คุณป้าชาวแม่สะเรียง หนีราคายางพาราตกต่ำ ทดลองปลูกดอกทานตะวัน หวังเก็บเมล็ดพันธุ์ขาย สุดท้ายกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยว หลังมีผู้คนสัญจรผ่านพบความสวยงามขณะดอกบานสะพรั่งเหลืองอร่าม ถ่ายภาพแชร์จนเป็นที่รู้จัก เก็บค่าเข้า 10 บ.
เมื่อวันที่ 10 ธ.ค. 58 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ประชาชนชาวแม่สะเรียง แห่กันไปเที่ยวชมทุ่งดอกทานตะวัน ซึ่งกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่จนแน่นสวนของ นางนงคราญ เป็งนา อายุ 58 ปี ชาวบ้าน หมู่ที่ 5 บ้านแม่ต๊อบใต้ ต.บ้านกาศ อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน เนื่องจากการเดินทางสะดวกและไม่ไกลจากตัวเมืองมากนัก
นางนงคราญ เกษตรกรเจ้าของสวน เล่าว่า เดิมทีทำสวนเกษตรผสมผสานปลูกพืชไร่ทั่วไปในพื้นที่ของตัวเองและญาติที่มีพื้นที่ติดกัน และเมื่อปี 49 ชักชวนกันปลูกยางพารา เพราะเห็นว่าราคาดี เป็นที่ต้องการของตลาด แต่เมื่อปีที่แล้วราคาตกต่ำ ขายได้เพียงกิโลกรัมละ 27 บาท โดยปีนี้กำลังเริ่มกรีดยางและยังไม่ได้นำออกจำหน่าย ได้ยินเพื่อนบ้านบอกว่าขายได้ราคากิโลกรัมละ 14-15 บาทเท่านั้น ทำให้อ่อนใจกับราคาเพราะลงทุนไปมาก และเพิ่งจะเก็บเกี่ยวผลผลิตยางได้เพียง 2-3 ปี
...
ต่อมาญาติที่มีพื้นที่ติดกันแนะนำและชวนให้ปลูกดอกทานตะวัน ซึ่งบริเวณนี้มีเจ้าของ 3 คน ปลูกคนละแปลง แปลงละ 2-3 ไร่ นางนงคราญ ซื้อเมล็ดพันธุ์มา 2 ถัง ในราคา 1,000 บาท ในตอนแรกคิดจะเก็บเกี่ยวเมล็ดทานตะวันขายเท่านั้น แต่เมื่อเข้าสู่ช่วงระหว่างปลายเดือน พ.ย. - ธ.ค. ดอกทานตะวัน บานสะพรั่งเหลืองอร่ามจนเป็นที่สะดุดตาผู้สัญจรผ่าน จึงมีคนถ่ายภาพแล้วนำไปเผยแพร่ในสื่อออนไลน์ จนกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวขึ้นมา
ทั้งนี้ จึงเกิดความคิดเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าไปชื่นชมและถ่ายภาพเป็นที่ระลึก ที่ผ่านมามีนักท่องเที่ยวอย่างต่ำ 50 คนต่อวัน และในวันนี้เป็นวันหยุดจึงมีผู้เข้าชมมากกว่าปกติ ซึ่งในอนาคตคาดว่าจะมีผู้มาเที่ยวชมเพิ่ม จึงเก็บค่าบริการเข้าสวนในราคาคนละ 10 บาท เป็นค่าบำรุงรักษา.