เลขาฯ ปปง.แถลงรับคดี “สารวัตรเอี๊ยด” ฟอกเงิน แฉพฤติกรรมอัญเชิญการ์ดทรงขอบคุณไปแจกบริษัทเอกชนโดยไม่มีอำนาจระหว่าง ม.ค.57-ต.ค.58 ทำธุรกรรมทางการเงินไปแล้ว 148 ครั้ง มีรถยนต์ในครอบครอง 12 คัน และรถ จยย. 8 คัน ออกหมายจับแล้ว “ศุกร์โข หรือเค ตามเสรี” หนุ่มบาร์โฮสต์คนสนิทสารวัตรเอี๊ยด ข้อหาอาวุธปืนฯ “ศรีวราห์” ยันยังไม่มีนายตำรวจทหารเกี่ยวเพิ่ม ลุยย้ายรถของกลางที่คอนโดลาเมซองเกือบ 10 คัน มีบิ๊กไบค์ดูคาติรวมอยู่ด้วย แต่รถเบนซ์สปอร์ตโบราณปี 1955 อยู่ในห้องกระจกยังเอาออกมาไม่ได้ “บิ๊กป้อม” ไม่รู้ข่าวจับ 3 ทหาร ปัดสื่อขอดูสภาพเรือนจำชั่วคราวแขวงถนนนครไชยศรี โยนอำนาจ “ศาลทหาร-ยธ.” อนุญาต ด้านบริษัทสามารถเผยยังรอการจ่ายเงินค่าย้ายเสาวิทยุจากกองตำรวจสื่อสาร

กรณีสำนักงานตำรวจแห่งชาติ นำโดย พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผู้ช่วย ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบช.ก. แถลงผลคลี่คลายคดีกลุ่มคนแอบอ้างสถาบันเบื้องสูงไปกระทำการอันมิบังควร ซึ่งการกระทำดังกล่าวอาจเข้าข่ายเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 หลังชุดทำงานจับกุมนายสุริยัน สุจริตพลวงศ์ หรือหมอหยอง อายุ 53 ปี พ.ต.ต.ปรากรม วารุณประภา สว.กก.1 บก.ปอท. หรือสารวัตรเอี๊ยด อายุ 44 ปี ที่ผูกคอตายภายในเรือนจำชั่วคราวแขวงถนนนครไชยศรี และนายจิรวงศ์ วัฒนเทวาศิลป์ หรืออาท ชัตเตอร์มหาเทพ อายุ 39 ปี คนสนิทหมอหยอง คณะพนักงานสืบสวนสอบสวนนำหลักฐานจำนวนมากมาโชว์ พร้อมเปิดเผยว่า ขณะนี้แจ้งข้อกล่าวหากลุ่มผู้ต้องหาทั้งหมด 13 คดี ส่วนผู้ต้องหาอื่นอยู่ระหว่างการสอบสวน

“ศรีวราห์” เผยส่งสำนวนอาทิตย์หน้า

ความคืบหน้าจากห้องประชุม บช.ก. เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 29 ต.ค. พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รรท.รอง ผบ.ตร. เป็นประธานประชุมคณะพนักงานสอบสวนคดีหมิ่นสถาบันเบื้องสูง หลังประชุม พล.ต.ท.ศรีวราห์เปิดเผยว่า ในที่ประชุมสั่งการให้เร่งรัดสืบสวนสอบสวนตาม ป.วิอาญา คดีแรกมีผู้ต้องหาประกอบด้วยนายสุริยัน สุจริตพลวงศ์ หรือหมอหยอง พ.ต.ต.ปรากรม วารุณประภา หรือสารวัตรเอี๊ยด และนายจิรวงศ์ วัฒนเทวาศิลป์ จะพยายามให้เสร็จภายในสัปดาห์หน้าเพื่อนำสำนวนส่งอัยการ ขณะนี้สำนวนของผู้ต้องหา 3 คนนี้คืบหน้าประมาณ 80 เปอร์เซ็นต์

