อาการทรุดส่งรพ.คุกหมดลม ศพเผาวัดทองสุทธารามทันที สั่งปลด-ถอดยศเสธ.เฮงแล้ว
“หมอหยอง” ตายแล้ว รมว.ยุติธรรมแถลงรับ เหตุติดเชื้อในกระแสเลือด ทำให้ระบบหายใจไหลเวียนโลหิตล้มเหลว หลังผู้คุมเห็นอาการนอนหายใจเฮือก เรียกไม่ขานรับ รีบนำส่ง รพ.ราชทัณฑ์ แต่ยื้อชีวิตไม่ทันสิ้นชื่อหมอดูดังตั้งแต่คืนวันที่ 7 พ.ย. ขณะที่ญาติรับศพเผาวัดทองสุทธาราม บางซื่อ ท่ามกลางการคุมเข้มของ ตร. ด้านศาลทหารอนุมัติหมายจับผู้การโจ้ 2 ข้อหา ในความผิดตาม ม.112 และ ม.157 ร่วมกับ อาท ชัตเตอร์มหาเทพ เลขาฯคู่ใจอดีตหมอดูดัง ตบทรัพย์ 2 บริษัทบิ๊กในกิจกรรมสำคัญที่ผ่านมาแล้ว และที่กำลังจะเกิดขึ้น ส่วนข่าวผู้การโจ้เผ่นออกนอกประเทศ ตร.เผยยังไม่ได้รับรายงานจาก สตม. “ศรีวราห์” เรียกประชุมใหญ่ชุดทำงานคดีหมิ่น ส่วน “บิ๊กป้อม” รับหมายจับ “ผู้การโจ้” ไม่กระทบภาพลักษณ์กองทัพ ไฟเขียวสอบก่อสร้างอุทยานราชภักดิ์ เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาแพร่ประกาศสำนักนายกฯปลด พล.ต.พิสิฐศักดิ์ เสนีวงศ์ ณ อยุธยา หรือเสธ.เฮง รอง ผบ.ทม.ออกจากทหาร ฐานประพฤติชั่วร้ายแรง
ภายหลังชุดสืบสวน บช.ก.นำโดย พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบช.ก.เข้าตรวจสอบโครงการอุทยานราชภักดิ์ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ทั้งโครงการ หลังพบข้อมูล พล.ต.-พ.อ. แก๊งหมอหยองเข้าไปเอี่ยวในส่วนของการหล่อพระรูปบูรพกษัตริย์ 7 พระองค์ รวมทั้งการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานจนพบว่าได้ร่วมกับเซียนพระชื่อดัง ชักหัวคิวค่าเปอร์เซ็นต์การหล่อรูปปั้น 7 บูรพกษัตริย์ และส่อว่ามีการทุจริตอีกมาก ขณะเดียวกัน พล.ต.วิจารณ์ จดแตง หัวหน้าส่วนปฏิบัติการ คณะทำงานกฎหมายส่วนรักษาความสงบ คสช. เข้าแจ้งกองปราบฯดำเนินคดี พ.อ.คชาชาติ บุญดี หรือผู้การโจ้ นายทหารฝ่ายเสนาธิการประจำกองทัพภาคที่ 3 หลังพบการกระทำผิดม.112 แอบอ้างเบื้องสูงเรียกรับผลประโยชน์ ร่วมกับหมอหยอง-นายสุริยัน สุจริตพลวงศ์ และนายจิรวงศ์ วัฒนเทวาศิลป์ หรืออาท ชัตเตอร์มหาเทพ 2 ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมในความผิดตาม ม.112 พร้อมกับ พ.ต.ต.ปรากรม วารุณประภา หรือสารวัตรเอี๊ยด ที่ผูกคอตายไปก่อนหน้า ระหว่างถูกขังในเรือนจำชั่วคราวแขวงถนนนครไชยศรี โดย พ.อ.คชาชาติ ถูกแจ้งดำเนินคดีแอบอ้างเบื้องสูงในกิจกรรมสำคัญ ปั่นเพื่อแม่เหตุเกิดที่กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ กับ บ.ซีพีออล์ จก. (มหาชน) แขวงสีลม เขตบางรัก และคดีแอบอ้างเบื้องสูง ดำเนินการกิจกรรมสำคัญที่อยู่ระหว่างการเตรียมการ เหตุเกิดที่ บ.คิงเพาเวอร์ จก. ซอยรางน้ำ แขวงพญาไท เขตราชเทวี
รมว.ยธ.รับ หมอหยอง ตายแล้ว
ล่าสุด หมอหยอง ผู้ต้องหาสำคัญในคดีแอบอ้างเบื้องสูงเรียกรับผลประโยชน์ในกิจกรรมสำคัญของชาติเสียชีวิตไปอีกราย โดยเมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 9 พ.ย. พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม แถลงข่าวชี้แจงกรณีกระแสข่าวนายสุริยัน สุจริตพลวงศ์ หรือหมอหยอง เสียชีวิตว่า นายวิทยา สุริยะวงค์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ได้แจ้งมาว่า นายสุริยัน มีอาการป่วยหนักตั้งแต่เวลาประมาณ 21.00-22.00 น.วันที่ 7 พ.ย.ที่ผ่านมา ได้นำตัวออกจากเรือนจำชั่วคราวแขวงถนนนครไชยศรี ไปรักษาที่ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ทันที และนายสุริยันเสียชีวิตในเวลาต่อมา ทั้งนี้ตนได้รับรายงานอย่างเป็นทางการในช่วงเช้าวันที่ 8 พ.ย. หลังจากนายสุริยันเสียชีวิต ได้ให้เจ้าหน้าที่ทั้ง 4 ฝ่าย ประกอบด้วย พนักงานสอบสวน พนักงานอัยการ ฝ่ายปกครอง และแพทย์ รวมทั้งญาติพี่น้องนายสุริยัน ร่วมกันชันสูตรพลิกศพเพื่อหาสาเหตุการตายว่าเกิดจากสาเหตุใด จากการตรวจพิสูจน์โดยได้รับรายงานจากแพทย์พบว่า นายสุริยันเสียชีวิตด้วยอาการติดเชื้อในกระแสเลือด ก่อนจะมีการออกใบมรณบัตรตามขั้นตอนหลังพิสูจน์ ส่วนกรณีหากญาตินายสุริยัน ติดใจหรือข้องใจสาเหตุการตาย สามารถร้องขอให้นิติวิทยาศาสตร์ตรวจสอบตามขั้นตอนของกฎหมายได้
เผยหมอดูคนดังป่วยอยู่แล้ว
รมว.ยุติธรรมกล่าวต่อว่า ส่วนเรื่องการดูแลผู้ต้องขังว่าดูแลยังไงถึงตาย จริงๆแล้วนายสุริยันมีอาการป่วยตลอด ก่อนขึ้นศาลทหารครั้งที่แล้วยังมีอาการป่วย ปกติก่อนจะเข้าเรือนจำจะมีโรคประจำตัวอยู่ เหมือนกรณีผู้ต้องขังอดีตผู้บริหารธนาคารกรุงไทยที่มีโรคประจำตัวอยู่แล้ว และเสียชีวิตหลังนำตัวเข้าเรือนจำ นายสุริยันมีอาการป่วยเช่นกัน เพราะหลังจากนำตัวเข้าเรือนจำที่ มทบ.11 นักโทษก็ต้องเกิดความเครียด และกดดันเป็นธรรมดา ทั้งนี้ระหว่างที่นายสุริยันถูกคุมขัง ทางราชทัณฑ์ได้ส่งแพทย์เข้าไปดูแลอาการตลอดอยู่แล้ว ส่วนเรื่องการเฝ้าเวรยามผู้ต้องขัง ก็มีกฎระเบียบอยู่แล้ว โดยทุกชั่วโมง และครึ่งชั่วโมง จะมีเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบตามระเบียบปกติ ในวันเกิดเหตุเจ้าหน้าที่เวรยามเข้าตรวจตามเวลา เห็นนายสุริยัน มีอาการป่วย จึงรายงานผู้บังคับบัญชาและรีบนำตัวส่งทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ ส่วนเรื่องศพนายสุริยัน ทางญาติจะรับศพไปเมื่อใดนั้นไม่ทราบรายละเอียดต้องไปถามอธิบดีกรมราชทัณฑ์ เบื้องต้นได้สั่งการให้กรมราชทัณฑ์ ทำหนังสือชี้แจงรายละเอียดต่อสื่อมวลชนและสังคมให้เข้าใจข้อเท็จจริง
