ในห้องขังของมทบ.11 บิ๊กต๊อกสั่งตั้งกก.สอบ ‘หมอหยอง’ป่วยหนัก จ่อจับเพิ่มอีกคดีม.112
“สารวัตรเอี๊ยด” พ.ต.ต.ปรากรม วารุณประภา ใช้เสื้อ นักโทษแขวนคอตัวเองดับในห้องขังของเรือนจำชั่วคราว แขวงถนน นครไชยศรี (พัน.ร.มทบ.11) รมว.ยุติธรรม สั่งให้กรมราชทัณฑ์ออกหนังสือชี้แจงเรื่องที่เกิดขึ้นเพื่อคลายข้อสงสัยด้านคดี ผบ.ตร.สั่งเร่งสรุปสำนวนภายใน 3 สัปดาห์ แย้มเตรียมขอออกหมายจับเพิ่ม เผยตรวจค้นห้อง “สารวัตรเอี๊ยด” เจอกระเป๋าใส่เงิน 20 ล้านบาท ที่เพื่อนนักธุรกิจของอดีต ผบช.ก.นำมาฝากไว้ รวมทั้งทรัพย์สินอื่น มีของ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ ปนอยู่ด้วย
กรณี พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. มีคำสั่งแต่งตั้ง พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผู้ช่วย ผบ.ตร.เป็นหัวหน้าคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบช.ก.เป็นรองหัวหน้าคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน พร้อมชุดพนักงานสืบสวนสอบสวนอีก 17 นาย สืบสวนสอบสวนคดีกลุ่มบุคคลแอบอ้างสถาบันเบื้องสูงไปกระทำการอันมิบังควร มีความผิดตามประมวลกฎหมาย อาญา ม.112 กระทั่งตำรวจสามารถควบคุมตัวนายสุริยัน สุจริตพลวงศ์ หรือหมอหยอง พ.ต.ต.ปรากรม วารุณประภา หรือสารวัตรเอี๊ยด และนายจิรวงศ์ วัฒนเทวาศิลป์ หรืออาท 3 ผู้ต้องหาในคดีไว้ได้ เบื้องต้นทั้งหมดรับสารภาพว่ากระทำผิดจริง ก่อนถูกนำตัวไปฝากขังที่ศาลทหารกรุงเทพ กรมพระธรรมนูญ และส่งไปคุมขังต่อที่เรือนจำชั่วคราว แขวงถนนนครไชยศรี (พัน.ร.มทบ.11) พร้อมๆกับมีกระแสข่าวการเสียชีวิตของ 1 ใน 3 ผู้ต้องหาระหว่างถูกคุมขัง
ยธ.รับ “เอี๊ยด” ผูกคอดับกลางดึก
ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 24 ต.ค. พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม เปิดเผยถึงกระแสข่าวการเสียชีวิตของ พ.ต.ต.ปรากรม วารุณประภา หรือสารวัตรเอี๊ยด ระหว่างถูกคุมขังว่า เมื่อช่วงกลางดึกคืนวันที่ 23 ต.ค. ได้รับรายงานการเสียชีวิตของผู้ต้องขังรายนี้ ต่อมาสอบถามรายละเอียดจากนายวิทยา สุริยะวงค์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์อีกครั้งในช่วงเช้า ทราบว่าผู้ต้องขังรายนี้ผูกคอตนเองจริงขณะถูกคุมขังในเรือนจำชั่วคราว แขวงถนนนครไชยศรี เมื่อเจ้าหน้าที่ไปพบจึงนำตัวส่งทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ทันที ต่อมาผู้ต้องขังเสียชีวิต สั่งการให้อธิบดีกรมราชทัณฑ์ทำรายงานชี้แจงข้อเท็จจริงของเหตุดังกล่าวอย่างเป็นทางการ อย่างไรก็ตาม การเสีย ชีวิตของผู้ต้องขังระหว่างการควบคุมตัวของเจ้าหน้าที่ ต้องร่วมชันสูตรพลิกศพตามขั้นตอน กำชับให้ดำเนินการ ตามระเบียบของกรมราชทัณฑ์
...
