ชุดสืบสวนคดีหมิ่นเบื้องสูง ตะลึง “สารวัตรเอี๊ยด” มีห้องชุดในลาเมซอง 26 ห้อง พบสำเนาใบฝากเงินให้เลขาฯส่วนตัวเอาเข้าบัญชีก่อนถูกจับ 2 วัน 5.1 ล้านบาท เชื่อรู้ตัวว่าจะถูกจับ ขณะที่หนุ่มบาร์โฮสต์เครือข่ายสารวัตรเอี๊ยดซัดลูกพี่ ยัดเงินและสร้อยคอทองคำพร้อมพระเครื่องเลี่ยมทองให้ระหว่างเข้าตรวจค้นบ้านบิ๊กกิ๊ก อดีต ผบช.ก. โดยสาวเครือข่ายบิ๊กกิ๊กเข้าร้องทุกข์แจ้งจับสารวัตรเอี๊ยดในข้อหาลักทรัพย์ ซ้ำมีพยานเป็นทั้งตำรวจและทหารชี้ทรัพย์สินอีกส่วนหนึ่งที่ยึดได้ในห้องผู้ต้องหาคนดังเป็นของ“ผู้กำกับอั้ม” อดีต ผกก.1 บก.ป. ที่ชิงฆ่าตัวตายไปก่อนหน้า ด้านสื่อรอเก้อ ศพสารวัตรเอี๊ยดยังไม่ถึงนิติเวช ผบก.นต.อ้าง รพ.ราชทัณฑ์ยังไม่ประสาน ขณะที่รองปลัด ยธ.ชี้ ต้องให้ตำรวจมารับศพ พร้อมสยบข่าวลือหมอหยองยังไม่ตาย

กรณี พ.ต.ต.ปรากรม วารุณประภา สว.กก. 1 ปอท. หรือสารวัตรเอี๊ยด 1 ใน 3 ผู้ต้องหาแอบอ้างเบื้องสูงก่อคดีต่างๆ ใช้เสื้อนักโทษแขวนคอตัวเองหนีความผิด ระหว่างถูกคุมขังภายในเรือนจำชั่วคราวแขวงถนนนครไชยศรี กองพันทหารราบ มณฑลทหารบก ที่ 11 (พัน.ร.มทบ.11) เมื่อกลางดึกวันที่ 23 ต.ค. แต่เจ้าหน้าที่เห็นเหตุการณ์ รีบนำส่งโรงพยาบาลราชทัณฑ์ แต่ยื้อชีวิตไว้ไม่ได้ หลังจากนั้นกรมราชทัณฑ์ได้ออกแถลงการณ์ชี้แจง พร้อมตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง ขณะที่นายสุริยัน สุจริตพลวงศ์ หรือหมอหยอง นักดูดวงชื่อดังเพื่อนร่วมแก๊งหมิ่นที่ถูกคุมขังในเรือนจำเดียวกัน โรคความดันกำเริบ แพทย์เสนารักษ์ประจำเรือนจำชั่วคราวแขวงถนนนครไชยศรี ต้องเข้าดูแลใกล้ชิด

...


สื่อปักหลักนิติเวชรอทำข่าว

ความคืบหน้าล่าสุดเกี่ยวกับการเสียชีวิตของนายตำรวจคนดังที่ตกเป็นผู้ต้องหาในคดีหมิ่นเบื้องสูง โดยเมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 25 ต.ค. ที่สถาบันนิติเวช โรงพยาบาลตำรวจ มีรายงานว่า บรรยากาศตลอดช่วงเช้าที่ผ่านมา แม้จะเป็นวันหยุด แต่ยังคงมีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ ขณะเดียวกันมีสื่อมวลชนจากหลายสำนักมาเฝ้ารอติดตามการนำศพสารวัตรเอี๊ยด หรือ พ.ต.ต.ปรากรม เข้ามาชันสูตรที่สถาบันนิติเวช โดยปราศจากวี่แววของพ่อแม่และญาติของ พ.ต.ต.ปรากรม มาติดต่อขอรับศพ เมื่อสอบถามไปทางเจ้าหน้าที่ได้รับคำตอบว่ายังไม่มีรายชื่อของ พ.ต.ต.ปรากรมเข้ามาแต่อย่างใด