หมายจับ “ศุกร์โข” คนสนิทเอี๊ยด

“วันนี้กองปราบปรามขออนุมัติหมายจับนายศุกร์โข หรือเค ตามเสรี ที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ ซึ่งศาลอนุมัติหมายจับแล้ว ข้อหามีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ในชั้นต้นขออนุมัติหมายจับจากศาลยังไม่มีความผิดตามมาตรา 112 แต่ถ้าการสอบสวนพบว่า มีส่วนพาดพิงต้องแจ้งข้อหา ส่วนพฤติการณ์เป็นไปตามคดีอาญาที่ 101/2558 ปจว.ข้อ 6 เวลา 16.00 น.ที่กองปราบปราม ผู้กล่าวหาคือ พ.ต.ท.มนต์ชัย วงษ์ชาตรี สถานที่เกิดเหตุแขวงบางโคล่ เขตบางคอแหลม กทม. เมื่อวันที่ 23 ต.ค. เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจค้นพบปืน.380 จากบ้านผู้ต้องหา ผู้ต้องหารายนี้อยู่ในก๊วนเดียวกับผู้ต้องหาทั้ง 3 คน ที่ถูกจับกุม” รรท.รอง ผบ.ตร.กล่าว

ตำรวจกองปราบ 8 นายยังไม่ผิด

พล.ต.ท.ศรีวราห์กล่าวต่อไปว่า ส่วนจะออกหมายจับใครอีกหรือไม่ต้องดูตามท้องเรื่อง ถ้าสอบสวนถึงใครก็คนนั้น เชื่อว่า จากการสอบสวนน่าจะมีบุคคลอื่นเกี่ยวข้องอีก อย่างน้อยตามที่มีการร้องทุกข์และแถลงไป แต่ทุกอย่างอยู่ที่หลักฐาน ส่วนที่ถามว่าพยานหลักฐานจะไปถึงไหน ต้องบอกว่า สำหรับคดีผู้ที่เข้ามาเกี่ยวข้อง เราเพิ่งรับคดีเมื่อวันที่ 27 ต.ค. ต้องขอเวลาสอบสวนอีกระยะ ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจ 8 นายที่ พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบช.ก.ออกคำสั่งให้มาช่วยราชการที่ ศปก.บช.ก.อยู่ระหว่างดำเนินการ แต่ในชั้นนี้ยังไม่พบอะไร ส่วนการยึดทรัพย์ของผู้ต้องหา ถ้าเข้าหลักกฎหมายก็ต้องดำเนินการ

ยังไม่มีนายทหาร-ตำรวจเกี่ยวเพิ่ม

ถามว่าบริษัทเอกชนที่เกี่ยวข้องจะดำเนินการอย่างไร พล.ต.ท.ศรีวราห์ กล่าวว่า ไม่มี ตนเรียนแล้วว่าไม่ได้พูดถึงเอกชนรายไหน แต่การสอบสวนพาดพิงถึงใคร พนักงานสอบสวนต้องสอบต่อ ไม่จำเป็นต้องเป็นใครคนใดคนหนึ่ง ถามว่า กรณีที่ พ.ต.ต.ปรากรม เข้าไปยักยอกของกลางคดี พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ อดีต ผบช.ก.เข้าไปได้อย่างไร พล.ต.ท.ศรีวราห์ กล่าวว่า ต้องเรียนว่าการเอาสิ่งของมาแสดงเมื่อวันที่ 28 ต.ค.ยังไม่ใช่ของกลาง เพราะสิ่งของเหล่านั้นถูกนำออกไปก่อนเป็นของกลาง ส่วนเข้าไปอย่างไรยังสอบสวนอยู่ น่าจะมีบุคคลอื่นเข้าไปเกี่ยวข้อง จะเข้าไปคนเดียวคงไม่ได้ ส่วนจะเป็นใครต้องรอผลการสอบสวน จาก แนวทางสอบสวนขณะนี้ยังไม่มีนายทหารหรือนายตำรวจคนใดอยู่ในสำนวน คาดว่าวันที่ 30 ต.ค.เจ้าหน้าที่ทหารจะนำตัวนายศุกร์โขมาส่งมอบให้พนักงานสอบสวนที่ บช.ก.