สั่งสอบทุกส่วนที่เกี่ยวข้อง
“ทั้งนี้กำชับให้อธิบดีกรมราชทัณฑ์ทำหนังสือชี้แจงถึงสื่อมวลชนและพี่น้องประชาชนอย่างเร่งด่วน ขั้นตอนต่อไปที่จะดำเนินการคือ 1. เรื่องการชันสูตรพลิกศพหาสาเหตุการเสียชีวิตนั้น เป็นไปตามขั้นตอนและกระบวนการตามกฎหมาย มีทีมแพทย์ อัยการ ญาติผู้เสียชีวิต และผู้เกี่ยวข้องร่วมตรวจสอบ 2. สั่งให้กรมราชทัณฑ์ตั้งคณะกรรมการสอบ เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติเวรยาม และผู้เกี่ยวข้องโดยให้สอบปากคำเป็นรายบุคคล เบื้องต้นเท่าที่ทราบห้องขังในเรือนจำ ชั่วคราวฯนั้น เป็นห้องขังที่เพิ่งตั้งขึ้นมา ไม่เหมือนเรือนจำหรือคุกที่ตำรวจใช้ ลูกกรงอยู่สูงกว่าพื้น ทำให้เจ้าหน้าที่มองไม่เห็นพฤติกรรมผู้ต้องขัง ต้องรอให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบใน 2 ส่วนนี้ก่อนยังไม่ได้เร่งรัด หรือตั้งกรอบเวลา ทุกอย่างมีขั้นตอนและระเบียบตามกฎหมายอยู่แล้ว” พล.อ.ไพบูลย์กล่าว
ราชทัณฑ์ออกเอกสารยืนยัน
ต่อมาเวลา 16.00 น. กรมราชทัณฑ์ออกเอกสารชี้แจง เรื่องผู้ต้องขังเสียชีวิต ข้อความในเอกสารข่าวระบุว่า กรมราชทัณฑ์ได้รับรายงานเมื่อวันที่ 23 ต.ค.58 เวลาประมาณ 22.00 น. จากเรือนจำชั่วคราว แขวงถนนนครไชยศรี สังกัดเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯว่า ข.ช.ปรากรม วารุณประภา ผู้ต้องขังระหว่างสอบสวนในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ม.112 ที่ได้รับตัวไว้ควบคุมตามหมายขังของศาลทหารกรุงเทพ ตั้งแต่วันที่ 21 ต.ค.58 พยายามฆ่าตัวตายด้วยการใช้ผ้าจากเสื้อผู้ต้องขังที่เรือนจำจ่ายให้ตามระเบียบผูกคอตัวเองกับลูกกรงห้องขัง ต่อมาเวรรักษาการณ์กลางคืนในวันดังกล่าวตรวจพบ จึงรายงานผู้บังคับ– บัญชาและเปิดห้องขังเข้าไปให้การช่วยเหลือทันที
ในเบื้องต้นพบผู้ต้องขังยังไม่เสียชีวิต พยายามใช้เครื่องช่วยหายใจและปฐมพยาบาล พร้อมรีบนำตัวส่งทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ ซึ่งแพทย์ระบุในเวลาต่อมาว่าผู้ต้องขังเสียชีวิตแล้ว
ชี้แจงที่คุมขังละเอียดยิบ
เอกสารระบุต่อว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นมีดังนี้ 1.ห้องขังที่เรือนจำชั่วคราว ไม่ใช่ห้องขังเหมือนเรือนจำปกติทั่วไป แต่ใช้อาคารที่ทำการของหน่วยทหาร ซึ่งมีประตูทึบผนังปูน 4 ด้าน และเรือนจำชั่วคราวฯได้เสริมความมั่นคง โดยการติดลูกกรงเพิ่ม ภายในห้องขังมีเครื่องหลับนอนผู้ต้องขัง ใช้ระบบขังเดี่ยว ผู้ต้องขังทั้งหมดไม่มีโอกาสพบกัน 2. การควบคุมผู้ต้องขังเวลากลางคืนจะมีเวรผลัดละ 1 คน คอยเดินตรวจตรา ซึ่งขณะนี้เรือนจำชั่วคราวมีผู้ต้องขังรวมทั้งหมด 5 คน ประกอบกับเป็นวันหยุดราชการ ไม่มีการสอบสวน ผู้ต้องขังถูกขังในห้องเพียงลำพัง ไม่มีโอกาสพบคู่คดี จะมีการเดินตรวจเป็นระยะเท่านั้น 3. คดีนี้เป็นคดีสำคัญ ผู้ต้องขังเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียง อาจมีปัญหาในการปรับตัว เพราะเพิ่งรับตัวไว้เมื่อวันที่ 21 ต.ค.58
ส่งศพให้นิติเวช ตร.ชันสูตร
การเสียชีวิตของผู้ต้องขังในครั้งนี้ เป็นการเสียชีวิตในระหว่างการควบคุมของเจ้าพนักงาน จึงต้องดำเนินการชันสูตรพลิกศพตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา และส่งศพให้สถาบันนิติเวช สำนักงานตำรวจแห่งชาติดำเนินการตามขั้นตอน ทั้งนี้ในส่วนของเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครแต่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงในเรื่องดังกล่าวด้วย เพื่อแสวงหาข้อเท็จจริงและรวบรวมพยานหลักฐานรายงานผู้บังคับบัญชาต่อไป จึงแจ้งมาเพื่อทราบโดยทั่วกัน