ราชทัณฑ์ออกแถลงการณ์
ต่อมาเวลา 14.00 น.วันเดียวกัน กรมราชทัณฑ์ได้ออกแถลงการณ์ ความยาว 2 หน้ากระดาษ เอ 4 โดยในใบแถลงการณ์ระบุว่า เมื่อวันเสาร์ที่ 7 พ.ย.58 กรมราชทัณฑ์รับรายงานจากเรือนจําชั่วคราว แขวงถนนนครไชยศรี สังกัดเรือนจําพิเศษกรุงเทพมหานครว่า เมื่อเวลาประมาณ 21.00 น. ข.ช.สุริยัน สุจริตพลวงค์ ผู้ต้องขังคดีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ในขณะนี้อยู่ระหว่างฝากขังผัดที่ 2 เวรรักษาการณ์ไปตรวจพบขณะนอนอยู่ในห้องขัง เรียกชื่อไม่ขานตอบ มองจากภายนอกห้องขังเห็นว่า มีอาการหายใจเฮือก ได้รีบแจ้งให้หน่วยเสนารักษ์ประจํา มทบ.11 มาตรวจสอบพบว่า ชีพจรอ่อน ไม่รู้สึกตัว ได้รีบนําตัวส่งทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ แขวงลาดยาว เขตจตุจักร
แจงรายละเอียดยิบก่อนดับ
เมื่อไปถึงทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ เวลา 22.20 น. ห้องฉุกเฉินแรกรับพบว่า ผู้ต้องขังดังกล่าว ไม่รู้สึกตัว ไม่ตอบสนองใดๆ วัดสัญญาณชีพจรไม่ได้ ม่านตาขยาย 4 มม. ไม่ตอบสนองต่อแสงทั้งสองข้าง โรงพยาบาลได้ดําเนินการช่วยฟื้นคืนชีพเป็นเวลาชั่วโมงเศษ แต่ไม่ประสบความสำเร็จ แพทย์เวรลงความเห็นว่าเสียชีวิต การเสียชีวิตครั้งนี้เป็นการเสียชีวิตระหว่างถูกควบคุมตัว เจ้าพนักงานมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา คือต้องแจ้งให้พนักงานสอบสวน แพทย์ พนักงานอัยการ และพนักงานฝ่ายปกครอง รวม 4 ฝ่าย มาชันสูตรพลิกศพ ซึ่งในกรณีนี้ได้แจ้งพนักงานสอบสวน สน.ประชาชื่น ซึ่งเป็นท้องที่ที่พบศพ เข้ามาดําเนินการ
เหตุติดเชื้อในกระแสเลือด
ส่วนสาเหตุการเสียชีวิต ชันสูตรโดยสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตํารวจ ได้ตรวจพิสูจน์ศพเรียบร้อย เอกสารลงวันที่ 8 พ.ย.58 ปรากฏสาเหตุการเสียชีวิต “สันนิษฐานว่า ระบบหายใจไหลเวียนโลหิตล้มเหลวจากติดเชื้อในกระแสโลหิต” เรือนจําได้แจ้งญาติผู้เสียชีวิตให้มาขอรับศพ เพื่อไปดําเนินการตามประเพณีต่อไป สําหรับการดําเนินการภายหลังการเสียชีวิต เรือนจําพิเศษกรุงเทพมหานคร ได้ตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง เพื่อรายงานผลมาให้กรมราชทัณฑ์พิจารณา ส่วนการดําเนินการตามกฎหมายกรณีเสียชีวิตในสถานที่คุมขังนั้น พนักงานสอบสวน สน.ประชาชื่น จะเป็นผู้ดําเนินการในเรื่องการไต่สวนการเสียชีวิตต่อไป
...
