ทัพเรือภาคที่ 1 ส่งเครื่องบินสำรวจ ตั้งแต่ชายหาดหัวหินไปจนถึง ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ เป็นรัศมีวงกลมกว่า 6 ไมค์ทะเล พบเพียงคราบน้ำมันเป็นแผ่นฟิล์มใสลอยในทะเล คาดน่าจะหายไปในไม่ช้า ส่วนบริเวณปากน้ำปราณบุรี พบเพียงคราบน้ำมันและเศษขยะลอยติดชายหาดเป็นทางยาวหลายกิโลเมตร

เมื่อวันที่ 30 ต.ค.58 พล.ร.ท.รังสฤษดิ์ สัตยานุกูล ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 กองทัพเรือ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บรรเทาสาธารณภัยทัพเรือภาคที่ 1 ได้สั่งการให้หมวดบินเฉพาะกิจ ทัพเรือภาคที่ 1 นำอากาศยานเครื่องบินลาดตระเวนดอร์เนีย หมายเลข 1110 ฝูงบิน 101 กองบิน 1 กองการบินทหารเรือ มี น.ท.ปกรณ์ แก้วช่วง นักบินที่ 1 และ น.ท.เชิดพงษ์ ประพันธ์ นักบินที่ 2 ขึ้นบินจากสนามบินอู่ตะเภา อ.บ้านฉาง จ.ระยอง เป็นวันที่ 3 รอบที่ 4 เพื่อลาดตระเวนสำรวจคราบน้ำมัน ที่ลอยเกยติดชายฝั่งหัวหิน และชายหาดวนอุทยานปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ อย่างต่อเนื่อง หลังมีการตรวจพบคราบน้ำมัน เมื่อวันที่ 28 ต.ค.58 ที่ผ่านมา ตั้งแต่เขตพระราช วังไกลกังวล-สวนสนประดิพัทธ์ ความยาวประมาณ 6 ไมล์ทะเล

...


ผลการบินสำรวจในวันนี้ ตั้งแต่ชายหาดหัวหินไปจนถึงปราณบุรี เป็นรัศมีวงกลมกว่า 6 ไมล์ทะเล พบเพียงคราบน้ำมันเป็นแผ่นฟิล์มใสลอยในทะเล คาดว่าน่าจะหายไปในไม่ช้า ส่วนบริเวณชายหาดตั้งแต่อุทยานปราณบุรี ไปถึงปากน้ำปราณบุรี พบเพียงคราบน้ำมันและเศษขยะปนเปื้อนคราบน้ำมันลอดติดชาย หาดเป็นทางยาวหลายกิโลเมตร ซึ่งพบเจ้าหน้าที่ ทหารเรือ กรมอุทยานแห่งชาติ เทศบาล ชาวบ้าน ได้ช่วยกันเก็บคราบน้ำมันและเศษขยะที่ปนเปื้อนคราบน้ำมัน จนสะอาดเริ่มเข้าสู่สภาวะปกติแล้ว

สำหรับสถานการณ์คราบน้ำมันที่บริเวณชายหาดหัวหิน จนถึงอุทยานปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ ขณะนี้มียังคงมีคราบน้ำมันและขยะปนเปื้อนคราบน้ำ มันลอยติดชายหาดเป็นบางส่วน หลังจากตลอด 3 วันที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายได้ระดมกำลังเก็บคราบน้ำมัน และขยะออกจากชายหาดไปเป็นจำนวนมากแล้ว.