ผบ.ตร. ยันไม่รั้ง "พล.ต.ต.ปวีณ" ลาออก ยืนยันการโยกย้ายไป ศชต. เหมาะสม เผยไม่เกี่ยวกับที่ พล.ต.ต.ปวีณ จับกุม พล.ท.มนัส คงแป้น ผู้ทรงวุฒิกองทัพบก 1 ในผู้ต้องหาเอี่ยวคดีค้ามนุษย์โรฮีนจา ชี้ หากคิดว่าไม่เป็นธรรมให้ไปร้องศาลเอาเอง

จากกรณีที่ พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 ประกาศลาออก อำลาชีวิตข้าราชการตำรวจ จากปมถูกโยกย้ายไปประจำที่ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศชต.) ภายหลังทำหน้าที่หัวหน้าคณะพนักงานสอบสวนคดีค้ามนุษย์โรฮีนจา สามารถนำไปสู่การจับกุมผู้อยู่เบื้องหลังกระบวนการ ซ้ำยังมีทหารยศใหญ่เป็นผู้ต้องหาหลายราย ต่อมาคำสั่งแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจกลับมีรายชื่อของพล.ต.ต.ปวีณ ถูกเตะไปอยู่ 3 จ. แม้พยายามขอให้ผู้บังคับบัญชา ทำการพิจารณาทบทวนแล้ว แต่ดูเหมือนว่าไม่เป็นผล ทางออกสุดท้ายก็ต้องลาออกเท่านั้น

ด้าน พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ยืนยันว่า จะไม่มีการยับยั้งการลาออกจากราชการของ พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ หัวหน้าพนักงานสอบสวนคดีค้ามนุษย์โรฮีนจา ซึ่งลาออกจากราชการ เมื่อวันที่ 5 พ.ย. หลังถูกย้ายไปเป็นรองผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือ ศชต. และส่วนตัวคงไม่ต้องพูดคุยกับ พล.ต.ต.ปวีณ ก่อนการลาออกจะมีผล เพราะเจ้าตัวก็ไม่ได้เข้ามาคุยกับตนอยู่แล้ว ทั้งนี้ เนื่องจากเชื่อว่า พล.ต.ต.ปวีณ พิจารณาอย่างรอบคอบแล้ว พร้อมย้ำว่า การโยกย้ายดังกล่าวไม่ได้กลั่นแกล้ง หรือมีใบสั่งจากฝ่ายการเมือง รวมถึงเชื่อว่าไม่เกี่ยวข้องกับการจับกุม พล.ท.มนัส คงแป้น ผู้ทรงวุฒิกองทัพบก 1 ในผู้ต้องหา

ทั้งนี้ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ยังได้ตั้งข้อสังเกตถึงบทสัมภาษณ์ของ พล.ต.ต.ปวีณ ที่ออกมาระบุว่า ถูกข่มขู่จากการทำคดีค้ามนุษย์โรฮีนจา ว่ามีนัยอื่นแอบแฝงหรือไม่ แต่การเป็นตำรวจที่ดี ต้องมีวินัยรักษาภาพลักษณ์ ขณะเดียวกัน ยังไม่มีรายงานว่ามีตำรวจนายอื่นที่ทำคดีนี้ ถูกข่มขู่แต่อย่างใด สำหรับกรณีของ พล.ต.ต.ปวีณ หากเห็นว่าถูกโยกย้ายไม่เป็นธรรม หรือถูกผู้บังคับบัญชากลั่นแกล้ง ก็สามารถร้องทุกข์กับกองร้องทุกข์ และศาลปกครองได้

อย่างไรก็ตาม ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ระบุว่า ต่อจากนี้การมอบหมายคดีสำคัญจะต้องเรียกตำรวจมาสอบถามความสมัครใจว่า กลัวถูกข่มขู่ หรือฟ้องร้องคดีหรือไม่ ส่วนตนทำคดีสำคัญมามาก ไม่เกรงกลัวกับอิทธิพล การถูกข่มขู่และการฟ้องร้องคดี