จบคดีซานติก้าผับ ศาลฎีกาพิพากษาแก้จำคุก 3 ปี ไม่รอลงอาญา ‘เสี่ยขาว’ ผู้บริหารผับ และกก.บริษัทติดตั้งเอฟเฟกต์ พร้อมให้ชดใช้เป็นเงินกว่า 5 ล้านบาท ชี้กระทำโดยประมาทให้เกิดเพลิงไหม้ในคืนส่งท้ายปี 51 จนมีคนตายถึง 67 คน เผยสู้คดีนาน 7 ปี...
เมื่อวันที่ 5พ.ย.2558 ผู้สื่อข่าวรายงานจากศาลอาญากรุงเทพใต้ ว่า เมื่อวันที่ 4 พ.ย.2558 ที่ผ่านมา ศาลได้อ่านคำพิพากษาศาลฎีกา ที่พนักงานอัยการ และผู้เสียหาย รวม 57 ราย ร่วมกันเป็นโจทก์ ยื่นฟ้องนายวิสุข เสร็จสวัสดิ์ หรือเสี่ยขาว กรรมการผู้จัดการบริษัท ไวท์ แอนด์ บราเธอร์ส (2003) จำกัด ผู้บริหารซานติก้าผับ จำเลยที่ 1, นายธวัชชัย ศรีทุมมา ผอ.ฝ่ายปฏิบัติการ จำเลยที่ 2, นายพงษ์เทพ จินดา ผจก.ฝ่ายบันเทิง จำเลยที่ 3, นายวุฒิพงศ์ ไวลย์ลิกรี ผจก.ฝ่ายการตลาด จำเลยที่ 4, นายสราวุธ อะริยะ นักร้องวงเบิร์น ผู้จุดพลุไฟ จำเลยที่ 5, บริษัท โพกัสไลท์ ซาวน์ซิสเต็ม จำกัด ซึ่งรับจ้างติดตั้งการทำเอฟเฟกต์ ซานติก้าผับ จำเลยที่ 6 และนายบุญชู เหล่าสีนาท กรรมการผู้มีอำนาจบริษัท โพกัสไลท์ฯ จำเลยที่ 7 ในความผิดฐานผู้ใดทำให้เกิดเพลิงไหม้เป็นอันตรายกับชีวิตผู้อื่น, ประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และข้อหาอื่นๆ
ทั้งนี้ โจทก์ฟ้องว่า เมื่อคืนวันที่ 31 ธ.ค.51-1 ม.ค.52 พวกจำเลยจัดการแสดงดนตรีรวมทั้งการแสดง แสง สี เสียง ในโอกาสฉลองเทศกาลวันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ภายในตัวอาคารซานติก้าผับ ย่านเอกมัย ซึ่งภายในตัวอาคารไม่มีแบบแปลนแผนผังอาคารติดตั้งแสดงไว้ ไม่มีป้ายบอกทางหนีไฟ และไม่ได้ติดตั้งไฟฉุกเฉินให้มีจำนวนเพียงพอที่จะสามารถเปิดส่องสว่างแก่ลูกค้าเพื่อการหลบหนีออกจากตัวอาคารได้สะดวกและปลอดภัย โดยอาคารมีพื้นที่ให้บริการลูกค้าที่สามารถจุคนได้ไม่เกิน จำนวน 500 คน แต่เข้าไปจริงกว่า 1,000 คน
...