สรุปอาการหมอหยองก่อนตาย
ในใบแถลงของกรมราชทัณฑ์ ยังสรุปเหตุการณ์ด้วยว่า เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 5 พ.ย.58 ต่อเนื่องถึงวันศุกร์ที่ 6 พ.ย. 58 ผู้ต้องขังมีอาการไข้สูงกระสับ กระส่าย ไอ พยาบาลเสนารักษ์ประจําเรือนจํา ได้จ่ายยาลดไข้ ยาลดอาการไอ แล้วให้นอนพัก ต่อมาใน วันเสาร์ที่ 7 พ.ย.58 เวลาประมาณ 21.00 น. เจ้าหน้าที่เวรไปตรวจพบว่า ผู้ต้องขังมีอาการเรียกไม่รู้สึกตัว หายใจเฮือกยาว เสนารักษ์จึงแจ้งให้นําส่งทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ทันที เมื่อไปถึงทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ แพทย์เวรได้พยายามช่วยชีวิตตามหลักเกณฑ์และจรรยาบรรณทางวิชาชีพ ทํากระบวนการฟื้นคืนชีพ (Advanced CPR: Cardio Pulmonary Resuscitation) ใช้เวลาดําเนินกระบวนการ ตั้งแต่แรกพบตัว โดยใส่ท่อช่วยหายใจ ปั๊มหัวใจ ให้ยากระตุ้นหัวใจและความดันโลหิต ฯลฯ โดยใช้เวลา 1 ชั่วโมงเศษ แต่ไม่ประสบความสําเร็จ จึงได้แจ้งพนักงานสอบสวนท้องที่ มาดําเนินการตามกฎหมายต่อไป
อาจมาจากไวรัสสายพันธุ์รุนแรง
มีความเป็นได้หรือไม่ว่า มีเชื้อใดที่ทําให้ผู้ป่วยเสียชีวิตทันทีได้อย่างรวดเร็ว เท่าที่สอบถามกับแพทย์ พบว่า มีเชื้อโรคที่เป็นสาเหตุทําให้ระบบหายใจล้มเหลวแล้วเสียชีวิตอย่างรวดเร็วได้ เช่น เชื้อไวรัสที่ติดต่อทางเดินหายใจ สายพันธุ์รุนแรง ผู้รับเชื้อจะเกิดอาการอย่างเฉียบพลัน ยากแก่การประเมินหรือรักษาไม่ทันการณ์ โดยเฉพาะผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงสูง เช่น ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยเบาหวาน ผู้ป่วยที่ได้รับสารสเตียรอยด์เพื่อลดภูมิต้านทาน หรือผู้เป็นโรคที่ยังไม่ได้ระบุการตรวจวินิจฉัย โดยเฉพาะผู้ที่มีภูมิต้านทานอ่อนแอจากการเป็นโรคประจําตัวบางอย่าง หรือภาวะภูมิต้านทานบกพร่องจากโรคเฉพาะตัวที่ยังไม่ได้รับการค้นพบ หากได้รับเชื้อไวรัสดังกล่าว จะมีอาการรุนแรงและอาจเสียชีวิตได้อย่างรวดเร็ว เช่น ไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ที่รุนแรง
...
ติดเชื้อแล้วระบบหายใจล้มเหลว
ซึ่งในกรณี ข.ช.สุริยันฯ มีความเป็นไปได้ที่ผู้ต้องขังอาจมีภูมิต้านทานอ่อนแอ โดยตรวจพบจากการเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ เมื่อวันที่ 22 ต.ค.58 ว่า มีภาวะไขมันสะสมในตับสูง ประกอบกับผลการตรวจเลือดในขณะการช่วยฟื้นคืนชีพ เมื่อคืนวันที่ 7 พ.ย.58 พบมีเอนไซม์การทํางานของตับสูง ตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือดพบว่า มีภาวะเกล็ดเลือดต่ำกว่าปกติ มีเพียง 60,000 คิวบิกมิลลิเมตร (ค่าปกติ ตั้งแต่ 140,000-400,000/คิวบิกมิลลิเมตร) สันนิษฐานว่าเมื่อได้รับเชื้อโรคที่เป็นสาเหตุของการติดเชื้อในกระแสเลือดเข้าไป อาจทําให้ระบบหายใจล้มเหลวและนําไปสู่การเสียชีวิตอย่างรวดเร็ว จึงเรียนมาเพื่อทราบโดยทั่วกัน ขอบคุณสื่อมวลชนทุกสาขา กรมราชทัณฑ์ 9 พ.ย.58
เผาวัดทองสุทธาราม บางซื่อ
