ลอยกระทงทั่วไทยคึกคัก หลายจังหวัดเตรียมงานเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวที่จะแห่มา พร้อมทั้งจัดกิจกรรมส่งเสริมวัฒนธรรมท้องถิ่น เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์ภูมิปัญญาชาวบ้าน ด้านท่าอากาศยานเตรียมกฎปล่อยโคมลอย เพื่อความปลอดภัยในการจราจรทางอากาศ...
เมื่อวันที่ 23 พ.ย.58 ชาวบ้านชุมหน้าผา ตำบลปากน้ำโพ อำเภอเมืองนครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์ ช่วยกันทำกระทงจากกะลามะพร้าว จำนวนกว่า 4,000 ใบ เพื่อเตรียมไว้ใช้ในริมแม่น้ำปิง ซึ่งถือได้ว่าเป็นประเพณีของชุมชนเล็กๆ ปฏิบัติสืบทอดกันมายาวนานกว่า 60 ปี จนเป็นที่โด่งดังทั่วเมืองปากน้ำโพ
...
ขณะที่ชาวบ้านในชุมชนหน้าผา ได้เปิดเผยว่า ในแต่ละปีคนในชุมชนจะช่วยกันเก็บรวบรวมกะลามะพร้าวไว้ เพื่อเตรียมนำมาประดิษฐ์เป็นกระทงในช่วงเทศกาลลอยกระทง โดยก่อนเทศกาลฯ นั้น คนในชุมชนจะมารวมตัวกันทำความสะอาดกะลา ตกแต่งด้วยกระดาษแก้วหลากสี และนำเทียนวางไว้กลางกะลา ทำเหมือนกระทงทั่วไป รวมถึงเร่งทำแพให้ทันวันลอยกระทง หลังน้ำแห้ง ชาวบ้านกว่า 10 คน ช่วยกันสร้างโป๊ะ-แพ บริเวณริมแม่น้ำปิงที่แห้งมากกว่าทุกปี พร้อมกับตกแต่งสถานที่ ติดไฟเพิ่มแสงสว่าง เพื่อไว้รองรับกับประชาชนที่จะเข้ามาร่วมงานลอยกระทงในค่ำคืนวันที่ 25 พฤศจิกายนนี้
นอกจากนี้ทางหน่วยงานราชการ วัด และชุมชน ในหลายพื้นที่ของตำบลปากน้ำโพ อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ ก็มีการทำโป๊ะ-แพ เพื่อไว้ให้ประชาชนเข้ามาร่วมงานลอยกระทงเช่นกัน
พ.ต.ท.วัชชิรานนท์ นนท์นา สารวัตรตำรวจน้ำหนองคาย (สว.สรน.3 กก.11บก.รน.) พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจน้ำหนองคายจำนวนหนึ่ง นำเรือปฏิบัติการ 421 ออกลาดตระเวนทางน้ำโขง ตรวจตลิ่งและตรวจพื้นที่จัดกิจกรรมลอยกระทงในวันที่ 25 พ.ย.นี้ โดยเฉพาะบริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง วัดมีชัยท่า ซึ่งเป็นสถานที่จัดงานลอยกระทงของเทศบาลเมืองหนองคาย จะมีประชาชนนักท่องเที่ยวมาร่วมงานลอยกระทง ทำกิจกรรมในวัด และนำกระทงมาลอยน้ำโขงบริเวณริมตลิ่งเป็นจำนวนมาก เพื่อสร้างความมั่นใจและความปลอดภัยให้กับประชาชนนักท่องเที่ยว โดยในวันงานนั้นจะมีการจัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจน้ำคอยดูแลความปลอดภัยให้กับประชาชน ป้องกันเหตุการณ์ไม่คาดฝันที่จะเกิดขึ้นระหว่างงานลอยกระทง
สำหรับกิจกรรมในปีนี้เทศบาลเมืองหนองคาย ได้จัดงาน 2 วัน ระหว่างวันที่ 24-25 พ.ย.นี้ มีการประกวดนางนพมาศ การประกวดประดิษฐ์กระทง และการแสดงบนเวที
...
