ผลชันสูตร 2 วัยรุ่นถลาง หัวกระแทกรุนแรงจนเสียชีวิต หลังจากนี้อยู่ในขั้นตอนการแสวงหาข้อเท็จจริง ผู้การฯ ชี้ทุกคนที่เกี่ยวข้องยังเป็นผู้บริสุทธิ์ จนกว่าสอบสวนเสร็จ ด้าน ปธ.อุตสาหกรรมท่องเที่ยว ระบุเหตุป่วนหน้าโรงพัก ไม่กระทบมาก มีเพียงญี่ปุ่นยกเลิกเดินทาง 

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 15 ต.ค. นายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผวจ.ภูเก็ต กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบข้อเท็จจริงและคดีต่างๆที่เกิดขึ้นจากเหตุการณ์เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ถลาง ขับรถไล่ติดตามจับกุม 2 วัยรุ่น จนทำให้เกิดอุบัติเหตุและมีผู้เสียชีวิตและเกิดเหตุบานปลาย มีการรวมตัวและเผาทำลายรถและ สภ.ถลางจนได้รับความเสียหาย ตลอดจนมีเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าว

นายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผวจ.ภูเก็ต เปิดเผยว่า การดำเนินการแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกเป็นเรื่องของคดีที่มีผู้เสียชีวิต 2 รายจากการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจ ซึ่งจังหวัดได้มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมา ควบคุมดูแลในข้อเท็จจริงและรายละเอียดของการดำเนินคดี ซึ่งได้มีการชันสูตรศพผู้เสียชีวิตไปแล้ว โดยแพทย์ยืนยันว่าเป็นการเสียชีวิตจากการกระแทกกับวัตถุที่เป็นของแข็งอย่างรุนแรงที่ศีรษะ ทำให้เสียชีวิตก่อนที่จะมาถึงโรงพยาบาล ซึ่งส่วนนี้จบแล้ว หลังจากนี้อยู่ในขั้นตอนการแสวงหาข้อเท็จจริง ทั้งผู้มีส่วนได้เสียควบคู่ไปกับการดำเนินการของตำรวจ

"เหตุที่จังหวัดเข้าไปดูแลนั้น เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทั้ง 2 ฝ่าย และให้เกิดความเป็นธรรมควบคู่ไปกับการดำเนินการของตำรวจ ซึ่งจะดูในเรื่องการทำลายทรัพย์สิน เนื่องจากเป็นผู้เสียหายโดยตรง เช่น อาคาร ยานพาหนะ เป็นต้น รวมทั้งกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจถูกทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บด้วย โดยว่ากันไปตามขั้นตอนของกฎหมายซึ่งขณะนี้ยังไม่ได้มีการรายงานความคืบหน้าทางคดีมายังจังหวัดแต่อย่างใด โดยยังอยู่ในขั้นของการรวบรวมพยานหลักฐาน" ผวจ.ภูเก็ตกล่าวย้ำ

...

นายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผวจ.ภูเก็ต กล่าวว่า พยายามใช้สื่อทุกช่องทางและได้มีการประชุมชี้แจงกับหัวหน้าส่วนราชการต่างๆ ในการทำความเข้าใจเรื่องข้อกฎหมาย เนื่องจากประชาชนจะต้องอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมาย ทุกคนมีสิทธิเสรีภาพเท่าเทียมกัน แต่ต้องไม่กระทบกับสิทธิของผู้อื่นและไม่สามารถที่จะละเมิดกฎหมายได้ หากกระทำการใดๆ ที่ละเมิด ไม่สามารถที่จะเว้นได้ ฉะนั้นต้องใช้สติ รวมทั้งได้ให้ผู้รับผิดชอบถอดบทเรียนที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะเรื่องของเยาวชนและผู้ปกครองจะต้องรับทราบว่าเมื่อทำผิดจะเกิดอะไรขึ้น และมีผลกระทบอย่างไรต่อตนเองและครอบครัว รวมถึงสังคมในระยะยาว

ด้าน นายภูริต มาศวงศ์ศา ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยว จ.ภูเก็ตและอุปนายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยว จ.ภูเก็ต กล่าวถึงผลกระทบที่เกิดจากการชุมนุมประท้วงปิดล้อม สภ.ถลางจนนำไปสู่การจลาจลว่า จากการสอบถามผู้ประกอบการนำเที่ยวในต่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งตนเพิ่งเดินทางไปร่วมงานส่งเสริมการขายที่ประเทศอิตาลี

"มีหลายฝ่ายสอบถามเกี่ยวกับเหตุการณ์ แต่ที่ส่วนใหญ่จะเป็นกังวล คือ เรื่องหมอกควันมากกว่าเรื่องการชุมนุมประท้วง เพราะยุโรปจะมีปัญหาการชุมนุมประท้วงอยู่ค่อนข้างบ่อยครั้งและเป็นเรื่องความขัดแย้งระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐกับประชาชนในแง่ของการทำงาน อารมณ์พาไปและค่อนข้างเข้าใจ แต่ประเทศที่มีความอ่อนไหวและให้ความสำคัญเรื่องความปลอดภัยค่อนข้างสูง เช่น ญี่ปุ่น สิงคโปร์ เป็นต้น จะระมัดระวังในเรื่องนี้มาก โดยเฉพาะตลาดญี่ปุ่น ซึ่งมีบางส่วนที่ยกเลิกการเดินทาง ส่วนประเทศสิงคโปร์มีการเลื่อนการเดินทาง แต่ภาพรวมมีผลกระทบไม่มากเท่ากับหมอกควัน แม้จะเป็นระยะเวลาสั้น แต่เป็นเรื่องของสุขภาพ เพราะเป็นเรื่องที่ไม่สามารถควบคุมได้ ส่วนเรื่องจลาจลเกิดแค่วันเดียวและสามารถควบคุมได้หมด สถานการณ์กลับเข้าสู่ภาวะปกติ "