ประชุมชุดสืบสวนสอบสวนคดี
อีกด้าน ที่ห้องประชุมชั้น 4 กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผู้ช่วย ผบ.ตร. ฐานะหัวหน้าชุดพนักงานสืบสวนสอบสวนคดี พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบช.ก.รองหัวหน้าชุดพนักงานสืบสวนสอบสวนคดี พล.ต.ต.อัคราเดช พิมลศรี ผบก.ป. พล.ต.ต.สมบัติ มิลินทจินดา ผบก.สส.บช.น. พล.ต.ต.ก่อเกียรติ วงศ์สุเมธ ผบก.น.2 พล.ต.ต.ชยพล ฉัตรชัยเดช ผบก.น.6 และนายตำรวจที่อยู่ในคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนคดี เดินทางมาร่วมประชุมคดีกลุ่มบุคคลแอบอ้างสถาบันเบื้องสูงไปกระทำการอันมิบังควร ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ม.112 โดยมีสื่อมวลชนทุกแขนงมารอบันทึกภาพทำข่าวที่บริเวณชั้นล่างของอาคาร บช.ก.
...
เร่งสรุปคดีภายใน 3 อาทิตย์
พล.ต.อ.จักรทิพย์เปิดเผยระหว่างการประชุมว่าวันนี้ เรียกประชุมกำชับพนักงานสอบสวน ที่มี พล.ต.ท.ศรีวราห์ เป็นหัวหน้าคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนคดี เร่งสรุปสำนวนให้แล้วเสร็จภายใน 2-3 สัปดาห์ คดีดังกล่าวแบ่งออกเป็น 2 สำนวน คือคดีหมิ่นสถาบันเบื้องสูงและคดีลักทรัพย์ ทั้งนี้จะเร่งสรุปสำนวนคดีหมิ่นสถาบันเบื้องสูงก่อน มีความคืบหน้าไปแล้วกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ พร้อมเร่งอายัดทรัพย์สินของผู้ต้องหาทั้งหมด จากการตรวจค้นที่พักของ พ.ต.ต.ปรากรม วารุณประภา สว.กก.1 บก.ปอท. หรือสารวัตรเอี๊ยด หนึ่งในผู้ต้องหา พบทรัพย์สินจำนวนมาก ทั้งยังพบทรัพย์สินของ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ อดีต ผบช.ก.รวมอยู่ด้วย อยู่ระหว่างตรวจสอบอย่างละเอียด
เตรียมออกหมายจับเพิ่ม
พล.ต.อ.จักรทิพย์เผยต่ออีกว่า พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขออนุมัติศาลออกหมายจับผู้ต้องหาเพิ่ม แต่ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียด ส่วนกรณีโยกย้าย 8 นายตำรวจสังกัด บช.ก.ที่ให้ช่วยราชการก่อนหน้า ยังไม่พบความผิดในคดีหมิ่นสถาบันเบื้องสูง เป็นอำนาจของผบช.ก.เป็นผู้สอบสวนเอง ส่งพนักงานสอบสวนเข้าไปสอบปากคำผู้ต้องหาทั้ง 3 รายเพิ่ม ที่เรือนจำชั่วคราว แขวงถนนนครไชยศรี ส่วนกระแสข่าว พ.ต.ต. ปรากรมเสียชีวิต ยังไม่ได้รับรายงาน เตรียมประชุมความคืบหน้าคดีอีกครั้งที่ บช.ก. ในวันพฤหัสบดีที่ 29 ต.ค. มีรายงานว่าเมื่อเวลา 14.00 น. หลังการประชุมนานกว่า 2 ชม. พล.ต.ท.ศรีวราห์เดินออกมาจากห้องประชุม โดยไม่ให้สัมภาษณ์ใดๆกับสื่อมวลชน ก่อนรีบขึ้นรถเดินทางกลับ
ปปง.เตรียมพิจารณารับตรวจสอบ
วันเดียวกัน ร.ต.อ.หญิง สุวนีย์ แสวงผล รองเลขาธิการ ปปง. เผยว่า รับการประสานจากตำรวจเพื่อให้ตรวจสอบเส้นทางการเงินของเครือข่ายกระทำผิดในคดีนี้เมื่อวันที่ 22 ต.ค.ที่ผ่านมา หลังจากนี้ต้องพิจารณารายละเอียดว่ามีการแจ้งข้อหากระทำผิดใดบ้าง เข้ามูลฐานความผิดตามกฎหมายฟอกเงินที่อยู่ในอำนาจ ปปง.หรือไม่ เนื่องจากความผิดตาม ม.112 ยังไม่อยู่ในมูลฐานความผิดตามกฎหมายฟอกเงิน ทั้งนี้จะนำเรื่องดังกล่าว เข้าที่ประชุมให้คณะกรรมการธุรกรรมพิจารณา ในวันที่ 29 ต.ค.นี้
...
