัวช้า สลับหยุดนิ่งบ้าง แต่ภาพรวมยังเป็นไปด้วยดี
จากนั้น ตั้งแต่ช่วงบ่ายเป็นต้นมา บนถนนสายหลักที่มุ่งหน้าเข้ากรุงเทพฯ ต่างแน่นไปด้วยยวดยานสารพัดชนิด โดยถนนพหลโยธิน หมายเลข 1 ถนนทางหลวงหมายเลข 117 นครสวรรค์-พิษณุโลก การจราจรหนาแน่น เช่นเดียวกับถนนบริเวณแยก นวมินทร์ แยกพหลโยธิน สามแยกอุทยานสวรรค์ ไปจนถึงบริเวณเชิงสะพานเดชาติวงศ์ ที่รถเยอะแต่เคลื่อนตัวได้ดี ทั้งนี้ ตำรวจจราจรได้ปัดรถให้ผู้ที่เดินทางมาจากจังหวัดกำแพงเพชร และจังหวัดพิษณุโลก บางส่วน ใช้ทางเลี่ยงเมืองหมายเลข 122 วิ่งเข้าสู่ กทม. เพื่อหลีกปัญหาการจราจรในตัวเมืองนครสวรรค์
ขณะที่สภาพการจราจรบนถนนสายเอเชียขาเข้ากรุงเทพฯช่วงผ่านจังหวัดอ่างทอง รถมีปริมาณมากแต่ยังสามารถเคลื่อนตัวได้คล่องตัว โดยรถจะไปชะลอตัวบริเวณสะพานข้ามคลองและสะพานข้ามจุดกลับรถและบริเวณสะพานข้ามแม่น้ำในเส้นทางสายอีสาน นายอารยันต์ ท่าใหญ่ นายอำเภอตาพระยา ร่วมกับ ร.ต.อ.เฉลิมชัย จรรัตน์ รอง สว.ทล.5 กก.3 ปราจีนฯ-สระแก้ว ได้รับรายงานจากนายอำเภอโนนดินแดง จ.บุรีรัมย์ ว่าตั้งแต่ช่วงเที่ยงเป็นต้นมารถหนาแน่นขึ้น และเริ่มเคลื่อนตัวได้ช้าลง เนื่องจากบริเวณเขาช่องตะโก เป็นคอขวด ทำให้รถติดสะสมยาวเกือบ 5 กิโลเมตร เจ้าหน้าที่ต้องกันรถขาขึ้นเขาช่องตะโก ที่มุ่งหน้าไปบุรีรัมย์ไว้ก่อน โดยปล่อยให้รถที่เดินทางมาจากภาคอีสานตอนใต้ลงมาก่อน ทั้ง 2 เลนครั้งละ 40 นาที และขาขึ้น 30 นาที แต่รถก็ยังติดยาวเป็นระยะตั้งแต่ อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ เป็นต้นมา
ส่วนในเขตพื้นที่อำเภอนาดี จังหวัดปราจีนบุรี เป็นเส้นทางขึ้นและลงเขาตั้งแต่หลัก กม.ที่ 55 +367 หรือ 221+222 (ใหม่) ไปจนถึงหลัก กม.ที่ 42+ 000 หรือ 195+860 (ใหม่) ทำให้เส้นทางดังกล่าว เกิดอุบัติเหตุรถชนกันตลอดเวลาตั้งแต่เช้า โดยที่บริเวณหลัก กม.ที่ 51+500 ซึ่งเป็นช่วงรถวิ่งขึ้นเนินเขา เกิดอุบัติเหตุรถชนท้ายกันครั้งละหลายคัน ซึ่งคาดว่าจะมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นในพื้นที่ดังกล่าวอีก เนื่องจากไม่มีเจ้าหน้าที่ไปดูแลการจราจร
...
