มนุษย์ใจโหดใช้ปืนลูกซองไล่ยิง “เจ้าไข่ดำ” กระทิงป่าเพศผู้เพียงตัวเดียวของภาคใต้ตอนกลาง กระสุนเจาะร่างพรุนสิ้นใจตายคาสวนปาล์มน้ำมันใน อ.ปลายพระยา จ.กระบี่ ตำรวจรู้ตัวมือสังหารแล้ว หลังมีพยานบอกคนลั่นไกวานให้ขับรถกระบะไปช่วยบรรทุกซากเลียงผา แต่กลับเจอซากกระทิงตัวใหญ่ยักษ์นอนตายอยู่ ขณะที่ผู้ต้องสงสัยเผ่นแนบหายออกจากบ้าน เตรียมรวบรวมหลักฐานขอศาลอนุมัติหมายจับในข้อหาล่าสัตว์ป่าคุ้มครอง
คนใจโหดใช้ปืนยิงกระทิงป่าตายคาสวนปาล์มครั้งนี้ เปิดเผยเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 28 ต.ค. นายมีชัย ไอยศูรย์ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าคลองพระยา จ.กระบี่ รับแจ้งมีกระทิงป่าเพศผู้ถูกยิงตายในสวนปาล์มน้ำมัน พื้นที่หมู่ 12 ต.ปลายพระยา อ.ปลายพระยา จ.กระบี่ หลังรับแจ้งได้ประสาน ร.ต.อ.สมพร ดีดวง พนักงานสอบสวน สภ.ปลายพระยา ร่วมตรวจสอบ จุดเกิดเหตุอยู่ใต้ต้นปาล์มน้ำมัน พบซากกระทิงเพศผู้ อายุ 7 ปี น้ำหนักราว 1 ตัน ชื่อ “เจ้าไข่ดำ” ถูกยิงด้วยปืนลูกซองเข้าตามลำตัวทั้งด้านซ้ายและด้านขวาเป็นรูพรุนรวมกว่า 10 รู คาดถูกยิงด้วยกระสุนปืนลูกซองเบอร์ 12 ไม่ต่ำกว่า 2 นัด จากนั้นเคลื่อนย้ายซากกระทิงขึ้นรถกระบะ นำไปผ่าพิสูจน์หาวิถีกระสุนและหาสาเหตุการตายที่แน่ชัด พร้อมรวบรวมหลักฐานดำเนินคดีผู้กระทำความผิด เนื่องจากกระทิงเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง
สำหรับเจ้าไข่ดำ กระทิงเพศผู้ตัวนี้ แตกฝูงออกมาจากพื้นที่ป่า จ.สุราษฎร์ธานี เข้ามาอาศัยอยู่ในพื้นที่ป่ารอยต่อระหว่าง จ.กระบี่ และ จ.พังงา ประมาณ 1 ปีเศษที่ผ่านมา โดยก่อนถูกคนใจโหดสังหาร เจ้าไข่ดำตระเวนหากินอยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโตนปริวรรษ จ.พังงา มีเจ้าหน้าที่เฝ้าติดตามคอยดูพฤติกรรมความเป็นอยู่ พร้อมแจ้งกำนันและผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ให้ช่วยดูแล เนื่องจากเป็นกระทิงเพียงตัวเดียวที่พบในพื้นที่ภาคใต้ตอนกลาง
...