โดยจำเลยที่ 5 ได้จุดพลุไฟที่บริเวณหน้าเวที ซึ่งมีความสูงประมาณ 5 เมตร จนเกิดลูกไฟขึ้นไปชนเพดานเวที ทำให้เกิดเพลิงลุกไหม้ขึ้นที่บริเวณเพดานเวทีและภายในตัวอาคารเป็นเหตุให้ลูกค้าผู้เข้าไปใช้บริการ ในอาคารถึงแก่ความตาย 67 คน บาดเจ็บสาหัส 45 คน บาดเจ็บอีก 72 คน จำเลยทั้งหมดให้การปฏิเสธ
คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษา ให้จำคุกเสี่ยขาว จำเลยที่ 1 และนายบุญชู เหล่าสีนาท กรรมการผู้มีอำนาจบริษัท โพกัสไลท์ฯซึ่งรับจ้างติดตั้งการทำเอฟเฟกต์ จำเลยที่ 7 คนละ 3 ปี และปรับบริษัท โฟกัสไลท์ ฯ จำเลยที่ 6 รวม 20,000 บาท โดยให้ จำเลยที่ 6 และนายบุญชู จำเลยที่ 7 ร่วมกันชดใช้โจทก์ร่วมที่ 4-8 ที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิต เป็นเงิน 8.7 ล้านบาท ส่วนจำเลยที่ 2-5 ยกฟ้อง
ศาลอุทธรณ์ พิพากษาแก้ ให้ยกฟ้องนายวิสุข หรือเสี่ยขาว จำเลยที่ 1 กับจำเลยที่5 แต่ให้จำคุก นายบุญชู กก.บ.โพกัสไลท์ฯ จำเลยที่ 7 เป็นเวลา 3 ปี และปรับ บ.โฟกัสไลท์ฯ จำเลยที่ 6 จำนวน 20,000 บาท และให้บริษัทจำเลยที่ 6 กับนายบุญชู จำเลยที่ 7 ชำระค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์ร่วมที่ 4-8 รวม 5 รายที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิต เป็นเงิน 8.7 ล้านบาท
ต่อมาโจทก์ยื่นฎีกา เฉพาะจำเลยที่ 1, 6 และ 7 ศาลฎีกาพิจารณาข้อเท็จจริงแล้ว ฟังว่า เหตุเพลิงไหม้เกิดจากดอกไม้เพลิงของนายบุญชู กก.บ.โพกัสไลท์ฯ จำเลยที่ 7 ที่ติดตั้งอยู่ที่หน้ากลองชุดของวงดนตรีที่อยู่ในงาน เมื่อมีการทำฉากเอฟเฟกต์ในร้านเกิดเหตุจึงทำให้เกิดเพลิงไหม้ดังกล่าว ส่วน บ.โฟกัสไลท์ฯ จำเลยที่ 6 ซึ่งเป็นนิติบุคคลนั้น เมื่อนายบุญชู กรรมการบริษัท จำเลยที่ 7 เป็นผู้มีอำนาจกระทำการแทนจำเลยในการรับจ้างติดตั้งดอกไม้เพลิงดังกล่าวตามวัตถุประสงค์จึงถือว่าเป็นการกระทำของจำเลยที่ 6 ด้วย ซึ่งการกระทำของจำเลยที่ 7 เป็นความผิดอาญาแม้จะเป็นการกระทำโดยประมาท บริษัทจำเลยที่ 6 ก็ต้องรับโทษเช่นกัน ฎีกาของจำเลยที่ 6-7 ฟังไม่ขึ้น
สำหรับนายวิสุข หรือเสี่ยขาว จำเลยที่ 1 แม้จะไม่ได้มีชื่อเป็นผู้แทนบริษัท ไวท์ แอนด์ บราเธอร์ส (2003) จำกัด ที่เป็นเจ้าของร้าน แต่เป็นผู้บริหารร้านเกิดเหตุตามความเป็นจริง และจำเลยที่ 1 ไม่ได้จัดให้มีไฟฉุกเฉินของทางหนีไฟ ขณะที่ประตูเข้า-ออก ทางด้านหน้าร้าน ซึ่งเป็นประตูหลักเพียงประตูเดียว มีความกว้างเพียง 2 เมตร 30 เซนติเมตร ซึ่งไม่พอที่จะระบายคนเกือบ 1,000 คนให้ทันแก่เหตุการณ์ เมื่อมีผู้ถึงแก่ความตายและได้รับบาดเจ็บจึงเป็นการกระทำโดยประมาท จึงให้จำคุกจำเลยที่ 1 เป็นเวลา 3 ปีฐานกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ส่วนนายบุญชู กรรมการ บ.โพกัสไลท์ฯ จำเลยที่ 7 พิพากษายืนให้จำคุก 3 ปี และปรับบ.โฟกัสไลท์ ฯ จำเลยที่ 6 เป็นเงิน 20,000 บาท และให้บริษัท จำเลยที่ 6 กับนายบุญชู จำเลยที่ 7 ร่วมกันชดใช้โจทก์ร่วมที่ 4-8 ที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิต เป็นเงิน 5,120,000 บาท และออกหมายขังทันที.