สำหรับที่สถานีขนส่งกรุงเทพฯ (หมอชิต2) ถนนกำแพงเพชร ผู้สื่อข่าวรายงานว่าตลอดวัน ผู้คนทยอยเดินทางมาถึงกรุงเทพฯอย่างต่อเนื่อง ทำให้บริเวณอาคารผู้โดยสารขาออก 5 คลาคล่ำไปด้วยประชาชนต่างพากันหอบลูกจูงหลาน รวมทั้งนำสัมภาระเช่น กระสอบข้าวสาร ที่นำมาจากบ้านเพื่อเป็นการลดภาระค่าใช้จ่ายในกรุงเทพฯ ขณะที่นายนพรัตน์ การุณยะวนิช รักษาการผู้จัดการบริษัทขนส่ง จำกัด (บขส.) กล่าวว่า โดยสรุปขาไปมีผู้โดยสารมาใช้บริการประมาณ 850,000 คน ซึ่ง บขส.ได้ตั้งเป้าไว้ 900,000 คน น้อยกว่าปีที่ผ่านมาถึง 5 หมื่นคน เนื่องจากคนเริ่มทยอยกลับก่อนหน้านี้แล้ว ในส่วนของเที่ยวกลับนั้นคิดว่าไม่น่าจะมีปัญหา เพราะช่วงขากลับคนจะเริ่มกลับเข้ามาตั้งแต่วันที่ 16-18 เม.ย.นี้ จากการตรวจที่หมอชิต พบว่าค่อนข้างบางตา เพราะปีนี้ใช้สถานที่กรมการขนส่งทางบกเป็นจุดขึ้น-ลงรถของผู้โดยสารที่จองตั๋ว อีกทั้งส่วนใหญ่จะลงที่รังสิต
ที่สถานีรถไฟกรุงเทพ (หัวลำโพง) ประชาชนทยอยเดินทางกลับแล้วเช่นกัน โดยนายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร ผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) กล่าวว่า มีประชาชนบางส่วนเดินทางกลับมา ตั้งแต่เมื่อคืนวันที่ 15 เม.ย.และ ร.ฟ.ท.ได้เสริมขบวนรถโดยสารในเส้นทางสายเหนือ และสายตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งเป็นขบวนรถไฟฟรีอีก 15 ขบวน ในระหว่างวันที่ 16-18 เม.ย.นี้ คาดว่าจะมีประชาชนเดินทางกลับวันละประมาณกว่า 1 แสนคน โดยเฉพาะในวันที่ 17 เม.ย.นี้ จะมีประชาชนเดินทางกลับมากที่สุด
เช่นเดียวกับที่ท่าอากาศยานดอนเมือง อาคารผู้โดยสารขาเข้า มีผู้โดยสารเริ่มทยอยเดินทางกลับตั้งแต่ช่วงเช้า โดยเป็นสายการบินภายในประเทศจากจังหวัดต่างๆ อาทิ ภูเก็ต เชียงราย เชียงใหม่ ชุมพร ขอนแก่น สุราษฎร์ธานี ขณะเดียวกันมีนักท่องเที่ยวต่างชาติ เดินทางเข้าประเทศอย่างต่อเนื่องเช่นกัน ส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวชาวจีน ส่วนมาตรการรองรับการดูแลผู้โดยสาร ทางกองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว สถานีตำรวจท่องเที่ยวที่ 4 กองกำกับการ 1 ได้ตั้งศูนย์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยว พร้อมอำนวยความสะดวก ทั้งในการแนะนำการต่อรถโดยสารสาธารณะกลับบ้าน การดูแลความปลอดภัย นอกจากนี้ ยังเตรียมแผนต่างๆรองรับหากเกิดเหตุขึ้น โดยเฉพาะแผนเผชิญเหตุการณ์ฉุกเฉิน
...
วันเดียวกัน น.ส.ฉวีรัตน์ เกษตรสุนทร ผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงวัฒนธรรม แถลงที่ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน (ศปถ.) กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ถึงผลสรุปการดำเนินงานลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ ตามโครงการรณรงค์ “สงกรานต์ปลอดภัย ส่งเสริมวัฒนธรรมไทย สร้างวินัยจราจร” ยอดรวมอุบัติเหตุทางถนนตลอด 5 วัน ระหว่างวันที่ 11-15 เม.ย. เกิดอุบัติเหตุรวม 2,724 ครั้ง ผู้เสียชีวิตรวม 338 ราย ผู้บาดเจ็บรวม 2,891 ราย โดยมี 8 จังหวัด ที่ไม่มีผู้เสียชีวิต ได้แก่ ตราด ปัตตานี พัทลุง แพร่ ยะลา ระนอง สมุทรสาคร และหนองบัวลำภู จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุด ได้แก่ เชียงใหม่ 136 ครั้ง จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุดได้แก่ กทม. 15 รายและจังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุด ได้แก่ เชียงใหม่ 144 ราย
