คสช.ส่งคนแจ้งจับผู้การโจ้ ไถซีพี-คิงเพาเวอร์

ข่าว

    คสช.ส่งคนแจ้งจับผู้การโจ้ ไถซีพี-คิงเพาเวอร์

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์

    9 พ.ย. 2558 05:30 น.

    แจ้งจับแล้ว “ผู้การโจ้” พ.อ.คชาชาต บุญดี นายทหารฝ่ายเสนาธิการประจำกองทัพภาคที่ 3 หลังพบการกระทำผิด ม.112 ร่วมกับ“หมอหยอง” และ “อาท ชัตเตอร์มหาเทพ” ขณะดำเนินการจัดกิจกรรมสำคัญที่ผ่านไปแล้วและกิจกรรมที่อยู่ระหว่างเตรียมการ เหตุเกิดในค่ายทหารและบริษัทยักษ์ใหญ่อีก 2 แห่ง พบ “ผู้การโจ้” ยังพัวพันกับความผิดปกติการจัดซื้อจัดจ้างทำรูปหล่อในอุทยานราชภักดิ์ เร่งตามตัวเซียนพระชื่อดังงาบหัวคิวมาสอบขยายผล เผยโครงการนี้ยังอยู่ในความดูแลของมูลนิธิอุทยานราชภักดิ์ ไม่ได้ส่งมอบให้กองทัพบก เนื่องจากการจัดสร้างยังไม่เสร็จสมบูรณ์ โดยเฉพาะการจัดสร้างพิพิธภัณฑ์

    กรณีตำรวจจับกุมผู้ร่วมขบวนการแอบอ้างสถาบันเบื้องสูงไปกระทำการอันมิบังควร มีความผิด ตามประมวลกฎหมาย อาญา ม.112 ประกอบด้วย นายสุริยัน สุจริตพลวงศ์ หรือหมอหยอง พ.ต.ต.ปรากรม วารุณประภา หรือสารวัตรเอี๊ยด และนาย จิรวงศ์ วัฒนเทวาศิลป์ หรืออาท ชัตเตอร์มหาเทพ ภายหลัง พ.ต.ต.ปรากรมผูกคอตายขณะถูกคุมขัง ที่เรือนจำชั่วคราว แขวงถนนนครไชยศรี (พัน.ร.มทบ.11) ต่อมาทหารคุมตัวนายศุกร์โข ตามเสรี หรือเค บาร์โฮสต์ คนสนิท พ.ต.ต.ปรากรม ส่งให้ตำรวจ บก.ป.ดำเนินคดีข้อหามีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ท่ามกลางกระแสข่าวมีนายทหารยศ พล.ต.และ พ.อ.เข้าไปเกี่ยวข้องกับคดีนี้ โดย พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบช.ก.สั่งการให้ชุดสืบสวนตรวจสอบข้อเท็จจริง กระทั่งพบทั้งคู่ร่วมกับเซียนพระชื่อดังเข้าไปมีส่วนทุจริตจัดซื้อจัดจ้างโครงการอุทยานราชภักดิ์ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ อยู่ระหว่างการสอบสวนขยายผล

    ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 8 พ.ย. ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานจากแหล่งข่าวในชุดคลี่คลายคดีนี้ว่า เมื่อบ่ายวันที่ 7 พ.ย. พล.ต.วิจารณ์ จดแตง หัวหน้าส่วน ปฏิบัติการ คณะทำงานกฎหมายส่วนรักษาความสงบ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน บก.ป.เพื่อร้องทุกข์กล่าวโทษกับนายสุริยันหรือหมอหยองกับพวก เพิ่มอีก 2 คดี ประกอบไปด้วย เลขคดีที่ 113/2558 กรณีนายสุริยัน สุจริตพลวงศ์ หรือหมอหยอง นายจิรวงศ์ วัฒนเทวาศิลป์ และพ.อ.คชาชาต บุญดี หรือผู้การโจ้ นายทหารฝ่ายเสนาธิการประจำกองทัพภาคที่ 3 (ฝสธ.ทภ.3) กระทำความผิดฐานร่วมกันหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้าย พระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ และเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในพฤติการณ์ที่ทำให้ผู้อื่นเชื่อว่ามีตำแหน่งหรือหน้าที่ ทั้งที่ตนมิได้มีตำแหน่งหรือหน้าที่นั้นเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายสำหรับตนเองหรือผู้อื่น หรือในความผิดฐานอื่นที่พบภายหลัง ทั้งหมดมีพฤติการณ์แอบอ้างเบื้องสูง ดำเนินการในกิจกรรมสำคัญที่ได้จัดขึ้นไปแล้ว เหตุเกิดที่กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ ถนนพหลโยธิน แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กทม.กับที่ บ.ซีพีออล์ จก. (มหาชน) แขวงสีลม เขตบางรัก เมื่อปลายเดือน พ.ค.-6 ส.ค.58 และเลขคดีที่ 114/2558 กรณีผู้ต้องหากลุ่มเดิมแอบอ้างเบื้องสูง เพื่อดำเนินการกิจกรรมสำคัญที่อยู่ระหว่างการเตรียมการ เหตุเกิดที่ บ.คิง เพาเวอร์ จก. ซอยรางน้ำ แขวงพญาไท เขตราชเทวี กทม.เมื่อวันที่ 20 ก.ย.58