พบปืน “บิ๊กกิ๊ก” ในห้อง “เอี๊ยด”
ร.ต.อ.หญิง สุวนีย์ เผยต่ออีกว่า ส่วนกรณีเจ้าหน้าที่ตรวจค้นคอนโด ลาเมซอง 24 ซอยพหลโยธิน 24 ที่พักของ พ.ต.ต.ปรากรม วารุณประภา หรือสารวัตรเอี๊ยด พบรถยนต์และรถจักรยานยนต์ทั้งหมด 30 คัน พบรถยนต์ 1 คัน เป็นของ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ อดีต ผบช.ก. รวมทั้งในตู้เซฟภายในห้องพักของ พ.ต.ต.ปรากรมพบปืน 10 กระบอก ประกอบด้วย ปืนเอ็ม 16 ปืนเอ็มพีไฟว์ ปืนทาโวร์และพระเครื่องจำนวนมาก ทราบว่าเป็นของ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ รวมถึงนาฬิกายี่ห้อดังอีกจำนวนมากอยู่ในตู้เซฟ จึงอายัดไว้ตรวจสอบ โดย ปปง.จะเข้าไปตรวจสอบตามขั้นตอน ว่าทรัพย์สินใดเป็นของ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ บ้าง และทรัพย์สินดังกล่าวไปอยู่ที่ พ.ต.ต.ปรากรม ได้อย่างไร ต้องพิจารณาในรายละเอียดพฤติการณ์ให้ครบถ้วน
ผู้ต้องหาพยายามทำลายหลักฐาน
มีรายงานว่า ขณะนี้ตำรวจอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ ทั้งสอบพยานบุคคลและหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อความชัดเจนในการเชื่อมโยงระหว่างกลุ่มผู้ต้องหาทั้งหมดอยู่ ก่อนที่ ตร.บก.ป.จะมีการจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 3 คนนั้น พบมีความพยายามทำลายหลักฐานการติดต่อสื่อสารของกลุ่มผู้ต้องหาดังกล่าว ก่อนถูกจับ 1 วัน ซึ่งผู้ต้องหาที่เป็นตำรวจรู้ล่วงหน้าว่าต้องถูกจับกุม ใช้โทรศัพท์สาธารณะโทร.ไปหานายสุริยันหรือหมอหยอง ให้ทำลายข้อมูลทั้งหมดที่อยู่ในคอมพิวเตอร์ทิ้งรวมทั้งไปพหลโยธิน ปาร์ค คอนโดมิเนียม ที่พักของนายสุริยัน ทำลายหลักฐานภาพจากกล้องวงจรปิดของคอนโดทิ้ง แต่หลังถูกจับกุมตำรวจยึดเครื่องคอมพิวเตอร์ของนายสุริยันที่ลบข้อมูลทิ้ง ส่งไปให้ผู้เชี่ยวชาญกู้ข้อมูลทั้งหมดกลับคืนมา คาดว่าภายในมีข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับการกระทำความผิดหลายเรื่อง รวมทั้งพบภาพกล้องวงจรปิดเป็นภาพของกลุ่มผู้ต้องหาที่เป็นตำรวจใช้โทรศัพท์สาธารณะติดต่อกับหมอหยอง
...