ด้าน พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษก คสช.กล่าวว่า คสช.ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ปรับการอำนวยการจราจรให้สะดวกที่สุดและทันต่อสภาพการใช้ถนนทั้งในสายหลัก สายรอง และทางลัด เพื่อเร่งระบายการจราจรตามเส้นทางให้คล่องตัวที่สุด ควบคู่ไปกับการเข้มงวดในมาตรการสร้างความปลอดภัย “ดื่มไม่ขับ จับยึดรถ” โดยตลอด 7 วันที่ผ่านมา (9-15 เม.ย.2559) เจ้าหน้าที่ยึดรถที่ฝ่าฝืนมาตรการดื่มไม่ขับไว้แล้ว 4,609 คัน (แยกเป็น รถจักรยานยนต์ 3,488 คัน และรถยนต์ 1,121 คัน) และดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด รถจักรยานยนต์ 50,271 คน รถโดยสารสาธารณะ/รถยนต์ส่วนบุคคล 31,270 คน
ขณะที่สถิติอุบัติเหตุในต่างจังหวัด ช่วง 5 วันคือวันที่ 11-15 เม.ย. อาทิ จ.เชียงราย เกิดอุบัติเหตุ 74 ครั้ง บาดเจ็บ 69 คน เสียชีวิต 13 ราย เป็นชาย 10 ราย หญิง 3 ราย มาตรการเมาแล้วขับยึดรถ 376 คัน ขณะที่ จ.แพร่ เกิดอุบัติเหตุเกิดขึ้นสะสม 44 ครั้ง บาดเจ็บสะสม 51 ราย ยังไม่มีผู้เสียชีวิต จ.ชัยนาท เกิดอุบัติเหตุ 28 ครั้ง มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 38 ราย และมีผู้เสียชีวิต 6 ราย จ.ชุมพร รวม 5 วัน มีอุบัติเหตุเกิดขึ้น 21 ครั้ง ผู้ได้รับบาดเจ็บ 23 ราย ผู้เสียชีวิต 8 ราย ซึ่งถือว่ามากที่สุดของจังหวัด ภาคใต้ อุบัติเหตุส่วนใหญ่เกิดขึ้นบนถนนสายหลักคือถนนเพชรเกษมและถนนสายเอเชีย 41 เส้นทางสำคัญสู่ 14 จังหวัดภาคใต้ ส่วน จ.ขอนแก่น เกิดอุบัติเหตุ 27 ครั้ง บาดเจ็บ 25 คน เสียชีวิต 10 คน จ.บุรีรัมย์ รวม 5 วัน เสียชีวิต 13 ราย บาดเจ็บ 53 ราย จ.อำนาจเจริญ มีอุบัติเหตุเกิดขึ้น จำนวน 23 ครั้ง มีผู้บาดเจ็บรวม 22 คน เสียชีวิต 2 ราย ส่วน จ.อุดรธานี มีอุบัติเหตุเกิดขึ้น 93 ครั้ง บาดเจ็บ 106 ราย เสียชีวิต 15 ราย
...
ทั้งนี้ นายนิติธร เพชรคูหา ขนส่ง จ.อุดรธานี กล่าวว่า ทางจังหวัดมีอุปกรณ์ตรวจจับความเร็วที่เป็นชุดโมบาย สามารถบันทึกภาพรายงานความเร็วส่งข้อมูลมายังส่วนกลาง โดยในการใช้เครื่องนี้ 3 วัน ตั้งแต่วันที่ 13-15 เม.ย.ตรวจสอบความเร็วรถไป 2,085 คัน พบรถใช้ความเร็วเกินกำหนด 805 คัน แยกเป็นเก๋ง-กระบะ 762 คัน แท็กซี่ 7 คัน รถตู้ 33 คัน และรถบัส 3 คัน ซึ่งทั้งหมดจะมีหมายเรียกให้มาเสียค่าปรับหลังจากนี้
ต่อมาช่วงค่ำ พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ออกคำชี้แจงผ่านทางไลน์เผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นห่วงการเดินทางกลับเข้ากรุงเทพฯ ของประชาชนหลังสิ้นสุดเทศกาลสงกรานต์ โดยคาดว่าวันที่ 17 เม.ย.นี้ การจราจรจะหนักมากที่สุด รัฐบาลจึงจัดกิจกรรม “รับคนกลับบ้าน” ในวันที่ 16-18 เม.ย. เพิ่มจุดจอดรถ บขส.และขอความร่วมมือเครือข่ายรถแท็กซี่ และ ขสมก.ให้บริการประชาชนในช่วงเร่งด่วน เพื่อความคล่องตัวในการระบายรถ และขอให้ผู้ขับขี่รถทุกชนิดตรวจความพร้อมร่างกายและยานพาหนะ ส่วนรถโดยสารใหญ่ ต้องช่วยสอดส่องพฤติกรรมคนขับ และนายกฯฝากถึงเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายช่วยกันอำนวยความสะดวก ดูแลความปลอดภัยประชาชนอย่างเต็มที่ และฝากขอบคุณเจ้าหน้าที่ที่เสียสละวันหยุด