ด้าน ประเพณีลอยกระทงเผาเทียนเล่นไฟ จังหวัดสุโขทัย ประจำปี 2558 ณ อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ต.เมืองเก่า ผู้คนยังหลั่งไหลเข้าชมภายในสถานที่จัดงานอย่างต่อเนื่อง แม้ในช่วงเวลากลางวัน ยังคงมีประชาชนรวมทั้งนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ เข้ามาเที่ยวชมโบราณสถานต่างๆ ภายในอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยเป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็น พระบรมราชานุสาวรีย์พ่อขุนรามคำแหงมหาราช วัดมหาธาตุ ซึ่งเป็นสถานที่จัดการแสดงแสงสีเสียง (Light&Sound) รวมทั้งถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกับกระทงใหญ่กลางสระน้ำ โคมชัก-โคมแขวน ส่วนในภาคกลางคืน กิจกรรมต่างๆ จะเริ่มขึ้นตั้งแต่เวลา 18.00 น. มีการแสดงหมู่บ้านวิถีไทยและตลาดโบราณสมัยกรุงสุโขทัย (ตลาดแลกเบี้ย) บริเวณศาลาสี่หลัง การแสดงดนตรีไทย ณ วัดชนะสงคราม รวมไปถึงการแสดงโขน ด้านหลังวัดชนะสงคราม การแสดงตำนานท้าวศรีจุฬาลักษณ์ และการจุดพลุตะไลไฟพะเนียง ณ สระน้ำวัดสระศรี (ตระพังตระกวน) ซึ่งงานประเพณีลอยกระทงเผาเทียนเล่นไฟประจำปี 2558 จะมีไปจนถึงวันที่ 25 พ.ย.นี้
...
ส่วนหน้าที่ว่าการอำเภอเชียงแสน จ.เชียงราย มีการแข่งขันโคมลอยในงานยี่เป็งเมืองเชียงแสน โดยมีชาวบ้านและนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติเฝ้าชมการแข่งขันโคมลอยอย่างคึกคัก กองเชียร์ของผู้ที่นำโคมเข้าแข่งขันต่างพากันตีกลอง ส่งเสียงเชียร์เป็นที่สนุกสนาน ซึ่งโคมลอยแต่ละลูกจะมีสีสรรและลวดลายแตกต่างกัน พอลอยสูงขึ้นไปบนท้องฟ้าก็จะปล่อยควันสีและเครื่องบินลอยเต็มท้องฟ้า สร้างความฮือฮา ตื่นตาตื่นใจให้กับนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก
นายพินิจ แก้วจิตคงทอง นายอำเภอเชียงแสน กล่าวว่า ปัจจุบันการทำโคมลอยแล้วใช้เทคนิคเข้าไปช่วยเสริม นับวันจะหาดูยาก ควรที่ต้องอนุรักษ์ไว้ให้อนุชนรุ่นหลังได้ศึกษา โดยเฉพาะวันนี้ ทางโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 15 ได้ให้นักเรียนออกมาศึกษาเรียนรู้ การปล่อยโคมลอยด้วย ด้านนายภาณุวัฒน์ ศรีสุข ผู้ใหญ่บ้านจอมกิตติ ซึ่งเป็นแกนนำในการจัดการแข่งขันโคมลอย กล่าวว่า การทำโคมลอยปล่อยกันในเทศกาลลอยกระทง ที่ทางภาคเหนือเรียกว่าประเพณียี่เป็ง เป็นประเพณีลอยกระทงของชาวล้านนา และที่อำเภอเชียงแสน จัดให้มีการแข่งขันประกวดโคมลอย โคมลอยนอกจากจะใช้ลอยเพื่อบูชาแล้ว ยังนิยมทำและเล่นกันมากในประเพณีเดือนยี่ หรือวันเดือนเพ็ญจะปล่อยในเวลากลางวัน และถือว่าเป็นการสะเดาะเคราะห์ด้วย ลักษณะของโคมลอยที่จะปล่อยขึ้นไปนั้นมักจะไม่มีรูปแบบที่แน่นอน แต่มักจะเลียนแบบธรรมชาติที่มองเห็น เช่น รูปลูกฟัก ลูกแตง รูปทรงกระบอก ทรงกลม ทรงเหลี่ยม กระติ๊บข้าว
ขณะที่ที่ท่าอากาศยาน จ.ขอนแก่น นายกิติชัย สัจจลักษณ์ ผู้อำนวยการท่าอากาศยาน จ.ขอนแก่น เผยว่า ได้ประสานขอความร่วมมือไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ชุมชนและคุ้มวัดต่างๆ ซึ่งตั้งอยู่ในรัศมีและพิสัยการบิน โดยรอบท่าอากาศยานขอนแก่น ระยะทาง 14 กม. ครอบคลุมพื้นที่ อ.น้ำพอง อ.บ้านฝาง และ อ.เมืองขอนแก่น ในการห้ามปล่อยโคมลอยและโคมควัน ตั้งแต่เวลา 18.00 – 22.00 น. ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป จนสิ้นสุดเทศกาลวันลอยกระทง เนื่องจากจะส่งผลกระทบต่อพิสัยในการทำการบินและการสัญจรทางอากาศ
...
