สุดสลด ย่าจูงหลานวัยขวบเศษเดินบนคันบ่อปลา เพื่อจะไปล้างแผลที่อนามัย หลังจากผ่าตัดไส้ติ่งกลับมา หายไปนานข้ามวัน ก่อนไปเจอศพลอยอยู่ในบ่อปลาร้างทั้งคู่ ลูกชายบอกแม่ว่ายน้ำไม่เป็น คาดลื่นตกลงไปเพราะฝนเพิ่งตก...
เมื่อเวลา 17.00 น.วันที่ 9 พ.ย.58 พ.ต.ท.พีระพงษ์ ภาพพันธ์ พงส.สภ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ รับแจ้งเหตุ พบศพ ลอยน้ำอยู่ในบ่อเลี้ยงปลาร้าง หมู่ 10 ต.บางบ่อ อ.บางบ่อ หลังรับแจ้ง จึงรายงานให้ พ.ต.อ.ศุภณัฎฐ์ เจริญเรืองสกุล ผกก.สภ.บางบ่อ พ.ต.ท.วรเทพ สงวนแสง หน.งานสอบสวน พ.ต.ท.จามร สุนทรกิจ รอง ผกก.สส.พร้อมด้วย แพทย์เวร รพ.บางบ่อ และมูลนิธิร่วมกตัญญู เข้าตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุพบศพลอยอยู่บริเวณช่วงกลางบ่อปลาร้างจำนวน 2 ศพ ทราบชื่อภายหลังคือ นางอำพร บันลือทรัพย์ อายุ 44 ปี อยู่บ้านเลขที่ 32/1 หมู่ 10 ต.บางบ่อ อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ สภาพศพสวมเสื้อยืดสีดำ กางเกงขาสั้น สวมรองเท้าแตะข้างซ้าย 1 ข้าง และ ด.ช.ณัฐภัทร บันลือทรัพย์ อายุ 1 ปี 5 เดือน สวมเสื้อยืดคอกลม กางเกงขาสั้น เป็นหลานชายผู้ตาย แพทย์ทำการชันสูตร ไม่มีร่องรอยการต่อสู้ และไม่พบบาดแผลตามร่างกายคาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 30 ชั่วโมง ส่วนที่ริมทางเดินคันบ่อ พบรองเท้าแตะข้างขวาของนางอำพร ตกอยู่ 1 ข้าง
...
จากการสอบสวนนายณัฐวุฒิ บันลือทรัพย์ อายุ 20 ปี ซึ่งเป็นลูกชายนางอำพร และเป็นพ่อของ ด.ช.ณัฐภัทร ผู้ตาย ทราบว่า เมื่อประมาณ 3 อาทิตย์ก่อน นางอำพร มารดา ได้ไปผ่าตัดไส้ติ่ง และจะเป็นต้องไปล้างแผลทุกวัน ที่ สถานีอนามัยบ้านระกาศ โดยเมื่อวันที่ 8 พ.ย.58 ที่ผ่านมาเวลาประมาณ 10.00 น. ตนตั้งใจจะพาแม่ไป แต่เนื่องจากเพิ่งกลับจากเฝ้าบ่อปลามาในช่วงเช้าจึง ทำให้เผลอหลับไป จนกระทั่ง เวลา 15.00 น.ของเมื่อวานนี้ เห็นว่าแม่และลูกชายยังไม่กลับเข้าบ้าน จึงชวนเพื่อนบ้านออกตามหา แต่ไม่พบ จนมาวันนี้จึงมีชาวบ้านพบศพลอยขึ้นที่บ่อปลาร้าง ซึ่งอยู่ห่างจากบ้านเพียง 50 เมตรเท่านั้น
นายณัฐวุฒิ ซึ่งสูญเสียทั้งแม่และลูกชายไปในคราวกัน กล่าวด้วยว่า แม่คงเห็นว่าตนยังไม่ตื่น จึงพาหลานเดินจูงมือกันออกไปทำแผลเอง แต่ระหว่างที่เดินผ่านบ่อปลา อาจเกิดลื่นตกลงไปเพราะก่อนหน้านั้น มีฝนตกลงมาทำให้บริเวณทางเดินคันบ่อ มีสภาพเปียกแฉะ และลื่น ประกอบกับแม่ตนว่ายน้ำไม่เป็น เลยทำให้จมน้ำเสียชีวิตทั้งย่าและหลาน ซึ่งทางญาติไม่ติดใจในสาเหตุการตาย แต่เนื่องจากเป็นการตายผิดธรรมชาติ พนักงานสอบสวน สภ.บางบ่อ จึงมอบให้มูลนิธิฯ ส่งศพไปยังสถาบันนิติเวช รพ.ตำรวจ เพื่อตรวจหาสาเหตุการตายที่แท้จริงอีกครั้ง.