กลับบ้านได้แล้ว น้องวาว เหยื่อลูกหลงตำรวจไล่จับแก๊งค้ายา “พงศพัศ” นำคณะตำรวจไปดูแล เอง เผยแพทย์ผ่าเอาหัวกระสุนออกและนำส่งกองพิสูจน์หลักฐานตรวจสอบแล้ว หากตรงกับปืนตำรวจคนไหน จะแจ้งข้อหาต่อไป ด้านการเยียวยา เบื้องต้นสำนักงานตำรวจแห่งชาติออกค่ารักษาพยาบาลให้หมด ส่วนเรื่องซ่อมแซมรถและ เงินเยียวยาจิตใจอยู่ระหว่างพูดคุย ด้านน้องวาว ยิ้มร่า บอกชีวิตคนเราไม่แน่นอน และในความโชคร้ายยังมีโชคดีอยู่
น้องวาว เหยื่อลูกหลงตำรวจไล่ยิงแก๊งค้ายา กลับบ้านได้แล้ว โดยเมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 25 ต.ค. ที่โรงพยาบาลกรุงเทพ ซอยศูนย์วิจัย 7 ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รอง ผบ.ตร. พร้อม พล.ต.ต.สมประสงค์ เย็นท้วม ผบก.น.3 เดินทางมาติดตามอาการ น.ส.อานัตตา หรือน้องวาว สงฆ์รัตน์ อายุ 16 ปี ที่ได้รับบาดเจ็บหลังถูกลูกหลงกระสุนปืนของเจ้าหน้าที่ชุด ปส.บก.น.3 ที่ยิงสกัดจับคนร้ายไปถูกน้องวาวที่นั่งอยู่ในรถยนต์ระหว่างทางจะกลับบ้านบนถนนสวนสยาม เมื่อค่ำวันที่ 7 ต.ค.ที่ผ่านมา โดยขณะนี้ น.ส.อานัตตาอาการดีขึ้น ร่างกายแข็งแรงดี และแพทย์อนุญาตให้กลับบ้านได้
น.ส.อานัตตากล่าวด้วยสีหน้าที่ยิ้มแย้มว่า หลังจากเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นทำให้ได้เรียนรู้ว่า การใช้ชีวิตของคนเรานั้นไม่แน่นอน และความโชคร้ายยังมีความโชคดีปะปนกันอยู่ ตอนนี้ทางด้านสุขภาพร่างกายแข็งแรงดี มีอาการเจ็บแผลอยู่บ้างเวลาเอียงตัว และยังไม่สามารถออกกำลังกาย หรือทำงานหนักได้ในช่วงระยะเวลา 3 เดือน ส่วนสภาพจิตใจรู้สึกดีมาก ไม่ได้รู้สึกหวาดกลัวเจ้าหน้าที่ตำรวจแต่อย่างใด และขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกๆท่านที่ให้การช่วยเหลือมาโดยตลอดตั้งแต่เกิดเหตุจนถึงตอนนี้
ขณะที่ พล.ต.อ.พงศพัศเปิดเผยว่า น.ส.อานัตตา มีจิตใจและร่างกายที่แข็งแรง แต่ทางมารดายังเป็นห่วงเรื่องสุขภาพร่างกายอยู่ คงต้องใช้เวลาสักพักในการฟื้นฟูร่างกาย ส่วนความคืบหน้าของคดี ขณะนี้แพทย์ได้ผ่าตัดหัวกระสุนออกมา และได้นำหัวกระสุนดังกล่าวส่งกองพิสูจน์หลักฐานไปตั้งแต่วันที่ 14 ต.ค.ที่ผ่านมา ต้องใช้เวลาประมาณ 2 อาทิตย์นับจากวันส่งตรวจ ถึงจะทราบผลว่าหัวกระสุนดังกล่าวตรงกับกระสุนที่อยู่ในปืนของเจ้าหน้าที่รายใด เมื่อทราบผลแล้วจะส่งให้พนักงานสอบสวน และแจ้งให้สื่อมวลชนทราบต่อไป เช่นเดียวกันหากพบว่าหัวกระสุนตรงกับกระสุนปืนของเจ้าหน้าที่รายใด พนักงานสอบสวนจะดำเนินคดีทันที ขณะเดียวกัน ทางเจ้าหน้าที่ที่ถูกดำเนินคดีก็มีสิทธิที่จะสู้คดีได้ตามกฎหมาย
พล.ต.อ.พงศพัศกล่าวต่อว่า ในส่วนกระบวนการเยียวยาขณะนี้แบ่งออกเป็น 3 ส่วนคือ ด้านค่ารักษาพยาบาล ค่าซ่อมแซมรถ และเงินเยียวยาทางด้านจิตใจ สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้รับเรื่องการดูแลค่ารักษาพยาบาลทั้งหมดแล้ว ส่วนค่าซ่อมแซมรถยังอยู่ระหว่างดำเนินการเนื่องจากรถดังกล่าวมีการใช้งานมานานแล้ว และเป็นรถยนต์รุ่นเก่า ต้องพูดคุยกับผู้เสียหายก่อนว่าจะมีวิธีการดำเนินการอย่างไรบ้าง ส่วนเรื่องเงินเยียวยาทางด้านจิตใจยังไม่ได้พูดคุยถึงเรื่องนี้กับผู้เสียหาย ยืนยันว่าจะให้ความเป็นธรรมเรื่องนี้กับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง