เสี่ยเจ้าของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ยิงเมียสาวดับอนาถคาห้องนอนหมู่บ้านหรูราคาหลายล้านบาท แล้วขับรถยนต์เผ่นหนีก่อนโทรศัพท์บอกหลานชายผู้ตายที่พักบ้านเดียวกันให้แจ้งเจ้าหน้าที่มีคนถูกยิงตาย ตรวจสอบกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งทั่วบ้านกว่า 20 ตัว กล้องจับภาพไว้ได้ขณะถือปืนออกจากห้องนอน พบปมเสี่ยไปติดพันหญิงอื่นระยะหลังไม่ค่อยกลับบ้าน ทำให้มีปัญหาทะเลาะกับผู้ตายรุนแรง กระทั่งบานปลายตัดสินปัญหาด้วยความตาย

เหตุการณ์เสี่ยบันดาลโทสะยิงเมียตายอนาถคาห้องนอนรายนี้ เปิดเผยขึ้นเมื่อเวลา 03.00 น.วันที่ 26 ต.ค. ร.ต.ท.สุวรรณ นาคยา พนักงานสอบสวน สภ.บางศรีเมือง อ.เมืองนนทบุรี รับแจ้งเหตุยิงกันตายที่บ้านเลขที่ 88/20 หมู่บ้านลดาวัลย์ ซอย 2 ถนนรัตนาธิเบศร์ ต.บางรักน้อย จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบแล้วพร้อมด้วย พ.ต.อ.ณรงค์ฤทธิ์ ภักดีณรงค์ รอง ผบก.ภ.จ.นนทบุรี พ.ต.อ.สมศักดิ์ ตระการไพโรจน์ ผกก.สภ.บางศรีเมือง พ.ต.อ.สุรศักดิ์ แสงจันทร์ พงส.ผทค. พ.ต.ท.อุดมศักดิ์ จิตตธรรม รอง ผกก.สส. พ.ต.ท.ภัทรพล พลศิลา รอง ผกก.ป. นำกำลังตำรวจชุดสืบสวน เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน แพทย์สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ และเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู เดินทางไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุเป็นบ้านเดี่ยวหรู 2 ชั้น เนื้อที่กว่า 100 ตารางวา ราคาหลายล้านบาท ภายในห้องนอนชั้น 2 พบศพนางวลัยพร สิริจิรกาญจน์ อายุ 45 ปี เจ้าของบ้าน นอนหงายจมกองเลือดบนพื้นห้องมีผ้าห่มคลุมร่างอย่างดี ศพสวมชุดนอนสีเทา มีบาดแผลถูกยิงด้วยกระสุนปืน .38 เข้าท้ายทอย 1 นัด กับชายโครงขวากระสุนเจาะทะลุชายโครงซ้ายอีก 1 นัด ข้างศพพบกระเป๋าเดินทางสีดำ 1 ใบ กับซองปืนแบบลูกโม่ตกอยู่ ส่วนบนที่นอนมีรอยกระสุนเจาะ 1 นัด

สอบสวนนายกฤติภาค ละมุลตรี อายุ 28 ปี หลานชายผู้ตายให้การว่า ก่อนเกิดเหตุประมาณตีสองนายสกฤษ์พล สิริจิรกาญจน์ อายุ 51 ปี สามีผู้ตายมีศักดิ์เป็นน้าเขยตน เจ้าของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และธุรกิจก่อสร้างโรงงานสำเร็จรูป กลับมาที่บ้านก่อนจะมาเรียกตนกับภรรยาที่ห้องนอนด้านหลังบ้าน ให้ขึ้นไปรับลูกคนเล็กวัย 2 ขวบของผู้ตายมานอน ที่ห้องด้วย ตนไม่เอะใจรีบขึ้นไปเอาหลานมานอนด้วย จากนั้นไม่นานได้ยินเสียงปืนดังติดต่อกัน 3 นัดซ้อน ตนและภรรยาตกใจกลัวไม่กล้าขึ้นไปดูบนบ้าน คล้อยหลังสิ้นเสียงปืนไม่นานก็ได้ยินเสียงรถยนต์ขับออกจากบ้านไปอย่างรวดเร็ว จากนั้นนายสกฤษ์พลโทรศัพท์มาหาบอกว่าให้โทร.แจ้งตำรวจว่ามีคนถูกยิงภายในห้องนอน ตนจึงวิ่งไปบอก รปภ.หมู่บ้านเข้ามาช่วยดู พบว่านางวลัยพรถูกยิงเสียชีวิตแล้ว จึงโทรศัพท์แจ้งตำรวจทราบเหตุ

ขณะที่แนวทางการสืบสวนทราบว่า ระยะหลังนายสกฤษ์พลไปติดพันหญิงอื่น ไม่ค่อยกลับมานอนที่บ้าน จะกลับมาประมาณเดือนละครั้งและส่วนใหญ่ไม่ได้นอนค้างที่บ้าน และทุกครั้งที่นายสกฤษ์พล กลับมาบ้านมักจะมีปากเสียงทะเลาะกับผู้ตายเป็นประจำ หลังก่อเหตุยิงถล่มเมียแล้วนายสกฤษ์พลเรียกลูกชายวัย 12 ปี ที่นอนอยู่ในห้องนอนฝั่งตรงกันข้ามให้เข้าไปดูแม่ในห้องนอน พอลูกชายเข้าไปดูพบนางวลัยพร นอนจมกองเลือดยังหายใจรวยริน ลูกชายพยายามปั๊มหัวใจช่วยเหลือ แต่ยื้อชีวิตไม่ได้สิ้นใจตายอนาถ

พ.ต.อ.สมศักดิ์ ตระการไพโรจน์ ผกก.สภ.บางศรีเมือง กล่าวภายหลังตรวจที่เกิดเหตุว่า จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดภายในบ้านที่มี 20 ตัว พบกล้องจับภาพนายสกฤษ์พลถือปืนออกมาจากห้องนอนเดินลงไปชั้นล่างตอนเวลา 01.42 น. แล้วหลบหนีไป จากพยานหลักฐานในชั้นนี้ทำให้เชื่อว่านายสกฤษ์พล เป็นมือปืนฆ่าภรรยา ส่วนสาเหตุน่าจะมาจากเรื่องหึงหวงที่นายสกฤษ์พลไปมีผู้หญิงใหม่ จนทำให้มีปากเสียงทะเลาะกันอย่างรุนแรง กระทั่งนายสกฤษ์พล บันดาลโทสะตัดสินปัญหาด้วยความตาย ซึ่งตำรวจจะได้สอบสวนคลี่คลายคดีให้แน่ชัดอีกครั้ง