เชื่อบริษัทเอกชนทำธุรกิจสุจริต

ด้าน พล.ต.ต.ชยพล ฉัตรชัยเดช ผบก.น.6 กล่าวว่า ทีมทำงานชุดสอบสวนดำเนินการแบ่งชุดพนักงานสอบสวนออกเป็นหลายชุด แยกย้ายกันออกไปสอบปากคำผู้ที่เกี่ยวข้องในแต่ละสำนวน สำหรับการสอบปากคำผู้ที่มีความสำคัญ มอบหมายให้หัวหน้าชุด ซึ่งเป็นนายตำรวจยศตั้งแต่ พ.ต.อ.ถึง พล.ต.ต.ในแต่ละชุดเข้าร่วมสอบปากคำ สำหรับกรณีบริษัทเอกชนที่รับผลิตสินค้าให้กลุ่มผู้ต้องหา เบื้องต้นเชื่อว่า เป็นบริษัทที่ดำเนินการซื้อขายอย่างสุจริต การคิดกำไรขาดทุนเป็นเรื่องของการค้า แต่ต้องเชิญมาสอบปากคำว่ามีเจตนาอื่นแอบแฝงหรือไม่

สอบ “หมอหยอง” โอนทรัพย์สินให้ญาติ

พล.ต.ต.ชยพล กล่าวต่อไปว่า กรณีจะออกหมายจับใครอีกหรือไม่ และมีความผิดฐานหมิ่นเบื้องสูงหรือไม่ ต้องขึ้นอยู่กับพฤติการณ์ของผู้ต้องหาแต่ละราย หากรายใดนำไปใช้แอบอ้างจะถูกดำเนินคดี กรณีนายสุริยัน สุจริตพลวงศ์ หรือหมอหยอง พบว่า มีการโอนย้ายทรัพย์สินที่ได้จากกระทำผิดไปให้ญาติพี่น้องและเครือญาติ เบื้องต้นฝ่ายสืบสวนลงพื้นที่ติดตามทรัพย์สินว่ากระจายไปอยู่ที่ใดบ้าง เพื่อยึดทรัพย์คืนมา ส่วนจะดำเนินคดีกลุ่มเครือญาติหมอหยองหรือไม่ ต้องสอบสวนข้อเท็จจริงอย่างละเอียดก่อน

เรียกบริษัทรับทำเข็มกลัดเป็นพยาน

มีรายงานข่าวจากกองปราบปรามแจ้งว่า ขณะนี้ชุดพนักงานสืบสวนสอบสวนในคดี อยู่ระหว่างการเชิญตัวผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดมาสอบปากคำ โดยเฉพาะนางทิพวัลย์ อัศวเกียรติก้อง ผู้จัดการฝ่ายขายบริษัทแมค บารา จำกัด ผู้จัดทำเข็มกลัด มา สอบสวนในฐานะพยาน นอกจากนี้จากการตรวจสอบเส้นทางการเงินเบื้องต้น ต้องเชิญตัว น.ส.สุรีวรรณ ชาญฤทธิ์ น้องสาวของน้องเขยนายสุริยัน เจ้าของบัญชีที่หมอหยองโอนเงินเข้าไปให้ หลังจากถูกเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเส้นทางการเงิน รวมทั้งนางจีราภา อริยวงศ์โสภณ ที่ปรากฏข้อมูลว่า นำเงินไปตั้งบริษัทอาร์ต คเณศ โปรดัคชั่น รวมทั้งตรวจสอบเส้นทางการเงินของเครือญาติบุคคลใกล้ชิดหมอหยองทั้งหมดว่า รู้เห็นการกระทำผิดหรือไม่

...

