king10
Thairath Logo
กีฬา

รวบ 2 มือยิงวีออส แยกคลองเตย หนีกบดานแม่สอด รับปมชู้สาว

Share :
line-share-logo

พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร เดินทางมารับ 2 ผู้ต้องหา คดียิงใส่รถวีออส ย่านคลองเตย ระบุ ตำรวจให้ความสำคัญมาก เร่งติดตามตลอด 10 วัน ตามไปทั่ว จนสืบทราบว่ามาหลบในพื้นที่ อ.แม่สอด...

เมื่อเวลา 06.00 น. วันที่ 3 เม.ย.59 พ.ต.อ.จำแรง สุดใจ ผกก.สภ.แม่สอด พร้อมชุดสืบสวน สภ.แม่สอด และเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการสืบสวนนครบาล ได้ร่วมกันจับกุมตัวนายภูริชกานต์ วงษ์ดี อายุ 46 ปี อยู่บ้านเลขที่ 96/161 ถนนสุนทรโกษา แขวงคลองเคย กทม. และนายภานุพงษ์ จุฬาทิพย์ อายุ 29 ปี บ้านเลขที่เดียวกันกับผู้ต้องหาคนที่ 1 โดยจับกุมได้ขณะทั้งสองกำลังจะข้ามแม่น้ำเมยที่บริเวณท่าเรือที่ 10 หมู่ที่ 3 ต.ท่าสายลวด อ.แม่สอด จ.ตาก

สำหรับพฤติกรรมของทั้ง 2 คนคือ เมื่อเวลา 05.30 น. วันที่ 23 มีนาคม 2559 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ท่าเรือ บก.น 5 ได้รับแจ้งมีคนร้าย 2 คนขี่รถจักรยานยนต์มาใช้อาวุธปืนยิงนายสุวิทย์ อนันต์นทีไชย ที่อยู่ในรถยนต์โตโยต้า วีออส จำนวนหลายนัดเป็นเหตุให้นายสุวิทย์ได้รับบาดเจ็บ และพากันขับขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไปเหตุเกิดบริเวณถนนพระราม 4 ขาเข้าแยกตลาดคลองเตย

เจ้าหน้าที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุจึงทราบว่า คนร้ายทั้ง 2 คน คือนายภูริชกานต์ หรือน้ำ วงษ์ดี ซึ่งเป็นแฟนเก่าของ น.ส.สุวิมล ขวัญอ่อน ที่นั่งมาในรถยนต์ของนายสุวิทย์ได้รับบาดเจ็บ โดยมีนายภานุพงษ์ จุฬาทิพย์ เป็นคนขับขี่รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ PCX ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ขออนุมัติศาลออกหมายจับผู้ต้องหาทั้ง 2 คน จนสามารถจับกุมตัวได้

ต่อมาเมื่อเวลา 10.30 น. วันนี้ พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.สง.ผบ.ตร.รรท.ผบช.น. ได้เดินทางมารับตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 คนที่ สภ.แม่สอด โดยมี พ.ต.อ.จำแรง สุดใจ ผกก.สภ.แม่สอด อำนวยความสะดวก คาดเดินทางถึง กทม. ช่วงเวลาประมาณ 15.00 น.

ต่อมาเมื่อเวลา 15.00 น. ที่กองบินตำรวจ พล.ต.ท.ศานิตย์ นำตัว นายภูริชกานต์ หรือ น้ำ วงษ์ดี อายุ 47 ปี (คนยิง) ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ เลขที่ 227 /2558 ลงวันที่ 23 มี.ค. และนายภานุพงษ์ หรือ บี จุฬาทิพย์ อายุ 31 ปี (คนขับ) ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ เลขที่ 228 /2558 ลงวันที่ 23 มี.ค. ในข้อหา “ร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่น, มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, พกพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมืองหมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันสมควร, ยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุในเมืองหมู่บ้านหรือที่ชุมชน”

พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวว่า ก่อนอื่นก็ต้องขอขอบคุณผู้อำนวยการกองบินที่อำนวยความสะดวกให้นำตัวผู้ต้องหาในคดียิงเก๋ง โดยเหตุที่เกิดขึ้นทำให้ประชาชนในพื้นที่ตกใจหวั่นเกรงภัยอันตราย ซึ่งทางรองนายกรัฐมนตรีและ ผบ.ตร.ได้ให้ความสนใจเกี่ยวกับคดีนี้เป็นพิเศษ เพราะคนร้ายกระทำการอุกอาจ ก่อเหตุกลางแจ้ง หรือสถานที่ๆ มีคนพลุกพล่าน ซึ่งการควบคุมตัวผู้ต้องหาครั้งนี้มีเจ้าหน้าที่จากกองบัญชาการตำรวจนครบาล กองบังคับการสืบสวนสอบสวนกองบัญชาการตำรวจนครบาล และกองกำกับการสืบสวนสอบสวนตำรวจนครบาล 5

โดยหลังจากเกิดเหตุ ตลอด 10 วันที่ผ่านมา ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจทำงานทุกวัน ซึ่งเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ตนได้รับรายงานว่า พบตัวผู้ต้องหาแล้ว อยู่แนวชายแดนไทยเพื่อนบ้าน ที่อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก เมื่อมีคดีเกิดขึ้นในพื้นที่ กทม. ตนก็จะเร่งรัดติดตามจับกุมคนร้ายที่ก่อเหตุมาดำเนินคดีให้เร็วที่สุด ซึ่งจากการสอบสวนเบื้องต้นผู้ต้องหารับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา

ด้าน นายภูริชกานต์ ผู้ต้องหากล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า สาเหตุที่ตนก่อเหตุนั้นมาจากความแค้น และเรื่องหึงหวงที่มีต่อภรรยา ตนจึงบันดาลโทสะก่อเหตุดังกล่าวขึ้น โดยอ้างว่า กลางปีที่แล้วตนเพิ่งจะทราบความจริงหลังจากกลับมาจากประเทศแคนาดาว่า ภรรยาของตนเริ่มมีการติดต่อพูดคุยกับชายอื่น โดยก่อนเกิดเหตุตนไม่ได้วางแผนใดๆ ทั้งสิ้น เป็นการเจอกันโดยบังเอิญ และไม่ได้ตั้งใจที่จะฆ่าใคร 

พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวต่อว่า ในส่วนของความชำนาญในการใช้อาวุธปืนของผู้ต้องหานั้น ตนคิดว่าผู้ต้องหาน่าจะใช้อาวุธตามสัญชาตญาณมากกว่า เพราะจากการสอบสวนเบื้องต้นผู้ต้องหาไม่เคยหัดยิงปืน หรือฝึกฝนจากที่ใดเลย เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหาไปคุมตัวที่ สน.ท่าเรือ ซึ่งในวันพรุ่งนี้ (4 เม.ย.) เวลา 09.00 น. ทางเจ้าหน้าที่จะนำตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 คนไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่จุดเกิดเหตุอีกครั้ง

ภายหลังการแถลงข่าว พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รรท. ผบช.น. เปิดเผยความคืบหน้ากรณีทายาทเครื่องดื่มชูกำลัง ที่ขับรถสปอร์ตเฟอร์รารี พุ่งชน ด.ต.วิเชียร กลั่นประเสริฐ อายุ 47 ปี ผู้บังคับหมู่งานปราบปราม สน.ทองหล่อ เสียชีวิต เหตุเกิดเมื่อปี 2555 ว่า ขณะนี้มีความคืบหน้าไปมาก เบื้องต้นตนไม่สามารถบอกอะไรได้มากนัก เนื่องจากเรื่องไปถึงระดับสำนักงานตำรวจแห่งชาติแล้ว อย่างไรก็ตามยืนยันว่า หากใครผิดก็ต้องว่าไปตามผิด พร้อมให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ทั้งนี้ ยอมรับว่า ตรวจสอบสำนวนเจอข้อบกพร่องจริง เห็นชัดจากหลายจุดในสำนวนที่ไม่เป็นไปตามข้อกฎหมาย ซึ่งเป็นการส่อพิรุธและเป็นการทำสำนวนไม่ปกติ อย่างไรก็ตาม ที่เหลือเป็นขั้นตอนในทางวินัย ซึ่งพล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.จะเป็นผู้ตรวจสอบอีกครั้ง

อ่านเพิ่มเติม...