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า สำนักเขตจตุจักร เป็นผู้ออกใบมรณบัตรให้โดยระบุว่า นายสุริยัน สุจริตพลวงศ์ เพศชาย อายุ 52 ปี เสียชีวิตเมื่อ 7 พ.ย. 58 เวลา 22.20 น.ที่โรงพยาบาลกลางราชทัณฑ์ สาเหตุ สันนิษฐานว่าระบบหายใจไหลเวียนโลหิตล้มเหลวจากการติดเชื้อ วันรับแจ้งการเสียชีวิต วันที่ 9 พ.ย.58 จัดการด้วยวิธีการเผาที่วัดทองสุทธาราม เขตบางซื่อ กรุงเทพฯ เย็นวันเดียวกัน
ตร.คุมเข้ม ยึดกล้อง-มือถือนักข่าว
ต่อมาเวลา 15.00 น.ที่วัดทองสุทธาราม ซอยกรุงเทพนนท์ 56 แขวงและเขตบางซื่อ สถานที่ที่จะมีการนำร่างหมอดูชื่อดังมาฌาปนกิจ เมื่อผู้สื่อข่าวเดินทางมาถึงพบตำรวจ สน.ประชาชื่น กว่า 10 นาย นำโดย พ.ต.อ.ธนันธร รัตนสิทธิภาคย์ ผกก. กันพื้นที่ไม่ให้ผู้สื่อข่าวเข้าไปด้านในบริเวณเมรุเผาศพ ทั้งยังขอความร่วมมือจากสื่อมวลชนโดยขอเก็บโทรศัพท์และกล้องถ่ายรูปไว้ พร้อมถ่ายภาพบัตรประจำตัวสื่อมวลชนที่มาสังเกตการณ์ พร้อมทั้งสอบถามผู้ที่เข้าออกภายในวัดอย่างเข้มงวด เนื่องจากมีงานสวดศพประชาชนอยู่ในวัดดังกล่าวด้วยอีก 1 งาน ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะคืนทรัพย์สินสื่อมวลชนให้ในเวลา 18.00 น. ผู้สื่อข่าวไม่สามารถสังเกตความเคลื่อนไหวภายในได้ ส่วนที่ปากปล่องเมรุ เห็นเพียงแต่กลุ่มควันดำเล็กน้อยเท่านั้น ขณะเดียวกันก็ไม่ปรากฏญาติของหมอหยองมาในงานศพ นอกจากมีรถเบนซ์สีดำติดฟิล์มทึบวิ่งออกมาจากวัดเป็นคันสุดท้ายซึ่งไม่ทราบว่าจะเกี่ยวข้องกันหรือไม่ ขณะที่ พ.ต.อ.ธนันทรได้กล่าวขอบคุณสื่อมวลชนที่ได้รับความร่วมมือก่อนที่จะแยกย้าย
...
สื่อนอกเสนอข่าวหมอหยองดับ
สำนักข่าวเอเพี เอเอฟพี และรอยเตอร์รายงานวันเดียวกันนี้ว่า นายสุริยัน สุจริตพลวงศ์ หรือ “หมอหยอง” หนึ่งในสามผู้ต้องสงสัยคนสำคัญร่วมขบวนการแอบอ้างเบื้องสูงไปกระทำการมิบังควร มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ม.112 ได้เสียชีวิตลงแล้วและถือเป็นผู้ต้องสงสัยรายที่สองของคดีนี้ที่เสียชีวิตระหว่างถูกจองจำดำเนินคดีในสถานที่คุมขังของทหารต่อจาก พ.ต.ต.ปรากรม วารุณประภา หรือสารวัตรเอี๊ยด ซึ่งเสียชีวิตจากการผูกคอตายคาห้องขังเมื่อเดือนที่แล้ว ส่วนกรณีหมอหยอง เจ้าหน้าที่ไทยเผยว่าเสียชีวิตเมื่อเย็นวันเสาร์ที่ผ่านมา จากภาวะติดเชื้อในกระแสเลือดไม่กี่ชั่วโมงหลังถูกพบหมดสติในห้องขัง ทีมแพทย์พยายามกู้ชีพอยู่ราวหนึ่งชั่วโมงแต่ไม่สำเร็จ
ปปง.ตรวจสอบเส้นทางการเงิน
ด้าน พ.ต.อ.สีหนาท ประยูรรัตน์ เลขาธิการ ปปง.เผยว่า การที่ ปปง.จะเข้าไปยึดทรัพย์ คดีดัง กล่าวต้องรอพนักงานสอบสวนสรุปสำนวนให้ชัดเจนก่อนว่าใครเป็นผู้กระทำผิด ใครเกี่ยวข้องหรือมีความเกี่ยวข้องปฏิสัมพันธ์ด้วยเพราะคดีนี้ละเอียดอ่อน ไม่เหมือนคดีทั่วๆไป ส่วนเรื่องเส้นทางการเงินของนายสุริยันและ พ.ต.ต.ปรากรมกับพวกนั้น ปปง.กำลังดำเนินการขอเอกสารจากสถาบันการเงินต่างๆ ตรวจสอบบัญชีทุกประเภทไม่ว่าจากธนาคาร จากบริษัทหลักทรัพย์ต่างๆ บริษัทหลักทรัพย์ที่ดูแลกองทุนต่างๆ แม้กระทั่งการประกันชีวิตทุกประเภท แต่ขอไม่ลงรายละเอียดขอให้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ดำเนินการตรวจสอบตามขั้นตอนก่อน
เพิ่งรับแจ้ง หมายจับ พ.อ.ยังไม่ออก
