รอง ผบ.ตร. แถลงผลกวาดล้างอาชญากรรม ในพื้นที่ภาค 4 ช่วงก่อนออกพรรษา จับ "ปืน-ระเบิด-ยาเสพติด" ย้ำ จนท.เข้มงวดความปลอดภัยในพื้นที่จัดงานบุญใหญ่ สร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยวทั้งไทยและเทศ...
เมื่อวันที่ 24 ต.ค. 58 พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. พร้อมเจ้าหน้าที่ 3 ฝ่าย ร่วมแถลงผลการกวาดล้างอาชญากรรมในพื้นที่ภาค 4 ซี่งมีการกวาดล้าง ระหว่างวันที่ 15-23 ต.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นช่วงก่อนเทศกาลออกพรรษา โดย 3 ฝ่าย ร่วมกันปิดล้อมตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย เน้นการดูแลความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สินของประชาชน ปราบปรามการกระทำความผิดในทุกประเภท เพื่อให้ประชาชนปลอดภัยจากอาชญากรรม
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้กระทำความผิดในคดีอาวุธปืน จำนวน 152 คน ยึดปืนชนิดต่างๆ รวม 249 กระบอก กระสุน 1871 นัด ระเบิดเอ็ม79 และระเบิดปิงปองรวม 9 ลูก คดียาเสพติด จับกุมผู้ต้องหา 1,429 คน ยึดยาบ้า 78,311 เม็ด กัญชา 857 กก. ยาไอซ์ 282 กรัม พืชกระท่อม 13 กก. จับกุมผู้ต้องหาในคดีลักลอบตัดไม้ทำลายป่า และทรัพยากรธรรมชาติ 33 คน ยึดไม้พะยูง 914 ท่อน เลื่อยยนต์ 15 เครื่อง รวมมูลค่า 340,000 บาท และจับกุมผู้ต้องหาในคดีค้างเก่า 195 คน คดีฉ้อโกงหลอกซื้อดาวน์รถไถนา รถหกล้อ รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 20 ล้านบาท ทั้งยังเร่งรัดจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับคดีค้างเก่าอีก จำนวน 195 คน
...
นอกจากนี้ รอง ผบ.ตร. ยังเน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายร่วมมือกันเข้มงวด ตรวจร้านค้าที่ขายประทัด ในช่วงเทศกาลออกพรรษาด้วย เพราะตลอดทั้งสัปดาห์นี้เป็นช่วงการจัดงานวันออกพรรษา ที่อาจจะมีการละเล่นที่ผิดวิธี หรือการดัดแปลงสภาพประทัดจนเกิดอันตรายได้ อย่างไรก็ตาม ยังคงมั่นใจในการทำงานร่วมกันของทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง ที่จะสามารถให้บริการนักท่องเที่ยว รวมทั้งการสร้างความอุ่นใจให้กับนักท่องเที่ยวชาวไทย และชาวต่างชาติ ที่จะเดินทางมาท่องเที่ยวทำบุญ เนื่องในวันออกพรรษาปีนี้ได้อย่างอุ่นใจ และมั่นใจกับการรักษาความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สินของเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกพื้นที่
ส่วนการระดมกวาดล้างปัญหาอาชญากรรม ในช่วงเทศกาลวันออกพรรษา แบ่งเป็น 2 ช่วง คือ ช่วงก่อน และช่วงของการจัดกิจกรรมงานบุญพระใหญ่ ซึ่งแนวทางการปฏิบัติได้เน้นย้ำให้ทุกจังหวัด จัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำในพื้นที่ จังหวัดที่มีการกำหนดจัดกิจกรรมทำบุญ โดยเฉพาะที่ขอนแก่น อุดรธานี สกลนคร นครพนม และหนองคาย โดยเฉพาะกับกลุ่มมิจฉาชีพที่อาจจะแฝงตัวเข้ามาก่อเหตุ รวมทั้งกลุ่มวัยรุ่นที่อาจจะยกพวกตีกัน หรือนำสิ่งผิดกฎหมายเข้ามาภายในบริเวณงานทั้งหมด ตำรวจจะต้องหูไวตาไว และตรวจค้นกลุ่มคนต้องสงสัยอย่างเข้มงวดทุกวัน