รวมตัวไล่ นายประจินต์ ธารศิริสิน นายอำเภอเมืองชุมพร รับหนังสือร้องเรียนจากข้าราชการ พนักงานและลูกจ้างเทศบาลที่แต่งชุดดำประท้วงขับไล่หัวหน้า สนง.ปลัดเทศบาลตำบลบางหมากออกจากพื้นที่ภายใน 24 ชม.

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 19 ต.ค. ที่หน้า สนง. เทศบาลตำบลบางหมาก อ.เมือง จ.ชุมพร ข้าราชการ พนักงาน ลูกจ้างเทศบาลกว่า 80 คน พร้อมใจกันแต่งชุดดำชูป้ายเขียนข้อขับไล่นางพิมอนงค์ พรอำนวยลาภ อายุ 47 ปี หัวหน้า สนง.ปลัดเทศบาลตำบลบางหมาก โดยมีนายชัยพร สุขอนันต์ อายุ 40 ปี พนักงานเทศบาลเป็นแกนนำ ผู้ชุมนุมได้นำรถกระบะติดเครื่องขยายเสียงกล่าวโจมตีการปฏิบัติหน้าที่ของนางพิมอนงค์ เพื่อให้นายกเทศมนตรีตำบลบางหมากสั่งย้ายนางพิมอนงค์ออกจากพื้นที่ภายใน 24 ชั่วโมง นายชัยพรเปิดเผยว่า ตั้งแต่นางพิมอนงค์ย้ายมาจาก จ.พัทลุง ถึงวันนี้รวม 13 เดือน แรกๆก็ทำงานดี แต่ระยะหลังได้สร้างความแตกแยกให้กับบรรดาพนักงานข้าราชการลูกจ้าง มีพฤติกรรมกลั่นแกล้ง จ้องจับผิด ไม่ค่อยเข้ามาสำนักงาน อีกทั้งมีปัญหาชู้สาวกับพนักงานลูกจ้างคนหนึ่ง จึงรวมตัวกันแต่งชุดดำขับไล่ มิฉะนั้นพวกตนจะปักหลักกินนอนอยู่ที่หน้า สนง.เทศบาลจนกว่านางพิมอนงค์จะย้ายออกไป


ต่อมาเวลา 10.00 น. นายกัมภิรมย์ กุยุคำ นายกเทศมนตรีตำบลบางหมาก พร้อมด้วยนายประจินต์ ธารศิริสิน นายอำเภอเมืองชุมพร นายวัฒนา เยาวภักดิ์ ท้องถิ่นอำเภอเมืองชุมพร พ.ต.อ.ภัคพล ทวิชศรี ผกก.สภ.เมืองชุมพร ได้มาพบกับกลุ่มผู้ชุมนุม นายกัมภิรมย์เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้นางพิมอนงค์ได้ขอย้ายไปอยู่ที่ จ.นนทบุรี ตนได้เซ็นคำสั่งย้าย แต่ทราบว่าคณะกรรมการ จ.นนทบุรี ไม่ตอบรับการขอย้าย จึงเกิดปัญหาบานปลาย พยายามติดต่อนางพิมอนงค์ เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงแต่ติดต่อไม่ได้

นายประจินต์กล่าวว่า ได้รายงานให้นายสมดี คชายั่งยืน ผวจ.ชุมพร ทราบแล้ว ผู้ว่าฯมีคำสั่งให้ตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง พร้อมกับขอให้ผู้ชุมนุมส่งตัวแทน 10 คน เพื่อไปให้ปากคำกับท้องถิ่นอำเภอ หลังจากฟังคำชี้แจงกลุ่มผู้ชุมนุมต่างพอใจและแยกย้ายกลับเข้าทำงานตามปกติ

ขณะที่นางพิมอนงค์ชี้แจงเรื่องที่เกิดขึ้นว่าประเด็นแรกเรื่องชู้สาวนั้น ขอปฏิเสธว่าไม่เป็นความจริง ตนมีครอบครัวแล้ว สาเหตุอาจจะมีความเป็นกันเองกับผู้ร่วมงาน ไม่มีการเลือกปฏิบัติ ประเด็นที่ 2 การไม่เข้ามาทำงานตั้งแต่วันที่ 1-7 ต.ค. เนื่องจากวันที่ 1 ต.ค. นายกเทศมนตรีตำบลบางหมากมีคำสั่งให้ย้ายไปดำรงตำแหน่งที่ อบต.บางรักน้อย อ.เมือง จ.นนทบุรี จึงได้ไปติดต่อที่ จ.นนทบุรี ประเด็นที่ 3 สร้างความแตกแยกขอปฏิเสธ ตนเป็นคนพัทลุง ไม่มีเหตุผลใดที่จะมาสร้างความแตกแยก และประเด็น ที่ 4 เรื่องการปลอมลายเซ็น ไม่สามารถทำได้ เพราะเป็นอำนาจของนายกเทศมนตรีที่จะเซ็นอนุมัติ ขณะนี้ทางท้องถิ่นจังหวัดได้เรียกตัวมาช่วยราชการไปก่อนจนกว่าการสอบสวนจะเสร็จสิ้น ขอยืนยันว่าเรื่องนี้เป็นความขัดแย้งส่วนตัวระหว่างตนกับนายกเทศมนตรีที่ต้องการนำคนของตัวเองมาดำรงตำแหน่งแทนตนอย่างแน่นอน.