ในส่วนของการดำเนินคดีแอบอ้างหมิ่นเบื้องสูง วันเดียวกัน ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ต.ปิยะพันธ์ ปิงเมือง รองโฆษก ตร.กล่าวว่า เจ้าหน้าที่เพิ่งจะได้รับแจ้งความรับคำร้องทุกข์กล่าวโทษ พ.อ.คชาชาต บุญดี เมื่อวันที่ 7 พ.ย. พบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการนี้โดยกระทำผิดร่วมกับนายสุริยัน สุจริตพลวงศ์ หรือหมอหยอง และพวก ขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน ยังไม่ได้ขอออกหมายจับแต่อย่างใด สำหรับพฤติการณ์กระทำผิดนั้นเป็นพฤติการณ์เดิมๆ เพียงแต่เป็นการสอบสวนเพิ่มเติมผู้ต้องหาเข้าไป
ตม.ยังไม่รายงาน เผ่นหนีเมียนมา
ส่วนกรณีที่มีการนำเสนอผ่านสื่อบางสำนักเมื่อสัปดาห์ก่อนว่า นายทหารคนดังกล่าวได้หลบหนีออกนอกประเทศไปยังเมียนมา ผ่านด่าน ตม.แม่สอด จ.ตาก พล.ต.ต.ปิยะพันธ์กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงานจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ยังไม่มีข้อมูลเรื่องนี้ รวมทั้งยังไม่ได้ประสานงานกับกลุ่มชาติพันธุ์ของประเทศเพื่อนบ้านตามที่มีกระแสข่าวว่า นายทหารคนนี้หลบหนีไปอยู่ด้วย ขณะนี้อยู่ระหว่างประสานงานกับต้นสังกัด ไม่ถือว่าการทำงานล่าช้าอย่างที่หลายฝ่ายกังวล เจ้าหน้าที่ทำงานตามพยานหลักฐาน และยังไม่มีการอ้างอิงถึงนายทหารยศ พล.ต.ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีนี้แต่อย่างใด
บิ๊กแป๊ะไม่กังวล ทำคดีตามหลักฐาน
ด้าน พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.กล่าวว่า ไม่รู้สึกกังวลในการทำคดีนี้ ทุกอย่างเป็นไปตามพยานหลักฐาน เป็นธรรมดาที่จะทราบเรื่องช้ากว่าหรือรู้พร้อมกับสื่อมวลชน ด้วย พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รรท.รอง ผบ.ตร.รับผิดชอบด้านงานสอบสวน พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบช.ก.รับผิดชอบด้านงานสืบสวน อาจจะเป็นไปได้ที่ผู้สื่อข่าวอาจจะรู้ก่อนเป็นเรื่องปกติ ขณะนี้ต้องให้ทั้ง 2 ฝ่ายทำงานไปก่อน
ศรีวราห์เรียกประชุมใหญ่ทั้งชุด
มีรายงานว่า พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รรท.รอง ผบ.ตร.เรียกประชุมพนักงานสอบสวนตามคำสั่ง ตร.ที่ 578/2558 ลงวันที่ 16 ต.ค.58 และคำสั่ง ตร.ที่ 612/58 ลงวันที่ 30 ต.ค.58 ให้เข้าประชุมเพื่อรายงานความคืบหน้าคดีนี้ ทั้งฝ่ายสืบสวน สอบสวน และวิเคราะห์ ที่ห้องประชุม 404 กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ในวันที่ 10 พ.ย. เวลา 15.00 น. โดยมีนายตำรวจที่ทำคดีนี้เข้าร่วมประชุมทั้งสิ้น 44 นาย
ขอหมายศาลทหารจับผู้การโจ้–อาท
ต่อมาช่วงบ่าย คณะพนักงานสืบสวนสอบสวนในคดีหมิ่นเบื้องสูง ได้รวบรวมพยานหลักฐานไปขออนุมัติศาลทหาร เพื่อออกหมายจับนายจิรวงศ์ วัฒนเทวาศิลป์ เพิ่มในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และขออนุมัติศาลทหารออกหมายจับ พ.อ.คชาชาต บุญดี ฝสธ.ทภ.3 ในฐานความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157
อนุมัติจับทันที 2 ข้อหา