นายภูริต กล่าวต่อว่า ภาพลักษณ์หลักๆ ที่สำคัญที่สุดของการท่องเที่ยว คือ ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน หากเราสามารถทำได้เป็นอันดับ 1 จะทำให้เกิดภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศไทยหรือภูเก็ต และยังเป็นความเชื่อมั่นในการให้นักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวอย่างเสรีและมีอิสระ ถัดมาเรื่องสุขอนามัย ไม่ใช่เฉพาะเรื่องหมอกควันอย่างเดียว แต่รวมถึงเรื่องของความสะอาด ความเป็นระเบียบเรียบร้อยและการดูแลอาชีวอนามัย รวมถึงการอำนวยความสะดวกสบายให้กับนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามา ตลอดจนนวัตกรรมต่างๆ ที่เป็นความต้องการของนักท่องเที่ยวยุคใหม่ เช่น อินเทอร์เน็ต การสื่อสาร” นายภูริตกล่าว

ขณะที่ พล.ต.ต.พชร บุญญสิทธิ์ ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต กล่าวถึงสำนวนของคดีทั้งหมดว่า แนวทางการทำคดีนั้นได้แบ่งออกเป็น 3 คดีหลักๆ คือ 1. คดีแม่หรือคดีหลักที่เป็นคดีแห่งที่มีผู้เสียชีวิต โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องและถือว่าเป็นต้นกำเนิดแห่งคดี ซึ่งจะมีการสอบสวนตั้งแต่เริ่มแรกก่อนเกิดเหตุจนกระทั่งเกิดเหตุ โดยในชั้นการสอบสวนเบื้องต้นเกิดจากการติดตามจับกุมผู้ต้องสงสัยเกี่ยวกับยาเสพติดจนเกิดอุบัติเหตุและมีผู้เสียชีวิตดังกล่าว

"ซึ่งจะมีการนำ ป.วิอาญา 150 การชันสูตรศพจะต้องมี 4 ฝ่าย ประกอบด้วย 1. พนักงานสอบสวน 2. พนักงานอัยการ 3. พนักงานฝ่ายปกครอง และ 4. แพทย์นิติเวช เมื่อผลการชันสูตรศพออกมาเป็นที่เรียบร้อยจะใช้เป็นแนวทางการสอบสวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต่อไป ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจทั้ง 4 นายยังคงปฏิบัติหน้าที่ตามปกติหลังมีคำสั่งให้ไปช่วยราชการ กก.สส.บช.ภ.8 และยังถือว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ รวมไปถึงทุกๆ คนที่เกี่ยวข้องในคดีที่เกิดขึ้น" พล.ต.ต.พชร กล่าว

ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต กล่าวเพิ่มเติมถึงการดำเนินคดีที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดว่า ขณะนี้ได้แบ่งการทำงานออกเป็น 3 ฝ่ายหลักๆ คือ 1. ชุดทำงานการสืบสวนสอบสวนคดีแม่หรือคดีหลักที่ทำให้เกิดการเสียชีวิตของบุคคลทั้ง 2 กล่าวคือ ผู้เสียชีวิตเป็นใคร ใครทำให้เสียชีวิต และสาเหตุการตายสืบเนื่องจากชนวนเหตุใด 2. ชุดทำงานการสืบสวนสอบสวนตรวจสอบการทำลายทรัพย์สินภายใน สภ.ถลาง และ 3. ชุดสืบสวนสอบสวนการก่อเหตุวุ่นวายและทำลายทรัพย์สินที่เป็นของรัฐ-ประชาชนจนได้รับความเสียหาย รวมไปถึงการทำร้ายร่างกายเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยแต่ละชุดจะมีนายตำรวจระดับ พ.ต.อ.กำกับดูแลการสืบสวนสอบสวนทั้งหมด ซึ่งการสอบสวนจนกระทั่งได้หลักฐานต่างๆ เชื่อมโยงไปถึงใคร จะมีการเสนอต่อศาลอนุมัติออกหมายจับตามขั้นตอนของกฎหมายทุกคน โดยทั้ง 3 ชุดจะต้องทำสำนวนแล้วเสร็จเพื่อเสนอต่อพนักงานอัยการสรุปส่งฟ้องต่อศาลภายใน 30 วัน จากนั้นเป็นการพิจารณาคดีของศาล

...

“ส่วนหมายจับที่ทราบกันดีว่าจะมีการเสนอต่อศาลออกจำนวน 9 คนหรือเป็นชุดแรกนั้น เป็นผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องกับชุดที่ 3 หรือชุดการสืบสวนสอบสวนการก่อเหตุวุ่นวายและทำลายทรัพย์สินที่เป็นของรัฐ-ประชาชนจนได้รับความเสียหาย รวมไปถึงการทำร้ายร่างกายเจ้าหน้าที่ตำรวจขณะปฏิบัติหน้าที่ โดยมี 1 ใน 9 ที่เกี่ยวข้องกับชุดที่ 2 คือ ชุดที่ทำงานการสืบสวนสอบสวนตรวจสอบการทำลายทรัพย์สินภายใน สภ.ถลาง ส่วนหมายจับจะสามารถออกได้เมื่อใดนั้น อยู่ที่การพิจารณาของศาล ซึ่งทุกอย่างจะต้องทำอย่างรัดกุมและรอบคอบ เนื่องจากเป็นคดีที่ได้รับความสนใจจากพี่น้องประชาชนเป็นอย่างมาก ซึ่งจะต้องให้ความเป็นธรรมกับทั้ง 2 ฝ่าย” ผบก.ภ.จว.ภูเก็ตกล่าว