คนร้ายบุกเดี่ยวใช้ปืนจี้พนักงานบริษัทเมืองไทยลิสซิ่ง ในตัวเมืองพิษณุโลก ชิงเงินไป 50,000 กว่าบาท ก่อนซิ่งจักรยานยนต์หลบหนีไปอย่างลอยนวล พนักงานเผยไม่คิดว่าเกิดเหตุจริง ปัดปืนคนร้ายพร้อมบอกว่า "เล่นอะไรแบบนี้" ขณะตำรวจเร่งล่าตัว...
เมื่อเวลา 15.20 น.วันที่ 7 เม.ย. ร.ต.ท.ไพโรจน์ คล้ายสุวรรณ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองพิษณุโลก ได้รับแจ้งว่ามีเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนจี้ชิงเงินภายในบริษัท เมืองไทยลิสซิ่ง จำกัด เลขที่ 230/6 สาขาถนนบรมไตรโลกนารถ อ.เมือง จ.พิษณุโลก หลังจากรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วยชุดสืบสวน ในที่เกิดเหตุพบพนักงานของบริษัท เมืองไทยลิสซิ่ง จำกัด อยู่ในอาการตื่นตระหนกต่อเหตุการณ์ดังกล่าว
จากการสอบถามนางกังสดาล ไทยมณี พนักงานของบริษัท เมืองไทยลิสซิ่ง จำกัด เล่าว่า ขณะตนปฏิบัติหน้าที่อยู่และมีลูกค้าเข้ามาใช้บริการประมาณ 10 คน คนร้ายที่เป็นชายรูปร่างท้วม สวมหมวกกันน็อกเต็มใบเดินเข้ามาในบริษัท เดินอ้อมเคาน์เตอร์ด้านหน้าเข้ามาภายใน แล้วใช้อาวุธปืนส่ายไปมา แล้วบอกว่าต้องการใช้เงินๆ ตนยังนึกว่าเป็นพนักงานที่บริษัทล้อเล่นกัน ยังปัดปืนคนร้ายพร้อมกับบอกว่า "เล่นอะไรแบบนี้" คนร้ายเลยกระชากลิ้นชักเคาน์เตอร์ด้านหน้าที่นั่งตน จนเปิดออกแล้วหยิบเงินไปประมาณ 50,000 บาท ก่อนวิ่งออกไปแล้วขับขี่รถจักรยานยนต์ที่จอดไว้ริมถนนหน้าบริษัท ขับมุ่งหน้าเข้าไปในตัวเมืองพิษณุโลกทันที ตนจึงโทรศัพท์แจ้งเหตุให้ทาง 191 ทราบดังกล่าว
...
ด้าน นางวรรณภา ไชยพรมมา อายุ 43 ปี ลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการภายในบริษัทเมืองไทยลิสซิ่ง เผยว่า ระหว่างที่ตนเข้ามาทำธุรกรรมจู่ๆ เห็นคนสวมหมวกกันน็อกถือปืนสั้นเดินเข้าไปหาพนักงาน กระทั่งมั่นใจว่าเป็นการจี้ชิงทรัพย์แน่ๆ แล้ว จึงรีบบอกให้ลูกและหลานที่มากับตนพากันวิ่งหลบหนีออกมา และร้องขอความช่วยเหลือจากร้านค้าที่อยู่ใกล้เคียงบริษัทเมืองไทย
จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดที่ติดไว้ภายในบริษัท เมืองไทยลิสซิ่ง จำกัด พบว่าเป็นกล้องที่เสียใช้การไม่ได้ แต่ติดไว้หลอกคนร้าย จึงตรวจสอบกล้องวงจรปิดจากร้านใกล้เคียง พบว่าคนร้ายขับรถผ่านหน้ากล้องไปเห็นลักษณะการแต่งกายของคนร้าย ส่วนทะเบียนรถยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าเป็นหมายเลขทะเบียน 8328 พิษณุโลก ตามที่พลเมืองดีที่เห็นเหตุการณ์เผยไว้หรือไม่ ด้านเจ้าหน้าที่จะได้เร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิดตัวอื่นๆ ตามทิศทางที่คาดว่าคนร้ายใช้หลบหนี เพื่อติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.