จากกรณีผู้นำหมู่บ้าน พร้อมชาวบ้านและทนายความ เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.เหมืองจี้ อ.เมือง จ.ลำพูน ให้ตรวจสอบมูลนิธิอโศกมุนีแสงธรรม หรือกู่อรหันต์พันปี บ้านหนองไซ หมู่ 14 ต.ป่าสัก อ.เมือง จ.ลำพูน และให้ดำเนินคดีนายสินธพ ทรวงแก้ว ที่อ้างเป็นผู้ดูแลมูลนิธิฯซึ่งมีพฤติกรรมแอบอ้างเป็นเกจิอาจารย์ เขียนตำนานพระพุทธประวัติฉบับพิสดาร โน้มน้าวให้ผู้คนศรัทธาบริจาคเงิน ทั้งยังอ้างว่าเป็นผู้มีบุญบารมีเก็บรักษาพระพุทธรูปโบราณ เป็นพระอรหันต์ 28 องค์อายุพันกว่าปีที่สิงสถิตอยู่บนดอยไซ แต่ตรวจพบว่าน่าจะเป็นพระที่สร้างขึ้นมาใหม่ เข้าข่ายหลอกลวงและฉ้อโกงประชาชน ขณะที่สถานที่ตั้งของมูลนิธิฯ มีโฉนดที่ดิน 5 ไร่เศษ แต่ครอบครองจริงเกือบ 7 ไร่ ส่วนหนึ่งน่าจะเป็นการบุกรุกพื้นที่ป่านั้น

ความคืบหน้าในเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 23 ธ.ค. พ.ต.ท.นฤทธิ์ สายมณี พงส.สภ.เหมืองจี้ ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ว่า หลังจากชาวบ้านมาแจ้งความที่ สภ.เหมืองจี้ ทางผู้บังคับบัญชาได้มอบหมายให้รับเรื่องร้องเรียนไว้ และทาง ผวจ.ลำพูนได้เข้าร่วมเป็นหนึ่งในคณะกรรมการตรวจสอบมูลนิธิอโศกมุนีแสงธรรม ร่วมกับหลายหน่วยงาน ในส่วนของตำรวจได้ตรวจสอบร่วมกับคณะกรรมการตามประเด็นต่างๆที่ร้องเรียนมา

ด้านนายสุวรรณทัสน์ ธนันชัย ผอ.สนง.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดลำพูน เปิดเผยว่า ในส่วนของสถานที่ตั้งมูลนิธิฯอยู่นอกเขตรับผิดชอบของ สนง.ทรัพยากรธรรมชาติฯ ต้องให้ทาง สปก.ลำพูนรับเรื่องไปดำเนินการ ที่ผ่านมาเคยเข้าไปตรวจสอบมาแล้วครั้งหนึ่งก่อนที่เรื่องนี้จะดังขึ้นมา พบว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นที่ สปก.ซึ่งเป็นที่ดินของรัฐอยู่นอกเขตป่าสงวนแห่งชาติ ซึ่งจะต้องถูกตรวจสอบว่า มีการขออนุญาตถูกต้องหรือไม่ การตั้งมูลนิธิต้องได้รับอนุญาตจาก สปก.จังหวัดก่อน.