คุมเข้มโรงพักตรัง หลังจนท.บุกจู่โจมรวบเครือข่ายค้ามนุษย์ชาวเมียนมา “โกนั้ง” ยังนอนอยู่ในห้องขังกับพวกรวม 8 ไม่ได้รับประกันตัว ตั้งทีมพนักงานสอบสวนชุดทำคดีโรฮีนจา เร่งสอบสวนสรุปคดี ส่งฟ้อง...
จากกรณี ตำรวจสนธิกำลัง ร่วมกับทหาร ดีเอสไอและ ปปง.เปิดยุทธการทลายเครือข่ายค้ามนุษย์ บุกจู่โจมแต่เช้ามืดปิดล้อมจับกุม นายสมพล จิโรจน์มนตรี อายุ 66 ปี หรือ “โกนั้ง” นายกสมาคมประมงจังหวัดตรัง ,ประธาน กต.ตร.สภ.กันตัง จ.ตรัง และยังเป็นพี่ชายนายกเทศมนตรีเมืองกันตัง พร้อมพวกรวม 8 คน ยึดเรือประมงอีก 4 ลำ และปืน 1 กระบอก หลังตรวจสอบพบว่าอยู่ในเครือข่ายค้ามนุษย์ชาวเมียนมา
ล่าสุดวันที่ 8 พ.ย. พล.ต.ต.ดาวลอย เหมือนเดช ผบก.ภ.จว.ตรัง ได้ประชุมหารือตั้งทีมเฉพาะกิจพนักงานสอบสวนชุดโรฮีนจา ที่เคยผ่านงานใหญ่มาทำคดีค้ามนุษย์ชาวเมียนมา โดยมี พ.ต.ท.สิทธิโชค อำนักมณี จาก สภ.ห้วยยอด พ.ต.ท.ประเสริฐ สงแสง พ.ต.ท.ศุภวัฒน์ ชินรี จาก สภ.เมืองตรัง พ.ต.ท.ฉันทลักษณ์ จันวดี จาก สภ.นาโยง และทีมงานร่วม 10 นาย โดยเรียกผู้เสียหายและพยานมาสอบสวนจำนวนหลายราย เพื่อเร่งสรุปสำนวนคดี เตรียมนำส่งฟ้องชั้นอัยการ
...
ทั้งนี้ ได้นำตัวผู้เสียหายมาชี้ตัวผู้ต้องหา โดยนายสมพล หรือโกนั้ง ยังอยู่ในห้องขังตั้งแต่เมื่อวานที่ผ่านมา ยังไม่ได้รับการประกันปล่อยตัว ร่วมกับพวกอีก 7 คน ท่ามกลางการคุมเข้มของเจ้าหน้าที่ฯ อย่างเข้มงวด และไม่ให้บุคคลภายนอกเข้ามา รวมทั้งไม่อนุญาตให้ผู้สื่อข่าวเข้ามาทำข่าว และถ่ายภาพ เกรงจะเสียรูปคดี
มีรายงานว่า ตลอดทั้งวันบรรยากาศที่ สภ.เมืองตรัง เป็นไปด้วยความตึงเครียด มีญาติผู้เสียหายชาวเมียนมา และญาติไต๋ก๋งที่เป็นผู้ต้องหา มายืนบริเวณบันไดทางขึ้นโรงพัก พร้อมหอบหิ้วอาหาร ข้าวกล่อง น้ำดื่ม เพื่อเข้าเยี่ยม ทำให้เจ้าหน้าที่ฯ ต้องระดมกำลังมาดูแลความปลอดภัย ขณะที่ผู้เสียหายและพยานได้มีการแยกห้องเพื่อสอบสวน คาดต้องใช้เวลาในการสอบสวนตลอดทั้งคืนนี้
ด้านนายเดชรัฐ สิมศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง เปิดเผยว่า การจับกุมดังกล่าวเป็นไปตามขั้นตอนกระบวนการยุติธรรม ได้มีการแจ้งความดำเนินคดี และรวบรวมพยานหลักฐานขอหมายศาลจังหวัดตรังเพื่อจับกุมผู้กระทำความผิด ดังกล่าว โดยขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของพนักงานสอบสวนว่าจะขยายผลไปถึงกลุ่มบุคคล หรือแม้กระทั่งข้าราชการที่เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง ทั้งนี้ แม้ผู้ต้องหาจะเป็นนักธุรกิจผู้กว้างขวาง อีกทั้งเป็นนายกสมาคมประมงจังหวัดตรัง และตำแหน่งทางธุรกิจและสังคมอีกมากมาย
“เมื่อมีหลักฐานชัดเจนว่าผู้ต้องหาพร้อมพวก ได้กระทำความผิดจริง ต้องว่าไปตามข้อเท็จจริง ส่วนเรื่องค้ามนุษย์จะส่งผลต่อภาพลักษณ์ของ จ.ตรัง หรือไม่ เชื่อว่าคนในสังคมแยกแยะได้ สำหรับผมไม่รู้สึกหวั่นไหว ซึ่งตอนที่เป็น ผวจ.สตูล คดีโรฮีนจา เจอหนักกว่านี้”.