ต่อมาเวลา 16.00 น. ที่ศาลทหารกรุงเทพ ได้อนุมัติหมายจับนายจิรวงศ์ วัฒนเทวาศิลป์ หรืออาท และ พ.อ.คชาชาต บุญดี หรือผู้การโจ้ตามที่ พ.ต.อ.พงษ์ไสว แช่มลำเจียก พนักงานสอบสวนผู้ทรงคุณวุฒิ กก. 1 บก.ป. ได้ยื่นขออำนาจศาลในการอนุมัติออกหมายจับ เนื่องจากเมื่อวันที่ 7 พ.ย. พล.ต.วิจารณ์ จดแตง ผอ.ส่วนกฎหมายและสิทธิมนุษยชน กอ.รมน. และหัวหน้าฝ่ายกฎหมายหน่วยเฉพาะกิจการข่าว คสช.ได้เข้าร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน บก.ป.เพิ่มเติมอีก 2 คดี คือเลขที่คดี 113/2558 และเลขที่คดี 114/2558 ได้ร้องทุกข์กล่าวโทษนายจิรวงศ์ วัฒนเทวาศิลป์ และ พ.อ.คชาชาต บุญดี ในความผิดฐานร่วมกันหมิ่นประมาท ดูหมิ่นหรือแสดงความอาฆาตมาดร้าย พระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์และเป็นเจ้าหน้าที่รัฐปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในพฤติการณ์ที่ทำให้ผู้อื่นเชื่อว่ามีตำแหน่งหรือหน้าที่ ทั้งที่มิได้มีตำแหน่งหรือหน้าที่เพื่อแสดงหาผลประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมาย สำหรับตนเองหรือผู้อื่น หรือในความผิดฐานอื่นที่พบภายหลัง
อ้างเบื้องสูงตบทรัพย์ 2 บริษัทบิ๊ก
สำหรับคดีแรกพฤติการณ์ คือแอบอ้างเบื้องสูงในการดำเนินกิจกรรมสำคัญที่ได้จัดขึ้นไปแล้ว เหตุเกิดที่กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ ถนนพหลโยธิน แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน และบริษัทซีพีออลล์ แขวงสีลม เขตบางรัก เมื่อปลายเดือน พ.ค.- ส.ค.2558 ส่วนคดีที่ 2 พฤติการณ์ คือแอบอ้างเบื้องสูง ในการดำเนินกิจกรรมสำคัญที่กำลังจะจัดขึ้น เหตุเกิดบริษัทคิง เพาเวอร์ จำกัด ถนนซอยรางน้ำ แขวงพญาไท เขตราชเทวี เมื่อวันที่ 20 ก.ย.58 อย่างไรก็ตาม สำหรับนายสุริยัน สุจริตพลวงศ์ หรือหมอหยอง ที่ พล.ต.วิจารณ์ได้ร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน บก.ป.นั้น ได้เสียชีวิต จึงจำหน่ายจากการขออนุมัติหมายจับตามขั้นตอน
ประวิตรรับเพิ่งรู้มีทหารเอี่ยวหมิ่น
ก่อนหน้านี้ เมื่อเวลา 09.20 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ร้องทุกข์กับ บก.ป.กล่าวโทษเพิ่มเติมอีก 2 คดีกับนายสุริยัน สุจริตพลวงศ์ หรือหมอหยอง นายจิรวงศ์ วัฒนเทวาศิลป์ หรืออาท ชัตเตอร์มหาเทพ และ พ.อ.คชาชาต บุญดี หรือผู้การโจ้ นายทหารฝ่ายเสนาธิการ ประจำกองทัพภาคที่ 3 กระทำความผิดมาตรา 112 ร่วมกันหมิ่นประมาท ดูหมิ่นหรือแสดงความอาฆาตมาดร้าย พระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท แอบอ้างเบื้องสูงเรียกรับเงินว่า ก็ออกหมายจับมาแล้ว เวลานี้มีทหารคนเดียว เมื่อถามว่าก่อนหน้านี้ พล.อ.ประวิตรระบุว่าไม่มีทหารเข้าไปเกี่ยวข้อง รองนายกฯ ตอบด้วยน้ำเสียงดุดันว่า “ก่อนหน้านี้ไม่มี หมายจับเพิ่งออกมา ตอนนี้ผมเพิ่งรู้เพราะตำรวจเพิ่งบอก จะหาว่าผมปฏิเสธได้อย่างไร จะมาว่าผมปฏิเสธไม่ได้ เพราะก่อนหน้านี้ผมไม่รู้ พูดอย่างนี้ก็แย่”
ฮึ่มสื่อ รู้อยู่แล้วถามทำไม