หลักฐานเพียบที่ห้อง “เอี๊ยด”
ส่วนการเข้าค้นที่พักของ พ.ต.ต.ปรากรม วารุณประภา หรือสารวัตรเอี๊ยด ที่คอนโด ลาเมซอง 24 นั้น พบคอนโดฯดังกล่าว มีชื่อ พ.ต.ต.ปรากรม เป็นคณะกรรมการนิติบุคคล อยู่ระหว่างเรียกเจ้าของอาคารมาสอบปากคำ นอกจากนี้ ตรวจสอบห้องพักที่ชั้น 5 และชั้น 19 พบเอกสารหลักฐานที่มีความเกี่ยวข้องกับคดี อาทิ เอกสารการตั้งชุดเฉพาะกิจดูแลสถานบันเทิง ชุดเฉพาะกิจดูแลเรื่องไอที เอกสารต่างๆที่เกี่ยวข้องคดี คอมพิวเตอร์ ปืนหลายกระบอกพร้อมกระสุนขนาดต่างๆ นาฬิกาโรเล็กซ์และยี่ห้อหรูอื่นอีกหลายเรือน วิทยุสื่อสารพร้อมเสาวิทยุ 5 ต้น ตู้เชฟ 2 ตู้ ภายในมีเงินสดเกือบ 2 แสนบาท พระเครื่องเลี่ยมทองในกลุ่มพระเบญจภาคี อาทิ พระสมเด็จวัดระฆัง 2 องค์ พระนางพญา รวมถึงพระเครื่องมีชื่อราคาแพงหลายรายการ ทะเบียนบ้าน 10 เล่ม วัตถุโบราณจำนวนมาก พบว่ามีพระเครื่องและนาฬิกายี่ห้อดังส่วนหนึ่งเป็นของ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ปรากฏอยู่ด้วย และยังพบที่บริเวณชั้น 19 ของคอนโดฯดังกล่าวถูกแบ่งเป็นสองฟาก โดยฟากหนึ่งเป็นของ พ.ต.ต.ปรากรม อีกฟากเป็นของนายตำรวจยศ พ.ต.อ.นายหนึ่งที่สนิทกับ พ.ต.ต.ปรากรม
เจอรถของบิ๊ก ตร.ผู้ต้องหา ม.112
นอกจากนี้ ที่บริเวณชั้น 2 และชั้น 4 ของคอนโดฯดังกล่าว ถูกดัดแปลงเป็นห้องติดกระจกไว้สำหรับเป็นที่จอดรถยนต์ พบรถยนต์จำนวนมาก โดยส่วนใหญ่เป็นรถคลาสลิกโบราณและเป็นรถหรู ตรวจสอบรถยนต์และรถจักรยานยนต์ที่อายัดไว้ตรวจสอบ พบว่ารถยนต์ 1 คันเป็นของ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ อดีต ผบช.ก. และมีบางคันคล้ายรถของกลางคดี พล.ต.ต.โกวิทย์ วงศ์รุ่งโรจน์ อดีต รองผบช.ก. 2 ผู้ต้องหารายสำคัญในคดีแอบอ้างสถาบันเบื้องสูงที่รับโทษอยู่ในเรือนจำ อยู่ระหว่างตรวจสอบว่าทรัพย์สินดังกล่าวไปอยู่ในความครอบครองของ พ.ต.ต.ปรากรมได้อย่างไร
มีเงิน 20 ล้านของ “บิ๊กกิ๊ก” ด้วย
มีรายงานด้วยว่าชุดสืบสวนอยู่ระหว่างการขยายผลเพื่อเรียกผู้ที่คาดว่าจะมีความเกี่ยวข้องกับกลุ่มผู้ต้องหาทั้ง 3 มาสอบปากคำ อาทิ เจ้าของร้านนาฬิกา บนห้างสรรพสินค้าใจกลางกรุง ที่พบข้อมูลว่าก่อนหน้านี้ พ.ต.ต.ปรากรมขอนาฬิกาหรูหลายเรือนจากร้าน อ้างว่ามีผู้ใหญ่ให้ความสนใจ แต่สุดท้ายกลับพบว่านาฬิกาดังกล่าวอยู่ในห้องพักของ พ.ต.ต.ปรากรม นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังพบกระเป๋าเจมส์บอนภายในบรรจุเงินสด 20 ล้านบาท ซึ่งเป็นของนักธุรกิจสาวรายหนึ่ง ที่มีความสนิทกับ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ มาฝากไว้ก่อนถูกจับในครั้งนั้นด้วย