    มีรายงานว่า ก่อนช่วงจัดกิจกรรมสำคัญในเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา กลุ่มผู้สนับสนุนนำเสื้อยืดกิจกรรมมาส่งที่ค่ายทหารแห่งหนึ่ง มีนายทหารยศ พล.ต.และ พ.อ.เกณฑ์ทหารมาแพ็กเสื้อยืดจำนวนหลายหมื่นตัวภายในค่ายทหาร เหตุที่ใช้สถานที่ดังกล่าวเพราะ พล.ต.ผู้เกี่ยวข้องมีตำแหน่งสูงสุดในค่ายทหารแห่งนี้ แนวทางการสืบสวนยังพบอีกว่าเสื้อที่ใช้ในกิจกรรมสำคัญครั้งนั้นมีต้นทุนการผลิตเพียงตัวละ 140 บาท แต่กลับมีการแจ้งราคาต้นทุนการผลิตเป็นตัวละ 280 บาท ให้กับภาคเอกชนผู้สนับสนุนรับทราบ ทั้งหมดอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน ด้านการตรวจสอบความคืบหน้ากรณีการก่อสร้างอุทยานราชภักดิ์นั้น พบว่านอกจากพบความผิดปกติการก่อสร้างรูปปั้นทั้ง 7 พระองค์แล้ว ยังพบพฤติกรรมส่อในเจตนาทุจริตนำต้นปาล์มในราคาที่สูงเกินจริงมาปลูก แต่ละต้นมีราคาสูงถึง 1 แสนบาท รวมทั้งวันเปิดตัวอุทยานฯในงาน “ราชภักดิ์ ไบค์ แอนด์ คอนเสิร์ต” ที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 12 ก.ย. มีการจัดเลี้ยงโต๊ะจีนในราคา 5 แสนบาทต่อหัว หากเป็นโต๊ะวีไอพี จะมีราคาสูงถึง 1 ล้านบาทต่อหัวด้วย

    นอกจากนี้ชุดสืบสวนสอบสวนในคดี ยังพบความผิดปกติในการสร้างอุทยานราชภักดิ์ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เพิ่มเติมในประเด็นการจัดสร้างรูปหล่อ อาทิ พระรูปหล่อพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1 มี บ.พุทธปฏิมาพรหมรังสี ตั้งอยู่เลขที่ 52/25 ถนนพุทธมณฑลสาย3 เขตทวีวัฒนา กทม.ดำเนินการ สอบปากคำนางรุ่งทิพย์ ทองศรี เจ้าของบริษัททราบว่า มีเซียนพระชื่อดังตัวย่อ อ. เป็นผู้ติดต่อ ตกลงราคาที่ 43 ล้านบาท กรมกิจการพลเรือน ทบ.แบ่งจ่ายค่าจ้างรวม 5 งวด เซียนพระรายนี้ได้ค่านายหน้าประมาณ 4.7 ล้านบาท

    พระรูปหล่อพ่อขุนรามคำแหงมหาราช พบผู้จัดสร้างรูปหล่อคือ บ.ช.ประติมากรรม อินดัสตรี เลขที่ 30/3 หมู่ 6 ต.วังเย็น อ.เมืองนครปฐม มีนายชำนาญ ประติมากรรม เป็นเจ้าของ ให้การกับเจ้าหน้าที่ว่า เซียนพระรายเดิมเป็นคนติดต่อให้รับงาน ในราคา 43 ล้านบาท กรมกิจการพลเรือน ทบ. แบ่งจ่ายค่าจ้างรวม 5 งวด รวมทั้งพานพุ่ม 10.8 ล้านบาท เซียนพระรายนี้ได้ค่าติดต่อประมาณร้อยละ 10 ครั้งนี้ พ.อ.คชาชาต ขอเงินช่วยเหลือ 3 แสนบาท

    พระรูปหล่อสมเด็จพระนารายณ์มหาราช มี บ.ร็อคลา ฟายน์ อาร์ท จก.เลขที่ 143 หมู่ 12 ต.ท่าวุ้ง อ.ท่าวุ้ง จ.ลพบุรี มี น.ส.กมลนันท์ สังเกต เป็นผู้รับจัดสร้าง ในราคา 45.5 ล้านบาท เซียนพระได้ค่าติดต่อร้อยละ 10 กรมกิจการพลเรือน ทบ.ผู้ว่าจ้างแบ่งจ่าย 5 งวด

