เหตุไฟไหม้ชุมชนที่ท่าขี้เหล็ก คาดสาเหตุเกิดจาก ลูกเขยเมียนมา แค้นอดีตแม่ยายไม่ขายบ้านแบ่งสมบัติ เอานำมันเบนซินราดที่นอน จุดไฟเผาลามวอด ชุมชนไทยลื้อ 32 หลัง แล้วหลบหนีลอยนวล
เมื่อเวลา 15.00 น.วันที่ 10 เม.ย. 59 ที่กลางสะพานไทย-เมียนมา แห่งที่ 1 อ.แม่สาย จ.เชียงราย นางอรอนงค์ เตชะมณีสถิตย์ นายกเหล่ากาชาด จ.เชียงราย และข้าราชการเอกชน นำเครื่องอุปโภคบริโภคและเครื่องใช้จำเป็นไปมอบให้กับตัวแทนเจ้าหน้าที่ จ.ท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ประสบเหตุไฟไหม้ เมื่อช่วงค่ำวานนี้
...
จากนั้น เจ้าหน้าที่ได้นำคณะไปที่วัดพระเจ้าลาเข่ง เยี่ยมผู้ประสบเหตุไฟไหม้ ซึ่งเป็นสถานที่พักชั่วคราว และดูบริเวณที่เกิดเหตุชุมชนบ้านไทยลื้อ ห่างจากสะพานพรม 3 กม. สถานที่เกิดเหตุไฟไหม้เผาบ้านเรือนของชาวไทยใหญ่ เสียหาย 32 หลัง
ทั้งนี้ เหตุดังกล่าว เกิดขึ้นเมื่อช่วงเวลาประมาณ 19.30 น. วานนี้ (9 เม.ย.) โดยเกิดเหตุเพลิงไหม้ขึ้นที่ บ้านเมืองงอม ชุมชนชาวไทยลื้อ อ.ท่าขี้เหล็ก จ.ท่าขี้เหล็ก เพลิงได้ลุกไหม้อย่างรวดเร็วทำให้ทางการเมียนมาต้องขอความช่วยเหลือจากฝั่งไทยนำรถดับเพลิง จากเทศบาลแม่สาย เทศบาลเวียงพางคำ จำนวน 8 คัน และจาก นรข.เชียงแสน เข้าสมทบดับเพลิง จนกระทั่งเวลา 22.00 น. เพลิงจึงสงบ
จากการสอบสวนของเจ้าหน้าที่เมียนมา พบว่า ต้นเพลิงเกิดจากบ้านของ นางปาลา อายุ 73 ปี ก่อนเกิดเหตุ ขณะนางปาลาอยู่ในบ้านพร้อมกับนายป๊อก อายุ 33 ปี ลูกชาย นางลัด อายุ 39 ปี ลูกสาว และหลานอีก 2 คน ต่อมามีนายอ่อง อดีตลูกเขย ที่แต่งงานกับลูกสาวนางปาลา แต่ได้เสียชีวิตไปเมื่อ 8 เดือน มาขอให้นางปาลาขายบ้านที่อยู่ โดยอ้างว่า เพื่อแบ่งให้หลาน 2 คน ซึ่งอยู่ที่บ้านผาแตกฝั่งไทย แต่นางปาลาไม่ยอมขาย แต่ยอมให้พาหลานมาอยู่ด้วยกันที่บ้านได้ ทำให้นายอ่อง กลับออกไปข้างนอก สักครู่ได้ถือขวดน้ำมันเบนซิน เดินขึ้นไปราดใส่ที่นอนในห้องนอนที่เคยอยู่กับเมีย แล้วจุดไฟเผาก่อนวิ่งหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว จนเปลวไฟโหมลุกลาม ไปไหม้บ้านเพื่อนบ้าน จนเสียหายกว่า 30 หลัง
ขณะที่ เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ชาวบ้านส่วนใหญ่ ซึ่งเป็นพ่อค้าแม่ค้ารายย่อย ต่างพากันไปเข้าไปสำรวจบ้านของตัวเอง ซึ่งถูกไฟไหม้ เพื่อค้นหาทรัพย์สินที่หลงเหลือ หลายคนร้องไห้เนื่องจากเพลิงได้ลุกไหม้เสียหายทั้งหมด ซึ่งเจ้าหน้าที่เมียนมา กำลังติดตามจับกุมนายอ่องมือวางเพลิงมาดำเนินคดีต่อไป.
...