แฉพฤติกรรม “เอี๊ยด” อ้างไปทั่ว
สำหรับพฤติกรรมของ พ.ต.ต.ปรากรม ที่ผ่านมาล้วนไม่ธรรมดา แอบอ้างคำสั่งบังคับให้บิ๊กตำรวจนายหนึ่งชงเรื่องไปให้ พล.ต.อ.สมยศ พุ่ม-พันธุ์ม่วง ผบ.ตร.ในขณะนั้น เซ็นรับบุคคลภายนอกที่ทำงานในสถานบริการและมีความใกล้ชิดกับตัวเองเข้ารับราชการ ดำรงตำแหน่ง ร.ต.ต.สังกัด บช.ส. รวมทั้งยังทำเรื่องถึง พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบช.ก.ให้เลื่อนตำแหน่งตัวเองเป็นรอง ผกก. แต่เรื่องไม่สำเร็จเพราะถูกตรวจสอบพบเป็นการแอบอ้าง กระทั่งก่อนถูกจับได้ให้บิ๊กตำรวจคนเดิม ชงเรื่องไปให้ พล.ต.อ.สมยศเซ็นโยกย้ายตนเองจากตำแหน่ง สว.กก.1.บก.ปอท.เป็น สว.กก.ปพ.บก.ป. โดยคำสั่งมีผลในวันที่ 30 ต.ค.
ญาติรอรับศพที่นิติเวช รพ.ตร.
ที่สถาบันนิติเวช รพ.ตร.เย็นวันเดียวกัน มีครอบครัวของ พ.ต.ต.ปรากรม เดินทางมาติดต่อขอรับศพกับเจ้าหน้าที่ เพราะเข้าใจว่าศพ พ.ต.ต.ปรากรมจะถูกส่งมาผ่าชันสูตร แต่ทางเจ้าหน้าที่แจ้งว่า ยังไม่มีศพของ พ.ต.ต.ปรากรม ส่งมาผ่าพิสูจน์แต่อย่างไร และยังไม่ได้รับการประสานงานจากทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ ทั้งนี้ หากจะมีการนำศพ พ.ต.ต.ปรากรมมาจริงนั้น ศพจะมาถึงที่เร็วสุด 21.00 น. และช้าสุดคือวันที่ 25 ต.ค. โดยทางญาติขอไม่ให้สัมภาษณ์ใดๆต่อสื่อ พูดเพียงว่า “เห็นใจด้วย คนเป็นพ่อเป็นแม่” อย่างไรก็ตาม ยังคงมีสื่อมวลชนหลายแขนงเดินทางมารอทำข่าวจำนวนมาก แต่ยังไม่มีความแน่ชัดว่าจะส่งศพมาจริงหรือไม่
พุทธสมาคมแจงไม่เกี่ยว “หมอหยอง”
วันเดียวกัน พล.ต.ต.วัสพล จัยสิน เลขาธิการพุทธสมาคมแห่งประเทศไทย ชี้แจงว่า ตามที่มีการเสนอข่าวว่านายสุริยัน สุจริตพลวงศ์ หรือหมอหยอง ดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการบริหารฝ่ายประชาสัมพันธ์ พุทธสมาคมแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์นั้น ข้อเท็จจริงนายสุริยน สุจริตพลวงศ์ มิได้มีตำแหน่งในกรรมการบริหารพุทธสมาคมแห่งประเทศไทย แต่อย่างใด
“หมอหยอง” เครียดความดันขึ้น
มีรายงานว่า เมื่อค่ำที่ผ่านมา นายวิทยา สุริยะวงค์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยว่า นายสุริยัน สุจริตพลวงศ์ หรือหมอหยอง 1 ในผู้ต้องหาคดีหมิ่นเบื้องสูง ตามประมวลกฎหมายอาญา ม. 112 ที่ยังอยู่ในความควบคุมของเจ้าหน้าที่ภายในเรือนจำชั่วคราว แขวงถนนนครไชยศรี (พัน.ร.มทบ.11) ว่า เจ้าตัวขณะนี้ยังถูกควบคุมตัว แต่มีอาการโรคความดันกำเริบ ซึ่งแพทย์เสนารักษ์ประจำเรือนจำชั่วคราว อยู่ระหว่างดูแลให้การรักษาอย่างใกล้ชิด