ต่อมาเจ้าไข่ดำออกจากเขตป่าอนุรักษ์เข้ามาหากินในพื้นที่ อ.ปลายพระยา และ อ.อ่าวลึก จ.กระบี่ ส่วนใหญ่จะไปอาศัยหากินตามป่าละเมาะ และเข้าปะปนกับฝูงวัวของชาวบ้าน ขณะเดียวกันยังผสมพันธุ์กับแม่วัวบ้านจนตกลูก เป็นลูกครึ่งกระทิงกับวัวบ้านมาแล้วหลายตัว กระทั่งเมื่อประมาณ 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา เจ้าไข่ดำเข้ามาหากินในพื้นที่ อ.ปลายพระยา โดยเดินหากินในสวนปาล์มน้ำมันของชาวบ้าน จนถูกคนใจโหดยิงตายดังกล่าว เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบให้แน่ชัดว่าเป็นฝีมือพรานป่าที่ต้องการล่ากระทิงเพื่อนำเนื้อ หัว และเขาไปขาย หรือเป็นฝีมือของชาวบ้านในพื้นที่ ใช้ปืนลูกซองยิงกระทิงเพราะเข้าไปกัดกินพืชผักที่ปลูกไว้
ต่อมาเมื่อเวลา 13.30 น. นายเมธี มีชัย ผอ.ส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 5 นครศรีธรรมราช พร้อมเจ้าหน้าที่เดินทางมาตรวจสอบซากกระทิงเจ้าไข่ดำ พร้อมทั้งทำประวัติซาก เนื่องจากกระทิงในพื้นที่มีเพียงตัวเดียว นายเมธีกล่าวว่า ที่ผ่านมาได้แจ้งให้เจ้าหน้าที่ดูแลเป็นพิเศษ และแจ้งประชาสัมพันธ์ให้ชาวบ้านทราบต่อเนื่องแต่ยังมีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นอีก จะให้ตำรวจเร่งจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีโดยเร็ว
ขณะที่ พ.ต.ท.สุภาชัย สูงทรัพย์ไพศาล สว.สส. สภ.ปลายพระยา จ.กระบี่ พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน นำตัวนายศุภชัย ชุ่มใจ อายุ 34 ปี อยู่บ้านเลขที่ 199 หมู่ 12 ต.ปลายพระยา ส่งให้ พ.ต.ต.สมพร ดีดวง พนักงานสอบสวน สภ.ปลายพระยา เจ้าของคดี สอบปากคำอย่างละเอียด หลังทราบว่า เมื่อช่วงเช้าได้ขับรถกระบะโตโยต้า ตอนเดียว ทะเบียน บท 8842 กระบี่ บรรทุกถังพลาสติกสีฟ้า ขนาด 200 ลิตร เข้าไปในจุดเกิดเหตุ และเป็นผู้มาแจ้งผู้ใหญ่บ้านว่ามีคนยิงกระทิงตาย
นายศุภชัยให้การอ้างว่า เมื่อช่วงเช้าก่อนพบซากกระทิง มีนายปรีดา ปากลาว อายุ 41 ปี อยู่บ้านเลขที่ 145 หมู่ 2 ต.ปลายพระยา คนรู้จักกันมาบอกให้นำรถกระบะไปช่วยบรรทุกเลียงผา ที่นายปรีดาใช้ปืนลูกซองยิงตายอยู่ในสวนปาล์มจุดเกิดเหตุ จึงขับรถคันดังกล่าวเข้าไป แต่เมื่อไปถึงกลับพบว่าเป็นกระทิงเพศผู้ตัวใหญ่ที่ชื่อว่า เจ้าไข่ดำ ซึ่งมีเจ้าหน้าที่คอยติดตามดูแลและห้ามไม่ให้ใครทำร้าย จึงขับรถกลับไปแจ้งผู้ใหญ่บ้านให้ทราบเรื่อง ต่อมาตำรวจเดินทางไปที่บ้านของนายปรีดา ผู้ต้องสงสัยว่าจะเป็นมือยิงกระทิงแต่ไม่พบตัว คาดหลบหนีไปแล้ว เบื้องต้น พ.ต.ต.สมพร ดีดวง เจ้าของคดี กล่าวว่า หากไม่พบตัวผู้ต้องสงสัยรายนี้ จะต้องรวบรวมพยานหลักฐานเสนอศาลออกหมายจับในข้อหาล่าสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาต