ข่าว
100 year

191 รวบกระบวนการหลอกซื้อดาวน์พบตำรวจสัญญาบัตรมีเอี่ยว

ไทยรัฐออนไลน์3 พ.ย. 2558 18:20 น.
SHARE

ตร. 191 โชว์ผลงาน จับอดีตเมียผู้คุมเรือนจำ ร่วมมือตำรวจสัญญาบัตร หลอกซื้อดาวน์รถยนต์ส่งขายประเทศเพื่อนบ้าน พบผู้เสียหาย 33 คน มูลค่าความเสียหายกว่า 15 ล้านบาท หลอกทำสัญญาให้เงินงวดแรก ก่อนเชิดรถหนี ติดต่อไม่ได้  

นางสาวชลธิชา มารดาพิทักษ์ ถูกตำรวจสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ 191 จับได้ พร้อมพวกอีก 2 คน คือ นางสาววรรณวิมล อู่สุวรรณ์ และ นายทรงศักดิ์ ศรียางคุย หลังมีผู้เสียหายเข้าร้องเรียนกับตำรวจผ่านโครงการ You’ll never walk alone ว่าถูกนางสาวชลธิชา หลอกซื้อดาวน์รถยนต์ ผ่านทางโซเชียลมีเดีย ตำรวจจึงได้สืบสวนจนสามารถจับนางสาวชลธิชา ได้ที่ห้องพักย่านประชาชื่น พร้อมพวกอีก 2 คน ซึ่งอยู่ภายในห้องพัก พร้อมยาเสพติดจำนวนหนึ่ง

ด้านนางสาวชลธิชา รับสารภาพโดยอ้างว่ามีนายทุนเข้ามาติดต่อให้ร่วมขบวนการหลอกซื้อดาวน์รถยนต์จากผู้เสียหาย โดยจะได้ค่าจ้างคันละ 4 ถึง 5 พันบาท ซึ่งตัวเองมีหน้าที่ทำสัญญา เจรจาขอซื้อดาวน์รถยนต์เท่านั้น และเมื่อได้รถยนต์มาแล้ว นายทุนจะเป็นผู้นำไปส่งขายที่จังหวัดนครปฐม และบึงกาฬ ซึ่งนายทุนยังบอกกับตัวเองอีกว่าคดีลักษณะนี้เป็นคดีแพ่ง ไม่ถูกดำเนินคดี สามารถยอมความได้ จึงยอมเข้าร่วมขบวนการ 

ตร.สายตรวจ 191 แถลงผลจับกุมแก๊งหลอกซื้อดาวน์รถยนต์


ขณะที่นางสาววรรณวิมล อ้างว่าเคยร่วมขบวนการหลอกซื้อดาวน์รถยนต์ และต่อมาได้เลิกทำไปแล้วตั้งแต่เดือนมิถุนายน เนื่องจากตัวเองตั้งครรภ์

ด้านพลตำรวจตรีภาณุรัตน์ หลักบุญ ผู้บังคับการตำรวจสายตรวจและปฎิบัติการพิเศษ 191 เปิดเผยว่า จากการสอบสวนพบว่านางสาวชลธิชา มีการใช้ชื่อหลายชื่อ และมีผู้เสียหายแจ้งความดำเนินคดีกับนางสาวชลธิชา รวม 9 คดี และถูกศาลออกหมายจับไปแล้ว 2 คดี

สำหรับขบวนการนี้ได้ใช้ช่องว่างของกฎหมาย มาฉ้อโกงประชาชน เนื่องจากผู้เสียหายส่วนใหญ่ไม่กล้าเข้าแจ้งความ เพราะกลัวถูกไฟแนนซ์ดำเนินคดีในข้อหายักยอกทรัพย์ และขณะนี้ตำรวจอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อขยายผลจับกุมผู้ร่วมขบวนการ

ขณะที่นายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ประธานเครือข่ายต่อต้านการบ่อนทำลายชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ระบุว่า นางสาวชลธิชา มีสามีเป็นผู้คุมเรือนจำแห่งหนึ่ง และ ขณะนี้มีผู้เสียหายถึง 33 คน เข้าแจ้วความมูลค่าความเสียหายกว่า 15 ล้านบาท ตัวเองได้รับแจ้งจากสายลับว่าขบวนการนี้มีนายทุนเป็นนายตำรวจชั้นสัญญาบัตร ทำหน้าที่นำรถยนต์ที่กลุ่มผู้ต้องหาร่วมกันหลอกมาจากผู้เสียหายส่งขายประเทศเพื่อนบ้าน โดยใช้ตำแหน่งหน้าที่ตัวเองอำนวยความสะดวกในการกระทำผิด ส่วนรถยนต์ ทราบว่าส่งขายในราคาคันละ 8 หมื่นถึง 1 แสนบาท พร้อมกันนี้จะนำสายลับคนดังกล่าว เข้าให้ข้อมูลกับ ตำรวจด้วย

นอกจากนี้ในส่วนผู้เสียหาย คือ นายจิระพันธ์ รมยานนท์ เปิดเผยว่า เมื่อช่วงเดือนกรกฎาคม ที่ผ่านมา ตัวเองได้โพสขายดาวน์รถกระบะมิตซูบิชิ รุ่นไทรทัน ในราคา 3 หมื่นบาท ผ่านทางโซเชียลมีเดีย และเมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม ที่ผ่านมา มีคนร้ายเป็นผู้ชายได้ติดต่อผ่านทางโทรศัพท์ ขอซื้อรถยนต์คันดังกล่าว และให้ยุติการขายในโซเชียลมีเดีย ก่อนส่งผู้หญิง คือนางสาวชลธิชา มารับรถในช่วงเย็น พร้อมต่อรองราคาเหลือ 2 หมื่น 5 พันบาท ก่อนทำสัญญาซื้อขาย โดยนางสาวชลธิชา ได้นำสำเนาบัตรประชาชนไว้ให้เป็นหลักฐาน พร้อมระบุว่าภายใน 1 ถึง 2 วัน จะมาทำสัญญาเพื่อเปลี่ยนชื่อผู้เช่าซื้อ เนื่องจากรถยนต์ติดไฟแนนซ์ ต้องผ่อนต่ออีก 59 งวด งวดละ 6 พันบาท แต่ไม่สามารถติดต่อนางสาวชลธิชา ได้ ส่งผลให้ตัวเองต้องผ่อนรถยนต์ต่อ เนื่องจากยังไม่ได้เปลี่ยนชื่อผู้เช่าซื้อ จึงฝากเตือนประชาชนที่จะขายดาวน์รถยนต์ ให้ระมัดระวัง และทำเอกสารซื้อขายที่สำนักงานของบริษัทไฟแนนซ์ เพื่อความปลอดภัย.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

หลอกขายรถขายดาวน์หลอกซื้อดาวน์รถยนต์หลอกขายรถดาวน์ตร. 191จับอดีตเมียผู้คุมเรือนจำYou’ll never walk aloneข่าวข่าวทั่วไทยชลธิชา มารดาพิทักษ์ทรงศักดิ์ ศรียางคุยวรรณวิมล อู่สุวรรณ์191สายตรวจไทยรัฐออนไลน์เชิดรถขโมยรถเสพติดต้มตุ๋นตุ๋นเหยื่อดาวน์รถผู้คุมเรือนจำ

ข่าวแนะนำ

MOST VIEWED

คุณอาจสนใจข่าวนี้