ผู้การฯ พิษณุโลก เผย ตรวจยึดเชือกสังหาร ด.ญ. 14 ได้แล้ว หลังผู้ต้องหาใช้รัดคอดึงจากด้านหลัง พร้อมให้ขอขมาต่อหน้ารูปถ่าย หวั่นโดนประชาทัณฑ์ สารภาพ ข่มขืนจริง นำตัวขอฝากขังต่อศาล ...
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 8 เม.ย. 59 พล.ต.ต.อดิศักดิ์ น้อยประเสริฐ ผบก.ภ.จว.พิษณุโลก เปิดเผยความคืบหน้าคดีที่ นายสน หุมเพียร อายุ 45 ปี ก่อเหตุฆ่ารัดคอ ด.ญ.ส้ม (นามสมมติ) อายุ 14 ปี ที่บ้านพักใน อ.นครไทย จ.พิษณุโลก และตำรวจสามารถจับกุมตัวได้ขณะหลบซ่อนอยู่ในไร่ข้าวโพดของ นายโจ (นามสมมติ) อายุ 57 ปี พ่อ ด.ญ.ส้ม บนภูเขาหลังหมู่บ้าน ว่า หลังจากตรวจยึดโน้ตบุ๊กและอาวุธปืนแก๊ปของพ่อผู้เสียหายที่ นายสน ลักไปด้วยได้แล้ว ตำรวจ สภ.นครไทย ยังสามารถตรวจยึดเชือกที่ใช้สังหารเหยื่อได้แล้วเช่นกัน จากการสอบปากคำเพิ่มเติมทราบว่า ผู้ต้องหาใช้เชือกรัดคอโดยดึงจากด้านหลัง และวันนี้จะนำตัวไปฝากขังต่อศาลจังหวัดพิษณุโลก สาขานครไทย อีกครั้งหนึ่ง
สำหรับการตรวจพิสูจน์และชันสูตรศพนั้น ได้เร่งรัดทาง รพ.พุทธชินราช และศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 6 ก็ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี ซึ่งจะเป็นพยานหลักฐานสำคัญในการยืนยันการกระทำผิดของผู้ต้องหา และผู้ต้องหาจะต้องได้รับโทษทัณฑ์เต็ม ว่าได้ทำความผิดแล้วฆ่าและข่มขืน
...
ส่วนกรณีที่ นายโจ อยากให้ตำรวจนำตัว นายสน ไปกราบขอขมาและขออโหสิกรรมต่อหน้าศพของบุตรสาวที่บ้านพักเพื่อให้ได้จากไปอย่างสงบสุข ก่อนจะมีพิธีฌาปนกิจวันเสาร์นี้ และหากไม่นำตัวมาก็จะไม่ยอมเผาศพนั้น เบื้องต้นพบว่ามีปัญหาเรื่องมวลชน เกรงว่าผู้ต้องหาจะไม่ปลอดภัยขณะเข้าขอขมา อาจมีการรุมทำร้าย จะทำให้เกิดการโกลาหลอย่างหนัก แต่ถ้าเป็นธรรมเนียมประเพณีของชาวลาวทางเหนือ ก็ได้สั่งการให้จัดหาภาพของ ด.ญ.ส้ม มาให้ผู้ต้องหาทำการกราบขอขมา และบันทึกภาพไว้ เพื่อนำไปแจ้งให้ทางพ่อแม่ ด.ญ.ส้ม ทราบต่อไป
ต่อมาเวลา 11.30 น. ตำรวจ สภ.เมืองพิษณุโลก นำภาพของ ด.ญ.ส้ม มาตั้งไว้ที่บริเวณห้องประชุมชั้น 2 ของ สภ.เมืองพิษณุโลก และคุมตัว นายสน ออกจากห้องคุมขังมาขอขมา โดย นายสน ได้ยกพวงมาลัยจบที่หน้าผากเพื่อไหว้ขอขมา และกล่าวว่า "จ่อย (เป็นภาษาลาวที่เรียกเด็ก) ขอโทษหลายๆ เด้อ ขอโทษที่อ้ายเฮ็ด (ทำ) ไป ขอโทษขอขมาแล้ว" โดย นายสน กล่าวอีกว่า ขอยอมรับผิดทุกข้อหา เพราะข่มขืนจริง
จากนั้น ควบคุมตัวไปส่งมอบให้กับ พงส.สภ.นครไทย เพื่อนำตัวฝากขังศาลจังหวัดพิษณุโลก สาขานครไทย และดำเนินคดี 4 ข้อหาหนัก ประกอบด้วย 1. ฆ่าผู้อื่นเพื่อปกปิดความผิดอื่นของตน หรือเพื่อหลีกเลี่ยงให้พ้นความผิดอาญา 2. ข่มขืนกระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี ซึ่งมิใช่ภรรยาของตน โดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆ โดยใช้กำลังประทุษร้ายโดยเด็กนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ เป็นเหตุให้เด็กนั้นถึงแก่ความตาย 3. บุกรุกเข้าไปในเคหสถานของผู้อื่นโดยใช้กำลังประทุษร้าย และ 4. ลักทรัพย์ในเคหสถาน ตามกฎหมายต่อไป.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
สลดซ้ำรอย! ด.ญ.14 อยู่บ้านคนเดียว หื่นบุกปล้ำ บีบคอดับ
ญาติร้องระงม รับศพ ด.ญ.14ปี เหยื่อฆ่ารัดคอ จับคนร้ายที่ก่อเหตุได้แล้ว
คนร้ายฆ่าข่มขืน ด.ญ.วัย 14 ปี สารภาพสิ้น รับอดใจไม่ไหวเห็นนุ่งสั้น
ตร.หวั่นทำแผนคดี ด.ญ.14 ล่ม คุมชาวบ้านไม่ได้ ญาติยันไม่มาขอขมาไม่เผาศพ