ขณะเดียวกันยังคงมีการจัดส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ทำความเข้าใจในกฎระเบียบและข้อบังคับดังกล่าว เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้องและเข้าใจร่วมกัน เนื่องจากโคมลอยและโคมควันมีการดัดแปลงสภาพให้สามารถลอยได้สูงขึ้น และบินไปตามทิศทางลมโดยไม่สามารถบังคับหรือกำหนดระยะเวลาที่ตกได้ เสี่ยงต่อการพุ่งชนหรือลอยติดกับเครื่องบิน ในช่วงของการทำการขึ้นและลงอย่างมาก ซึ่งสนามบินขอนแก่นยังคงเพิ่มความเข้มงวด ตรวจสอบการลักลอบปล่อยโคมลอย และโคมชนิดต่างๆ อย่างเข้มงวด ซึ่งหากตรวจพบจะมีการประสานงานร่วมตำรวจท้องที่ดำเนินการจับกุม ซึ่งมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 232 (1) โทษจำคุกตั้งแต่ 6 เดือนถึง 7 ปี หรือปรับตั้งแต่ 1,000-14,000 บาท และความผิดว่าด้วยความผิดบางประการต่อการเดินอากาศ มาตรา 6 (3) โทษประหารชีวิต จำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุกตั้งแต่ 5-20 ปี ซึ่งถือเป็นบทลงโทษที่ทุกสนามบินของไทยจะต้องปฏิบัติตาม
ด้าน นายแพทย์วิฑูรย์ เหลืองดิลก นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดตรัง กล่าวว่า ช่วงลอยกระทงขอให้ปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด ไม่ขับรถเร็ว ไม่ประมาท ไม่ใช้โทรศัพท์ขณะขับขี่ สวมหมวกนิรภัยทุกครั้งที่ขับขี่รถจักรยานยนต์ และคาดเข็มขัดนิรภัยทุกครั้ง หลีกเลี่ยงการสัญจรบริเวณสถานที่ที่มีการจัดงาน และหลีกเลี่ยงการเล่นพลุ ประทัด ดอกไม้ไฟ หากเล่นขอให้ระมัดระวัง ขอให้ผู้ปกครองดูแลเด็กอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 5 ขวบ ต้องอยู่ในระยะที่มองเห็นและคว้าถึง อย่าปล่อยให้เด็กลอยกระทงตามลำพังในกะละมัง ถังน้ำ หรือแหล่งน้ำอื่นๆ เพราะอาจพลัดตกจมน้ำเสียชีวิตได้ ควรสอนให้เด็กใช้นกหวีดเพื่อขอความช่วยเหลือ ส่วนผู้ใหญ่ควรหลีกเลี่ยงการดื่มสุราและลงน้ำ
ขณะนี้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดตรัง ได้สั่งการให้โรงพยาบาลทุกแห่งเตรียมความพร้อมป้องกันอุบัติภัย 3 ได้แก่ การบาดเจ็บจากการจราจร การจมน้ำที่เป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 1 ของเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี และบาดเจ็บจากพลุ ประทัด ดอกไม้ไฟ ที่ทำให้เกิดการบาดเจ็บรุนแรง ซึ่งมีแนวโน้มพบมากขึ้นทุกปี ทั้งนี้ยังบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ ท้องถิ่น เอกชน และจิตอาสาในการดำเนินการประชาสัมพันธ์ และเตรียมสถานพยาบาลทุกแห่งพร้อมรับกรณีฉุกเฉิน เปิดช่องทางด่วนรองรับผู้บาดเจ็บ ทีมการแพทย์ฉุกเฉิน ณ จุดเกิดเหตุให้พร้อมปฏิบัติการตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งประชาชนสามารถแจ้งขอรับการช่วยเหลือได้ทางหมายเลขโทรศัพท์ 1669