ผู้ว่าโคราชเคลียร์นายอำเภอทั้ง 32 อำเภอ แก้ปัญหาความไม่โปร่งใส โครงการตำบลละ 5 ล้าน ยืนยันกรมฯ ย้าย 2 นายอำเภอเป็นเรื่องปกติ ระบุหากประชาชนพบไม่โปร่งใสร้องศูนย์ดำรงธรรมได้...
เมื่อวันที่ 6 พ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่กรมการปกครองมีคำสั่งย้ายด่วนนายอำเภอ 4 คน เมื่อวันที่ 2 พ.ย.ที่ผ่านมา โดยนายอำเภอ 2 ใน 4 คน เป็นนายอำเภอในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ประกอบด้วย นายกำพล สิริรัตตนนท์ นายอำเภอโชคชัย และนายโกวิทย์ พิทยาบูรย์ นายอำเภอห้วยแถลง โดยให้ทั้งหมดไปช่วยราชการที่กรมการปกครองเป็นการประจำ ตั้งแต่วันที่ 4 พ.ย.เป็นต้นไป โดยมีรายงานข่าวว่า สาเหตุของคำสั่งย้ายในครั้งนี้เนื่องจากกรมการปกครองได้รับข้อมูลเกี่ยวกับความไม่โปร่งใสในการดำเนินการงบประมาณส่งเสริมความเป็นอยู่ระดับตำบลๆ ละ 5 ล้านบาทนั้น
ล่าสุดวันนี้ นายวิเชียร จันทรโณทัย ผวจ.นครราชสีมา เปิดเผยว่า ภายหลังการประชุมด่วนหารือแนวทางในการดำเนินงานตามโครงการตำบลละ 5 ล้านบาท ร่วมกับนายอำเภอทั้ง 32 อำเภอ ในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา พร้อมด้วยตัวแทน ป.ป.ช. และ สตง. เมื่อช่วงเย็นของเมื่อวานนี้ (5 พ.ย. 2558) ที่ห้องประชุมท้าวสุรนารี ศาลากลางจังหวัดฯ สืบเนื่องจากกรณีดังกล่าวที่เกิดขึ้นเราจึงต้องมีการหาทางออกและหาทางช่วยเหลือนายอำเภอร่วมกัน เพื่อให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน สำหรับ จ.นครราชสีมา ได้มีการเสนอของบประมาณโครงการตามมาตรการส่งเสริมความเป็นอยู่ระดับตำบลๆ ละ 5 ล้านบาท จากทั้ง 32 อำเภอ รวมทั้งสิ้น 289 ตำบล 3,742 หมู่บ้าน 154 ตำบล เป็นจำนวนเงินรวม 1,445 ล้านบาท มีการเสนอโครงการจำนวน 4,695 โครงการ ขอรับงบประมาณรวมเป็นเงิน 1,442,747,982 บาท น้อยกว่าที่ได้รับจัดสรร รวม 2,252,018 บาท โดยโครงการที่เสนอของบประมาณส่วนใหญ่กว่าร้อยละ 70 เป็นการเสนอโครงการของบประมาณในการก่อสร้างถนน คสล., ก่อสร้างถนนลาดยาง, ปรับปรุงซ่อมแซมหรือบูรณะทรัพย์สินที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ ขุดลอก สร้างฝาย ปรับปรุงภูมิทัศน์ สร้างอาชีพ ทำโรงปุ๋ย โรงสี
...
"โครงการส่งเสริมความเป็นอยู่ระดับตำบล ตำบลละ 5 ล้านบาท ทางกระทรวงมหาดไทยเน้นย้ำมาว่าทุกขั้นตอนต้องโปร่งใส สามารถตรวจสอบได้ ดังนั้นภายหลังจากที่เกิดปัญหากับ 2 อำเภอดังกล่าว จึงได้เรียกประชุมด่วนนายอำเภอทั้งหมด เพื่อเน้นย้ำให้ปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับของกระทรวงมหาดไทยอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะในขั้นตอนการจัดซื้อจัดจ้าง การกำหนดราคา และการตรวจรับ ซึ่งจะมีผู้ที่เกี่ยวข้องเป็นจำนวนมาก ซึ่งตนได้ปรึกษาหารือพูดคุยกับบรรดานายอำเภอถึงแนวทางการจัดซื้อจัดจ้างว่า จะใช้การตกลงราคา หรือสอบราคาดี เนื่องจากตามระเบียบของกระทรวงมหาดไทย ที่ระบุว่าการใช้งบประมาณไม่เกิน 5 แสนบาท สามารถตกลงราคากันได้ แต่ถ้ามีการจัดทำสอบราคา จะโปร่งใสกว่า ซึ่งนายอำเภอหลายคนก็ห่วงว่าหากสอบราคาจะทำให้เกิดความล่าช้า และทำไม่ทันกำหนดเบิกงบประมาณ ภายในวันที่ 31 ม.ค.59 นี้" นายวิเชียรกล่าว
ผวจ.นครราชสีมา กล่าวด้วยว่า จะหารือแนวทางอื่นๆ เช่น การจัดซื้อจัดจ้างในพื้นที่หรือที่อื่น เป็นต้น เพื่อที่จะทำให้เกิดความโปร่งใสด้วย ส่วนกรณีของ 2 นายอำเภอที่ถูกสั่งย้ายให้ไปช่วยราชการที่กรมการปกครองนั้น ก็ถือว่าเป็นเรื่องปกติที่เมื่อตรวจพบความผิดปกติ ก็จะต้องย้ายไปที่อื่นก่อน เพื่อให้การตรวจสอบเป็นไปด้วยความสะดวก เรียบร้อย ซึ่งเรื่องนี้ทางกรมการปกครองเป็นผู้ตั้งคณะกรรมการลงมาตรวจสอบโดยตรง หากพี่น้องประชาชนพบเห็นการใช้งบประมาณส่วนนี้ไม่โปร่งใส ก็สามารถเข้ามาร้องเรียนได้ที่ศูนย์ดำรงธรรม ภายในศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งเรื่องทั้งหมดจะส่งตรงมาที่ตน หากตรวจสอบแล้วพบว่ามีการทำทุจริตจริง ตนก็จะต้องสั่งดำเนินการเอาผิดตามกฎหมายให้ถึงที่สุดต่อไป.