เร่งสอบประเด็น “เอี๊ยด” อมทรัพย์สิน

ส่วนคดีที่ พ.ต.ต.ปรากรมยักยอกทรัพย์สินของกลางคดี พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ อดีต ผบช.ก.ไปไว้ในครอบครอง เบื้องต้นชุดสืบสวนสอบสวนอยู่ระหว่างการตรวจสอบที่มาที่ไปว่า ของกลางไปปรากฏในห้องของ พ.ต.ต.ปรากรม ได้อย่างไร มีใครรู้เห็นหรือไม่ ทั้งนี้อาจต้องสอบปากคำเจ้าหน้าที่ที่ตรวจสอบของกลางว่ามีส่วนรู้เห็นหรือไม่ ก่อนจะดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

หนุ่มคนสนิทแฉอมของกลาง

สำหรับนายศุกร์โข ทำงานอยู่บาร์โฮสต์และขายรถมือสอง คนสนิทของ พ.ต.ต.ปรากรม เบื้องต้นจากการสอบถามนายศุกร์โข เล่าว่า รู้จักกับ พ.ต.ต.ปรากรม นานแล้ว ก่อนชักชวนให้ไปช่วยทำงานคดีของอดีต ผบช.ก. วันที่เข้าตรวจค้นบ้านไปพร้อมกับ พ.ต.ต.ปรากรม ระหว่างนั้นสารวัตรเอี๊ยดเอาเงินสดประมาณ 10,000 บาท พร้อมสร้อยคอทองคำและพระเลี่ยมทอง 2-3 องค์ มาให้ หลังเสร็จงานคืนให้ พ.ต.ต.ปรากรมไปแล้ว ทั้งนี้ในวันดังกล่าวยังยกเซิร์ฟเวอร์กล้องวงจรปิดในบ้านมาไว้ในรถของ พ.ต.ต.ปรากรม แต่ไม่ทราบว่าถูกนำไปเก็บไว้ที่ใด ส่วนการเดินทางไปพร้อมกับ พ.ต.ต.ปรากรมที่บ้านแม่ของอดีต ผบช.ก. และบ้านหลังเก่าที่มีตู้คอนเทนเนอร์ นายศุกร์โขทำหน้าที่ขับรถและถ่ายภาพให้ พ.ต.ต.ปรากรม พร้อมทั้งยืนยันว่าทรัพย์สินบางชิ้นที่ตำรวจยึดได้มาจากบ้าน พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์

ย้ายบิ๊กไบค์แต่เบนซ์โบราณยังออกไม่ได้

ต่อมาเวลา 16.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.ป. นำกำลังไปเคลื่อนย้ายรถยนต์และรถ จยย.ของพ.ต.ต.ปรากรม ที่ถูกอายัดไว้ที่ลานจอดรถคอนโดลาเมซอง ซอยพหลโยธิน 24 โดยเจ้าหน้าที่ใช้รถกระบะโตโยต้า วีโก้ สีบรอนซ์ ของกลางที่ถูกอายัดไว้ขนรถจักรยานยนต์ 3 คัน ประกอบด้วยรถ จยย.บิ๊กไบค์ยี่ห้อดูคาติ มอนสเตอร์ รถ จยย.ยามาฮ่า ฟีโน่ สีเขียว รถ จยย.ยามาฮ่า ติดสติกเกอร์โปลิส ทั้งหมดไม่ได้ติดป้ายทะเบียน พร้อมด้วยรถยนต์โตโยต้า รถตู้ และรถเมอร์เซเดส เบนซ์ เกือบ 10 คัน ไปตรวจสอบว่าใครเป็นผู้ครอบครองและได้มาอย่างถูกต้องหรือไม่ ยังเหลือรถเมอร์เซเดส เบนซ์ 2 คันที่จอดอยู่ในที่จอดรถพิเศษเป็นห้องกระจก ประกอบด้วยรถเมอร์เซเดส เบนซ์ สปอร์ต คลาสสิก รุ่นกัลวิง ปี 1955 สีขาว เลขทะเบียน ก 8833 กรุงเทพมหานคร และรถเมอร์เซเดส เบนซ์ รุ่นจี 350 สีดำ เลขทะเบียน ภฉ 9977 กรุงเทพมหานคร เจ้าหน้าที่ยังเอาออกมาไม่ได้เนื่องจากไม่มีกุญแจต้องเคลื่อนย้ายวันพรุ่งนี้

...