รพ.ราชทัณฑ์ยังไม่ประสานมา

ด้าน พล.ต.ต.พรชัย สุธีรคุณ ผบก.สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ เปิดเผยว่า จนถึงขณะนี้ยังไม่ได้รับการประสานจากโรงพยาบาลราชทัณฑ์ ในการนำศพ พ.ต.ต.ปรากรม เข้ามาชันสูตรหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริง แต่หากได้รับศพมาก็จะเข้ามาทำหน้าที่ด้วยตัวเอง ยืนยันว่าจะดำเนินการตรวจสอบตามขั้นตอนของทางการแพทย์ และปฏิบัติต่อศพทุกศพอย่างเท่าเทียม

ยธ.ชี้ ตร.ต้องมารับ-หยองยังอยู่

เกี่ยวกับเรื่องนี้ นายชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม เผยว่า ขณะนี้ศพของ พ.ต.ต.ปรากรม วารุณประภา หรือสารวัตรเอี๊ยด ยังอยู่ที่ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ ทั้งนี้อยู่ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะมารับศพออกจากทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์เท่านั้นเอง เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย เนื่องจากขณะนี้อยู่ในอำนาจหน้าที่ของตำรวจแล้ว ส่วนกรณีมีข่าวนายสุริยัน สุจริตพลวงศ์ หรือหมอหยอง เสียชีวิตอีกรายนั้น ยืนยันว่านายสุริยันยังปกติยังถูกขังอยู่ที่เรือนจำชั่วคราว มทบ.11 เจ้าหน้าที่ยังคงเฝ้าดูแลตลอด 24 ชม. ไม่เป็นดังข่าวลือ

ฐิติราชรับ “เอี๊ยด” ขอขึ้นรอง ผกก.

ส่วนความคืบหน้าทางคดี ช่วงบ่ายวันเดียวกัน พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบช.ก.กล่าวสั้นๆ ถึงกรณีที่มีข่าวว่า พ.ต.ต.ปรากรม วารุณประภา สว.กก.1 บก.ปอท. แอบอ้างเบื้องสูงขอขึ้นเป็นรอง ผกก.ทั้งที่ไม่เข้ากฎเกณฑ์ว่า เป็นเรื่องจริง ซึ่งตนได้ปฏิเสธไป โดยเรื่องนี้ก็รวมอยู่ในหลายๆคดีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหากับ พ.ต.ต.ปรากรม ขณะนี้กำลังทำอยู่

“บิ๊กช้าง” ปัดรับเด็ก “เอี๊ยด” เป็น ตร.

ส่วนที่มีกระแสข่าวว่าสารวัตรเอี๊ยดแอบอ้างเบื้องบนวิ่งเต้นนำบุคคลภายนอกเข้ารับราชการเป็นตำรวจยศ ร.ต.ต.ใน บช.ส.นั้น วันเดียวกัน พล.ต.ท.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย ผบช.ภ.1 อดีต ผบช.ส.ได้ปฏิเสธเรื่องดังกล่าว พร้อมเปิดเผยว่า การจะรับบุคคลภายนอกเข้ามาเป็นข้าราชการตำรวจ มีขั้นมีตอน ไม่ใช่ว่าอยู่ๆจะรับเข้ามาได้เลย ต้องมีการประกาศรับสมัครจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มี ผบ.ตร.เป็นคนเซ็นอนุมัติ รวมทั้งต้องมีการสอบเข้า สอบสัมภาษณ์ ว่าเข้าหลักเกณฑ์หรือไม่ ไม่ใช่ว่าอยู่ๆจะรับใครเข้ามาก็ได้ ที่ผ่านมาขณะที่ดำรงตำแหน่ง ผบช.ส.ไม่เคยมีเรื่องเช่นนี้เกิดขึ้น

บิ๊กแป๊ะ รอผลสอบ 8 ตร.

ขณะที่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.กล่าวว่า ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการสอบสวนว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้ง 8 นายที่ให้มาช่วยราชการที่ ศปก.บช.ก.จะมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้หรือไม่ รวมทั้งตรวจสอบพยานหลักฐานทั้งหมดก่อน โดย พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบช.ก.ยืนยันจะมีการสอบสวนขยายผลกับผู้ร่วมขบวนการทั้งหมด หากพาดพิงถึงใครจะเรียกมาสอบถามทั้งหมด ทั้งข้าราชการและหน่วยงานเอกชน และพร้อมให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ในส่วนของกลางที่ยึดได้จากผู้ต้องหาทั้ง 3 คน ขณะนี้ได้ยึดรถยนต์ ปืน อาวุธปืน และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และอุปกรณ์ของส่วนราชการคืนมา มอบหมายให้ พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผู้ช่วย ผบ.ตร.ในฐานะหัวหน้าพนักงานสืบสวนสอบสวน รับผิดชอบคดีทั้งหมด โดยขณะนี้ยังไม่มีการออกหมายจับบุคคลใดเพิ่มเติม เรื่องนี้อยู่ที่ผลสรุปการสอบสวนของพนักงานสอบสวนคดีนี้

...

สอบเครือข่ายบิ๊กกิ๊กยันทรัพย์สินที่พบ

วันเดียวกัน มีรายงานข่าวจากกองบังคับการปราบปรามแจ้งว่า ขณะนี้พนักงานสอบสวนในคดีหมิ่นเบื้องสูง กำลังรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆที่พบในที่พักของนายสุริยัน สุจริตพลวงศ์ หรือหมอหยอง และ พ.ต.ต.ปรากรม วารุณประภา หรือสารวัตรเอี๊ยด เพื่อตรวจสอบทรัพย์สินทั้งหมดว่ามีที่มาที่ไปอย่างไร โดยพนักงานสอบสวนได้เรียกเจ้าของทรัพย์สิน ส่วนใหญ่เป็นเครือญาติและคนสนิทกับกลุ่มผู้ต้องหาที่ถูกขยายผลจับกุมในคดี พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ อดีต ผบช.ก.มาสอบสวน เพื่อยืนยันทรัพย์สินที่พบในห้องของผู้ต้องหาว่าใช่ทรัพย์สินที่ถูกยึดไว้ในช่วงขยายผลจับกุม พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์และเครือข่ายหรือไม่ โดยนัดพยานทั้งหมดไปให้การยืนยันกับพนักงานสอบสวนที่กองบัญชาการสอบสวนกลาง

เครือข่ายเอี๊ยดให้การมัดลูกพี่

ในส่วนของการพบของกลางบางส่วนซึ่งเป็นของ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ อดีต ผบช.ก.ในห้องพักของ พ.ต.ต.ปรากรม ว่า จากการสอบปากคำนายเค (ขอสงวนชื่อและนามสกุล) อาชีพทำงานอยู่ในบาร์โฮสต์ และขายรถมือสอง เครือข่าย พ.ต.ต.ปรากรมที่ถูกกันไว้เป็นพยานในขณะนี้ให้การว่า พ.ต.ต.ปรากรมได้ชักชวนให้ไปช่วยทำงานในคดีของอดีต ผบช.ก. โดยวันที่เข้าตรวจค้นบ้าน 4 ชั้น ได้ขึ้นไปพร้อมกับ พ.ต.ต.ปรากรม โดย พ.ต.ต.ปรากรมได้เอาเงินสดประมาณ 10,000 บาท พร้อมสร้อยคอทองคำ มีพระเลี่ยมทอง 2-3 องค์ มาให้ หลังเสร็จงานได้มอบคืนให้กับ พ.ต.ต.ปรากรม ทั้งนี้ในวันดังกล่าวยังได้ยกเซิรฟ์เวอร์กล้องวงจรปิดที่บ้านหลังนี้มาวางไว้ในรถของ พ.ต.ต.ปรากรม และไม่ทราบว่าถูกนำไปเก็บไว้ที่ใด ส่วนการเดินทางไปพร้อมกับ พ.ต.ต.ปรากรมที่บ้านแม่ของอดีตผบช.ก. และบ้านหลังเก่าที่มีตู้คอนเทนเนอร์ นายเคทำหน้าที่ขับรถและถ่ายภาพให้กับ พ.ต.ต.ปรากรม พร้อมทั้งยืนยันว่า ทรัพย์สินบางชิ้นที่ตำรวจยึดได้นั้น ยึดมาจากบ้านของ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์

...

ตะลึง “เอี๊ยด” มีห้องชุด 26 ห้อง

นอกจากนี้ พนักงานสอบสวนยังได้สอบปากคำพยานผู้หนึ่งซึ่งเป็นเลขาส่วนตัวของ พ.ต.ต.ปรากรม โดยให้การว่า เดิมทำงานอยู่ที่ จ.เลย และได้มาช่วยงานร้านอาหารที่ชั้น 5 อาคารลาเมซอง ต่อมา พ.ต.ต.ปรากรมได้มาพบและชักชวนให้มาทำงานเป็นนิติบุคคลที่อาคารดังกล่าว โดยอาคารแห่งนี้มีเกือบ 400 ห้อง มีทั้งหมด 21 ชั้น โดย พ.ต.ต.ปรากรมมีห้องพักในอาคารดังกล่าวถึง 26 ห้อง โดยบางห้องเป็นห้องใหญ่สุด ด้านในถูกแบ่งซอยแยกออกเป็น 5 ห้อง และยังมีห้องที่ยังไม่ได้โอนเป็นกรรมสิทธิ์เป็นชื่อ พ.ต.ต.ปรากรม อีก 4 ห้อง โดยพยานรายนี้ให้การว่า พ.ต.ต.ปรากรมจะมีรถยนต์ที่ติดสัญญาณไซเรน หรือป้ายทะเบียนตราโล่ ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มาจอดที่อาคารลาเมซองเป็นประจำ

ค้นห้องเลขาฯสารวัตรเอี๊ยด

จากนั้นชุดสืบสวนได้เข้าตรวจค้นห้องพักของเลขาส่วนตัว พ.ต.ต.ปรากรมในอาคารชุดโฟร์สตรีท แมนชั่น ซอยพหลโยธิน 24 แยก 2-3 แขวงจอมพล เขตจตุจักร พบสมุดบัญชีเงินฝากมีชื่อพ.ต.ต.ปรากรมหลายเล่ม ไอแพด 1 เครื่อง ส่วนการตรวจค้นสำนักงานนิติบุคคล คอนโดลาเมซอง ซอยพหลโยธิน 24 ชุดตรวจค้นยังพบทรัพย์สินอีกหลายรายการ อาทิ กระเป๋าอุปกรณ์ติดตามตัว เสื้อเกราะ กันกระสุน วิทยุสื่อสาร 2 เครื่อง แผ่นป้ายทะเบียนตรากงจักร สีดำ หมายเลข 4897 จำนวน 2 แผ่น แผ่นป้ายทะเบียนตรากองบัญชาการกองทัพไทย หมายเลข 539 อีก 2 แผ่น แผ่นป้ายทะเบียนรถยนต์ และ จยย.อีกจำนวนหนึ่ง

อึ้ง เอาเงินเข้าบัญชี 2 วัน 5.1 ล้าน

จากการตรวจค้นสำนักงานนิติบุคคล ลาเมซอง ยังพบหลักฐานสำคัญเป็นสำเนาใบฝากเงินสดธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาลาดพร้าวซอย 10 เมื่อวันที่ 16 ต.ค. เวลา 10.07 น. ในชื่อบัญชี นายปรากรม วารุณประภา ยอดเงิน 1,700,000 บาท สำเนาใบฝากเงินสด ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาลาดพร้าวซอย 10 เมื่อวันที่ 16 ต.ค. เวลา 10.06 น. ยอดเงิน 1,9000,000 บาท สำเนาใบฝากเงินสด ธนาคาร ทหารไทย จำกัด สาขาเซ็นทรัลลาดพร้าว เมื่อวันที่ 17 ต.ค. เวลา 15.27 น. ชื่อบัญชี พ.ต.ต.ดร.ปรากรม วารุณประภา จำนวนเงิน 500,000 บาท สำเนาใบฝากเงินสด ธนาคารกรุงศรีอยุธยา สาขาเซ็นทรัลลาดพร้าว เมื่อวันที่ 17 ต.ค. ชื่อบัญชี พ.ต.ต.ปรากรม วารุณประภา ยอดเงิน 1,000,000 บาท สมุดบัญชีเงินฝากทั้งออมทรัพย์และสะสมทรัพย์ชื่อ พ.ต.ต.ปรากรมอีกหลายเล่ม สมุดคู่มือรถยนต์และรถ จยย.อีกหลายเล่ม

...