    พระรูปหล่อสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช มี หจก.ประติมา ฟายน์ อาร์ท เลขที่ 89 หมู่ 12 ถนนกาญจนาภิเษก กม.58 ต.คูบางหลวง อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี มีนายเอนก หงษมณี เป็นผู้จัดสร้างในราคา 44 ล้านบาท เซียนพระหักค่าติดต่อร้อยละ 10 ส่วนพระรูปหล่อสมเด็จพระนเรศวรมหาราชและพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 เป็นของ บ.เอเซีย ฟายน์อาร์ท เลขที่ 59/1 ต.บ้านม้า อ.บางประหัน จ.พระนครศรีอยุธยา การสร้างรูปหล่อทั้ง 2 องค์นี้ ไม่พบเซียนพระคนดังกล่าวเข้าไปยุ่งเกี่ยว อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งจะเรียกตัวเซียนพระคนดังกล่าวมาสอบสวนขยายผลว่ามีผู้ใดเกี่ยวข้องกับการหักเงินค่านายหน้า

    ขณะที่แหล่งข่าวระดับสูงของกองทัพบก เปิดเผยถึงท่าทีความเคลื่อนไหวของกองทัพบก หลัง จากชุดสืบสวนสอบสวนคดีนี้พบมูลความผิดที่มีนายทหารยศ พล.ต.และ พ.อ.เข้าไปเกี่ยวข้องกรณีการสร้างโครงการอุทยานราชภักดิ์ ที่เริ่มสร้างตั้งแต่ พ.ย. 57 ว่า พล.อ.ธีรชัย นาควานิช ผบ.ทบ.ยังไม่สั่งการกำชับเรื่องใดเป็นพิเศษ อีกทั้งตำรวจชุดคลี่คลายคดียังไม่ได้ประสานขอข้อมูลมาแต่อย่างใด ทั้งนี้โครงการดังกล่าวอยู่ในความดูแลของมูลนิธิอุทยานราชภักดิ์ที่มี พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม และอดีต ผบ.ทบ.เป็นประธานมูลนิธิฯ ยังไม่ได้ส่งมอบให้กองทัพบกเป็นผู้ดูแล เนื่องจากการจัดสร้างยังไม่เสร็จสมบูรณ์ โดยเฉพาะการจัดสร้างพิพิธภัณฑ์ที่ยังไม่แล้วเสร็จตามเกณฑ์

    อีกด้าน นายวิทยา สุริยะวงศ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เผยถึงความเป็นอยู่ของนายสุริยัน สุจริตพลวงศ์ หรือหมอหยอง และนายจิรวงศ์ วัฒนเทวาศิลป์ หรืออาท ชัตเตอร์มหาเทพ 2 ผู้ต้องหาในคดี ม. 112 ที่ถูกคุมขังอยู่ภายในเรือนจำชั่วคราว แขวงถนนนครไชยศรี (พัน.ร.มทบ.11) ว่าขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงานความผิดปกติใดๆทั้งสิ้น เช่นเดียวกับนายศุกร์โข ตามเสรี ผู้ต้องหาในความผิดข้อหาครอบครองอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครอง คนสนิท พ.ต.ต.ปรากรม วารุณประภา หรือสารวัตรเอี๊ยด ที่ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ

    เย็นวันเดียวกัน พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.กล่าวว่า คดีนี้เป็นเรื่องเพิ่งดำเนินการสืบสวนของ พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบช.ก.หัวหน้าชุดสืบสวน ยังไม่ได้รับรายงานคืบหน้า เชื่อว่าคงมี ความชัดเจนในการทำงานเป็นรูปคณะกรรมการสืบสวนสอบสวนที่มี พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รรท.รอง ผบ.ตร.เป็นหัวหน้าคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน การสืบสวนสอบสวนต้องว่าไปตามพยานหลักฐาน ผิดว่าไปตามผิด ไม่มีซ้ายหรือขวา เดินไปตรงๆ ส่วนที่มีข่าวนายทหารยศ พล.ต. และ พ.อ.มาเกี่ยวข้องนั้น ยังไม่มีรายงานเพิ่งสืบสวนต่อจากคดีปั่นเพื่อแม่ เป็นเรื่องของพยานหลักฐานขึ้นอยู่กับพนักงานสืบสวนสอบสวน หากหลักฐานไปถึงใครต้องถูกดำเนินคดี ถือเป็นเรื่องดีจะได้ไม่มีใครเอาเป็นเยี่ยงอย่าง

    อ่านเพิ่มเติม...

    อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

      แท็กที่เกี่ยวข้อง

      ข่าวหน้า1แจ้งจับผู้การโจ้กระทำผิด ม.112มาตร 112หมอหยองแอบอ้างสถาบันเบื้องสูงสุริยัน สุจริตพลวงศ์ปรากรม วารุณประภาจิรวงศ์ วัฒนเทวาศิลป์แอบอ้างเบื้องสูงอุทยานราชภักดิ์จักรทิพย์ ชัยจินดานายทหารยศ พล.ต.ข่าวไทยรัฐออนไลน์ข่าวทั่วไทย

      คุณอาจสนใจข่าวนี้

      thairath-logo

      ApplicationMy Thairath

      ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
      Trendvg3 logo
      Sonp logo
      inet logo
      วันพฤหัสที่ 2 ธันวาคม 2564 เวลา 08:48 น.
      ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
      เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์