ปปง.ตรวจสอบการเงินแก๊งเอี๊ยด 8 คน

ที่สำนักงาน ปปง. พ.ต.อ.สีหนาท ประยูรรัตน์ เลขาธิการ ปปง.แถลงผลการประชุมคณะกรรมการธุรกรรมครั้งที่ 14/2558 เรื่อง บก.ปอศ.มีหนังสือมายัง ปปง.ให้ตรวจสอบข้อมูลทางการเงินของ พ.ต.ต.ปรากรม วารุณประภา ผู้ต้องหาคดี ม.112 พ.ต.อ.สีหนาทเผยว่า หลังจากได้รับการประสานจากตำรวจก็ดำเนินการตรวจสอบเบื้องต้น ก่อนนำเรื่องดังกล่าวเข้าประชุมคณะกรรมการธุรกรรม ปปง.ให้ตรวจสอบเส้นทางการเงิน การทำธุรกรรมของ พ.ต.ต.ปรากรม กับพวกรวม 8 คน ใน 8 คนมีนายสุริยัน หรือหมอหยอง และนายจิรวงศ์รวมอยู่ด้วย ส่วนรายอื่นๆ ยังไม่ขอเปิดเผยชื่อ แต่มี พ.ต.ต.ปรากรมเป็นเจ้าหน้าที่รัฐเพียงคนเดียวนอกนั้นเป็นพลเรือน

แฉอัญเชิญการ์ดทรงขอบคุณเบ่ง

“จากการสืบสวนทราบว่า พ.ต.ต.ปรากรมกับพวกมีพฤติการณ์ร่วมกันอัญเชิญการ์ดทรงขอบคุณผู้มีส่วนร่วมในกิจกรรมปั่นเพื่อแม่ (Bike for mom) ไปมอบให้กับบุคคลต่างๆ แสดงให้ปรากฏทางคำพูด การกระทำ และเชิงสัญลักษณ์ว่าเป็นผู้แทนพระองค์ ทั้งที่ไม่เป็นความจริง ไม่ได้มีตำแหน่งหรือหน้าที่เกี่ยวข้องกับการอันเชิญการ์ดทรงขอบคุณ แต่ร่วมกับผู้ต้องหารายอื่นกระทำเพื่อให้บุคคลอื่นเชื่อว่ามีตำแหน่ง หน้าที่นั้น เพื่อให้ตนเองได้รับประโยชน์อันมิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมาย จึงมีพฤติการณ์เป็นเจ้าพนักงานรัฐปฏิบัติหน้าที่ อาจทำให้ผู้อื่นเชื่อว่ามีตำแหน่งหน้าที่นั้น เพื่อแสวงหาผลประโยชน์สำหรับตนเองและผู้อื่น การกระทำดังกล่าวมีความผิดตาม ม.3 (5) แห่ง พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 ความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ หรือความผิดต่อหน้าที่ในการยุติธรรมตามประมวลกฎหมายอาญา และมีเหตุอันควรเชื่อว่า พ.ต.ต.ปรากรมกับพวกอาจได้ทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิดดังนั้นคณะกรรมการธุรกรรมพิจารณา ปปง. ให้ตรวจสอบเส้นทางการเงิน และการทำธุรกรรมทรัพย์สินของ พ.ต.ต.ปรากรมกับพวกรวม 8 คน และผู้ที่เกี่ยวข้องสัมพันธ์กับบุคคลดังกล่าว” พ.ต.อ.สีหนาทกล่าว

...

ทำธุรกรรม 148 ครั้งมีรถ 12 จยย. 8 คัน

เลขาธิการ ปปง.เผยต่อไปว่า เบื้องต้นจากการใช้เวลาตรวจมา 1-2 วัน พบว่า พ.ต.ต.ปรากรมทำธุรกรรมทางการเงินช่วง ม.ค.57-ต.ค.58 จำนวน 148 ธุรกรรม มีธุรกรรมทางการเงินตั้งแต่หลัก 1 แสนถึง 1 ล้านบาท แต่ไม่ถึง 10 ล้านบาท นอกจากนี้ตรวจสอบข้อมูลการถือครองยานพาหนะ 20 รายการ แบ่งเป็นรถยนต์ 12 คัน จยย. 8 คัน ส่วนกรณีมีบุคคล ห้างร้าน หรือกลุ่มธุรกิจโอนเงินให้ ต้องเข้าใจว่า กลุ่มดังกล่าวอาจมีความเข้าใจผิดว่า พ.ต.ต.ปรากรม กับพวกมีหน้าที่เกี่ยวข้อง ดังนั้นไม่ถือว่ามีความผิด กลุ่มดังกล่าวเข้าข่ายเชื่อโดยสุจริตใจ แต่ ปปง.อาจเรียกมาสอบถามข้อมูล นอกนั้นกรณีญาติพี่น้อง พ.ต.ต.ปรากรม หากคิดว่าทรัพย์สินส่วนใดอาจเกี่ยวข้องกับคดี และได้มาโดยมิชอบ ไม่ได้มาจากธุรกิจที่สุจริต สามารถนำมาให้ ปปง.ตรวจสอบได้เพื่อความบริสุทธิ์ใจ หลังจากนี้ ปปง.จะทำหน้าที่ตรวจสอบควบคู่ไปกับเจ้าหน้าที่ตำรวจตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป

ไม่รู้ “เอี๊ยด” อมของคดีอดีต ผบช.ก.

ผู้สื่อข่าวถามอีกว่า ของกลางที่ตำรวจยึดได้จาก พ.ต.ต.ปรากรมกับพวก ปปง.ทราบหรือไม่ว่า เป็นของกลางคดี พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธ์ อดีต ผบช.ก. พ.ต.อ. สีหนาทกล่าวว่า ตนไม่ทราบ เพราะของกลางที่ ปปง.ได้รับก่อนหน้านี้ เป็นการส่งมอบจากเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจ หลังมีการประกาศใช้กฎอัยการศึกแล้วประมาณ 2 เดือน ก่อนจะนำทรัพย์สินและบัญชีแสดงทรัพย์สินที่ยึดอายัดได้มามอบให้ ปปง. ตนได้เห็นทรัพย์สินพร้อมกับสื่อมวลชน

ย้ายเสาวิทยุทำตาม ตร.ร้องขอ

ด้านนายจง ดิลกสมบัติ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทสามารถเทลคอม จำกัด (มหาชน) หรือ SAMTEL เผยว่า ตามที่บริษัทได้มีหนังสือขอ ชี้แจงต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ ตามหนังสือที่อ้างถึง และได้แจ้งข้อเท็จจริงว่า บริษัทได้รับหนังสือขอความอนุเคราะห์จากกองตำรวจสื่อสาร สำนักงานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ให้ดำเนินการย้ายอุปกรณ์ระบบวิทยุดีทีอาร์เอส (DTRS) จากสถานีตำรวจนครบาลบึงกุ่มมาติดตั้งบนอาคารใบหยกทาวเวอร์ 2 ตามรายละเอียดที่แจ้งไปแล้วนั้น

เรียกเก็บเงินค่าจ้างแล้วยังไม่ได้

ทั้งนี้ บริษัทขอชี้แจงข้อเท็จจริงเพิ่มเติมว่า การรับดำเนินการย้ายอุปกรณ์ครั้งนี้ บริษัทได้ทำใบเสนอราคาค่าดำเนินการย้ายอุปกรณ์ฯแก่กองตำรวจสื่อสารฯ เมื่อดำเนินการย้ายอุปกรณ์เรียบร้อย จึงออกใบเรียกเก็บเงินค่าดำเนินการดังกล่าว ขณะนี้ยังรอการชำระเงินจากกองตำรวจสื่อสารฯอยู่ ก่อนหน้านี้ทางบริษัทสามารถฯชี้แจงว่า บริษัททำการย้ายอุปกรณ์สถานีฐานของวิทยุจากสถานีตำรวจ นครบาลบึ่งกุ่มมาติดตั้งบนอาคารใบหยกทาวเวอร์ 2 เพื่อทำให้การรับส่งสัญญาณวิทยุมีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น ซึ่งบริษัทได้ดำเนินการและส่งมอบงานตามที่ได้รับมอบหมายเรียบร้อยแล้ว ขอยืนยันว่าบริษัทมิได้กระทำการใดๆนอกเหนือจากที่ได้รับมอบหมาย ส่วนเรื่องการขอสนับสนุนหมายเลขโทรศัพท์เลขสวยจาก กสทช.นั้น บริษัทขอยืนยันว่า บริษัทไม่มีส่วนรู้เห็นหรือเกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าว

“ประวิตร” ไม่รู้เรื่องจะจับทหารเพิ่ม

ที่อาคารรับรองเกษะโกมล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกระแสข่าวออกหมายจับนายทหาร 3 รายเกี่ยวข้องกับคดี ม.112 หมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์ ว่า “ผมไม่รู้ ยังไม่มี เพราะไม่มีใครรายงานให้ผมทราบ” ผู้สื่อข่าวถามว่า จะเปิดโอกาสให้ผู้สื่อข่าวเข้าดูสภาพที่คุมขังผู้ต้องหาในเรือนจำชั่วคราว แขวงถนนนครไชยศรี ภายใน พัน.ร.มทบ.11 ได้หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่ใช่หน้าที่ตนอนุมัติให้เข้าไปดูได้ เป็นอำนาจควบคุมดูแลของศาลทหารและกระทรวงยุติธรรม หรือนักข่าวอยากจะเข้าไปอยู่ในนั้น

คุมตัว “ศุกร์โข” มาสอบสวนที่กองปราบฯ

ล่าสุดที่กองปราบปราม เมื่อเวลา 21.00 น. คณะพนักงานสืบสวนสอบสวนคดีขบวนการแอบอ้างสถาบันเบื้องสูงเรียกรับผลประโยชน์ ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ป.ควบคุมตัวนายศุกร์โข หรือเค ตามเสรี อายุ 32 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ที่ จ.714/2558 ลงวันที่ 29 ต.ค.2558 ข้อหามีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครอง และเป็นคนสนิทของ พ.ต.ต.ปรากรม หรือสารวัตรเอี๊ยด เจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบฯไปควบคุมตัวมาจากกรมทหารราบที่11 รักษาพระองค์ (ร.11 รอ.) แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน เพื่อสอบสวนก่อนนำตัวส่งฝากขังที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ในวันพรุ่งนี้ (30 ต.ค.) บริเวณด้านหน้าตึกอาคาร กก.1 บก.ป.มีสื่อมวลชนมารอทำข่าวกันเนืองแน่น ขณะหน่วยคอมมานโดกองปราบฯนำตัวนายศุกร์โขลงจากรถตู้ ผู้ต้องหามีสีหน้าเรียบเฉย เดินก้มหน้าตลอดเวลา สวมเสื้อเชิ้ตสีขาวแขนยาว กางเกงสแล็กสีดำ รองเท้าแตะสีดำ ใส่กุญแจมือด้านหน้า เดินเข้าห้องสอบสวนพบ พ.ต.อ.พงษ์ไสว แช่มลำเจียก พนักงานสอบสวนผู้ทรงคุณวุฒิ กก.6 บก.ป. ปฏิบัติราชการ กก.1 บก.ป. กล่าวว่า การจับกุมผู้ต้องหารายนี้สืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 23 ต.ค. เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจค้นบ้านผู้ต้องหา แขวงบางโคล่ เขตบางคอแหลม กทม. พบปืน .380 จึงแจ้งข้อหาดำเนินคดี แต่ยังไม่พบความผิดเกี่ยวกับข้อหาหมิ่นเบื้องสูง แต่ถ้าสอบสวนพบความผิดแจ้งข้อหาดำเนินคดีีต่อไป