เมื่อถามว่า เหตุการณ์ดังกล่าวจะส่งผลอย่างไรต่อกองทัพหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า จะส่งอะไร ก็คนหนีไปแล้ว จะทำอย่างไร ย้ำไปแล้วว่าเป็นเรื่องบุคคล เวลานี้ยังมีรายเดียว แต่จะมีอีกหรือไม่ยังไม่พูด ตำรวจก็สืบสวนต่อไป เมื่อถามว่า การจับกุมครั้งนี้จะเชื่อมโยงกับนายสุริยันหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า สื่อก็รู้อยู่แล้ว ไม่รู้จะมาถามทำไม มันก็มีอยู่แค่คดีเดียว เมื่อถามว่า จะต้องสืบขยายผลความผิดปกติการก่อสร้างอุทยานราชภักดิ์ด้วยหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่รู้ว่าจะเกี่ยวอย่างไร ต้องให้ตำรวจเขาสอบสวนว่ามีใครเข้าไปเกี่ยวข้องหรือไม่ ถ้าจะสอบก็ว่ากันไป มีใครเกี่ยวข้องบ้าง พูดลอยๆไม่ได้หรอก รวมถึงต้องมีคนกล่าวทุกข์กล่าวโทษแจ้งความถึงดำเนินคดี อยู่ดีๆจะไปดำเนินการได้อย่างไร ไม่รู้ว่าใครเป็นใคร
วัชระร่วมวงจี้สอบทุจริตอุทยาน
วันเดียวกัน ที่ศูนย์บริการประชาชน สำนักงาน ก.พ. นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ ยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. เพื่อขอให้ตรวจสอบการส่อทุจริตโครงการก่อสร้างอุทยานราชภักดิ์ และเสนอการจัดสร้างแสตมป์-ธนบัตร 7 มหาราช มีนายพันศักดิ์ เจริญ ผอ.ส่วนประสานมวลชนและองค์กรประชาชน ศูนย์บริการประชาชนเป็นผู้รับหนังสือ โดยนายวัชระกล่าวว่า รู้สึกไม่สบายใจที่มีข่าวส่อทุจริตโครงการอุทยานราชภักดิ์ที่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ขอให้นายกฯตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงว่ามีการทุจริตจริงหรือไม่ ขอเสนอให้การสื่อสารแห่งประเทศไทย จัดทำแสตมป์ 7 มหาราช เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติ รวมทั้งขอเสนอให้ธนาคารแห่งประเทศไทย ออกธนบัตรที่ระลึกเฉลิมพระเกียรติ 7 มหาราช ในราคาฉบับละ 100 บาท 75 ล้านฉบับ เพื่อให้ประชาชนคนไทยได้เก็บไว้บูชาทุกครอบครัว
ปลด “พล.ต.พิสิฐศักดิ์” ประพฤติชั่วร้ายแรง
ค่ำวันเดียวกัน เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี มีพระบรม ราชโองการโปรดเกล้าฯให้ปลด พล.ต.พิสิฐศักดิ์ เสนีวงศ์ ณ อยุธยา หรือเฮง รองผู้บังคับหน่วยทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ ออกจากราชการ และพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ถอดออกจากยศทหาร ตั้งแต่วันที่ 16 ต.ค.58 ซึ่งเป็นวันที่มีคําสั่งพักราชการ เนื่องจากกระทําผิดวินัยทหารประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง กระด้างกระเดื่อง ขัดพระราชบัณฑูร ไม่ปฏิบัติตามคําสั่งผู้บังคับบัญชา แอบอ้างพระราชกระแส ใช้อํานาจหน้าที่ในทางมิชอบ หาผลประโยชน์ให้กับตัวเองและพวกพ้องเป็นภัยต่อความมั่นคงสถาบัน ทั้งนี้ ตามข้อ 4 ของข้อบังคับกระทรวงกลาโหมว่าด้วยการบรรจุ ปลดย้าย เลื่อน และลดตําแหน่ง ข้าราชการกลาโหม พ.ศ. 2502 และข้อ 2 ของระเบียบกระทรวงกลาโหมว่าด้วยผู้ซึ่งไม่สมควร จะดํารงอยู่ในยศทหารและบรรดาศักดิ์ พ.ศ. 2507 และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นทวีติยาภรณ์ช้างเผือก ทวีติยาภรณ์มงกุฎไทย ตริตาภรณ์ช้างเผือก ตริตาภรณ์ มงกุฎไทย จัตุรถาภรณ์ช้างเผือก จัตุรถาภรณ์มงกุฎไทย และเหรียญจักรมาลา ที่บุคคลดังกล่าวได้รับพระราชทาน ตามข้อ 6 และข้อ 7 (4) ของระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการขอพระราช– ทานพระบรมราชานุญาตเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ พ.ศ.2548