ประธานกลุ่มรักษ์เชียงของ หวั่น ภาคเกษตรไทยถึงทางตัน หลัง สวนกล้วยหอมจีนขยายแปลง เร่งรัฐ ตีกรอบทุนต่างชาติทำเกษตร แย่งชิงทรัพยากร ทำสารเคมีตกค้าง ...

วันที่ 7 เม.ย.59 นายนิวัฒน์ ร้อยแก้ว ประธานกลุ่มรักษ์เชียงของ เครือข่ายอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและวัฒนธรรมลุ่มน้ำโขง-ล้านนา กล่าวว่า การลงทุนสวนกล้วยหอมจีนที่ อ.พญาเม็งราย อ.ขุนตาล ซึ่งจะกระทบถึงแม่น้ำอิงที่ผ่านเชียงของ จากการรับฟังปัญหาความเดือดร้อนของชาวบ้านเรื่องการแย่งชิงน้ำและความกังวลเรื่องสารเคมีตกค้างนั้น เบื้องต้นมีหน่วยงานตรวจสอบพบว่าไม่มีสารเคมีตกค้างในกล้วย แต่ทางหน่วยงานรัฐน่าจะทราบเรื่องนี้ดีกับผลกระทบระยะยาว ซึ่งเห็นจากประเทศลาวแล้ว และยังมีปัญหาร้ายแรงเห็นชัดเจนเมื่อเวลาผ่านมาเกือบ 10 ปี

นอกจากนี้ ประเด็นสำคัญเท่าที่รับฟังทราบว่าเป็นทุนจีนที่เป็นผู้มาลงทุน ควบคุมดูแลการผลิต และการรับซื้อผลผลิตไปจัดจำหน่ายเอง จึงอยากให้รัฐมีความชัดเจนว่าผิดกฎหมาย พ.ร.บ.ต่างด้าว เป็นนอมินีหรือไม่ ต้องการให้รัฐบาลตรวจสอบ เพราะไม่เช่นนั้นจะเกิดความเสียหายเกิดขึ้นกับภาคเกษตรที่ทุนต่างชาติเข้าครอบครองกำหนดความเป็นไป เป็นการการทำลายอนาคต นำไปสู่ทางตันในการพัฒนาภาคการเกษตร ซึ่งพื้นที่จังหวัดเชียงรายอยู่ใกล้ R3A คาดหวังจะเป็นประโยชน์แก่เกษตรกรไทย แต่จากรูปแบบการปลูกและจำหน่ายสวนกล้วยนี้ เสียมากกว่าได้ชัดเจน และยังมีแนวโน้มที่จะปลูกพืชชนิดอื่นในรูปแบบเดียวกัน เช่น มะละกอ มะม่วง ซึ่งเป็นผลไม้ที่คนจีนชอบกิน หากรัฐไม่วางแผนจะมีการลงทุนในรูปแบบนี้ เกษตรกรไทยลำบากแน่นอน

ประธานกลุ่มรักษ์เชียงของ กล่าวด้วยว่า ดังนั้นหากจะมีการลงทุนด้านการเกษตร น่าจะให้เกษตรกรในพื้นที่มีส่วนร่วม หากราคาและตลาดกล้วยหอมดีจริง น่าลงทุน หน่วยงานรัฐควรบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง วางโครงสร้าง และกระบวนการ ควบคุมดูแลตั้งแต่พื้นที่ คำนวณการใช้แหล่งน้ำ การควบคุมคุณภาพ การใช้สารเคมี ไม่ใช่ปล่อยให้ขยายโดยทุนต่างชาติ มีการแย่งชิงน้ำ และเสี่ยงต่อสารเคมีปนเปื้อนอันตรายแบบนี้

...

"ต้องลดการใช้สารเคมี และต้องสามารถต่อรองกับตลาดส่งออกได้ ในการสร้างความเข้มแข็งให้เกษตรกร ไม่เช่นนั้นเขาก็มาลงทุนแย่งชิงน้ำ ทิ้งสารปนเปื้อนในดินและน้ำ เสียหายกับชุมชนแบบนี้ และเขาก็มาตั้งล้งรับซื้อ เราต่างเห็นข้อผิดพลาดมีแต่ความเสียหายขึ้นในภาคตะวันออก ในเมื่อองค์กรสวนยางมีได้ หากกล้วยเป็นสินค้าพืชผลที่ส่งออกดีจริง รัฐจัดกระบวนการดูแลรอบด้าน และกระจายพื้นที่ปลูกให้กับเกษตรกรในประเทศให้ได้ประโยชน์ร่วมกันทั้งภาคการเกษตรและควบคุมเสียหายด้วยได้หรือไม่"