เชื่อสารวัตรเอี๊ยด รู้ตัวจะถูกจับ

มีรายงานว่า ในส่วนสำเนาใบฝากเงินสดที่ เลขาฯของ พ.ต.ต.ปรากรม เป็นผู้นำฝากในช่วงวันที่ 16-17 ต.ค. ก่อนที่จะถูกควบคุมตัวนั้น มียอดเงินเข้าบัญชีถึง 5,100,000 บาท เชื่อว่า พ.ต.ต. ปรากรม น่าจะรู้ตัวว่าจะถูกจับกุม ประกอบกับคำให้การของ ส.ต.ต.ราชฤทธิ์ พวงไสว คนขับรถ พ.ต.ต.ปรากรม ให้การว่า เมื่อเวลาประมาณ 10.30 น.วันที่ 16 ต.ค. พ.ต.ต.ปรากรมได้ใช้โทรศัพท์มือถือของนายเค โทรศัพท์มาสั่งให้ไปที่ กก.2 บก.ป.ในกองบังคับการปราบปราม เพื่อไปรอเอาวิทยุสื่อสารยี่ห้อโมโตโรล่า 1 เครื่อง โทรศัพท์ไอโฟน 6 จำนวน 1 เครื่อง โทรศัพท์มือถือแอนดรอยด์ 3 กล่อง และปืน .380 อีก 1 กระบอก โดยมี พ.ต.ท.วสุ แสงสุกใส รอง ผกก.2 บก.ป. 1 ในตำรวจ 8 นายของ บก.ป.ที่มีคำสั่งให้ไปช่วยราชการที่ ศปก.บช.ก.ตั้งแต่วันที่ 18 ต.ค. นำมามอบให้ ทั้งนี้ พ.ต.ต.ปรากรมได้แจ้งให้ ส.ต.ต.ราชฤทธิ์ด้วยว่า ให้ระวังคนติดตาม เมื่อออกจากกองปราบฯแล้วได้นำสิ่งของทั้งหมดไปให้ พ.ต.ต.ปรากรมที่บริเวณวงเวียนในซอยพหลโยธิน 24

เผยเครือข่ายบิ๊กกิ๊กเป็นเจ้าทุกข์

นอกจากคดีที่เกี่ยวข้องกับการหมิ่นเบื้องสูงแล้ว พนักงานสอบสวนยังได้สอบปากคำ น.ส.ชวัลนุช ศักดิ์ณรงค์เดช ผู้กล่าวหา ซึ่งเป็นเครือญาติของกลุ่มเครือข่าย พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธ์ุ อดีต ผบช.ก.หลังเข้าร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดีกับ พ.ต.ต.ปรากรม ในข้อหาลักทรัพย์ พร้อมยืนยันทรัพย์สินบางรายการที่ถูกตรวจยึดไปเมื่อครั้งดำเนินคดีอาญากับ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ เมื่อประมาณปลายเดือน พ.ย.57 และมาพบอยู่ในห้องพักของ พ.ต.ต.ปรากรม ทั้งนี้พนักงานสอบสวนคดีหมิ่นเบื้องสูง ยังได้สอบปากคำพยานที่เป็นตำรวจและทหาร ยืนยันและชี้รูปเกี่ยวกับพระเครื่องของ พ.ต.อ.อัครวุฒิ หลิมรัตน์ หรือผู้กำกับอั้ม อดีต ผกก.1 บก.ป.เครือข่ายอดีต ผบช.ก.ที่ฆ่าตัวตายไปก่อนหน้า


ตรวจสอบมือถือ เอี๊ยด–หยอง

มีรายงานว่า พนักงานสอบสวนยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบโทรศัพท์ของ พ.ต.ต.ปรากรม และผู้เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะโทรศัพท์มือถือของ พ.ต.ต.ปรากรมมีมากถึง 14 เครื่อง ส่วนนายสุริยัน หรือหมอหยอง ผู้ต้องหาร่วมแก๊งมีทั้งหมด 4 เครื่อง

ช่วงสายวันเดียวกัน ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบช.ก.มีคำสั่งให้พนักงานสอบสวนคดีหมิ่นเบื้องสูงเรียกพยาน 2 ปาก ที่เกี่ยวข้องกับการเป็นผู้รับจัดทำและบรรจุภัณฑ์เครื่องดื่มและรับจัดทำกล่องอาหารในโครงการปั่นเพื่อแม่มาสอบปากคำ รวมทั้งโครงการปั่นเพื่อพ่อ ว่ากลุ่มผู้ต้องหาที่จับได้เข้าไปมีส่วนร่วมในการทุจริตหรือไม่