ฉก.กรมการปกครอง สนธิ ทหาร ตร.ฝ่ายปกครอง บุกเมืองกาญจน์จับร้านคาราโอเกะค้ากาม พบ 7หญิงไทยใหญ่ 1ใน7 ต้องสงสัยอายุต่ำกว่า18ปี
เมื่อเวลา 19.30 น.วันที่ 14 ต.ค.58 กระทรวงมหาดไทย ได้ส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ จ.กาญจนบุรี ร่วมกับ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องลุ่มน้ำแคว โดยนายศักดิ์ สมบุญโต ผวจ.กาญจนบุรี นายมานะ สิมมา ผอ.ส่วนการสอบสวนคดีอาญา กรมการปกครอง นายรณรงค์ ทิพย์ศิริ ผอ.ส่วนกำกับและตรวจสอบ กรมการปกครอง นายศรัทธา คชพลายุกต์ นายอำเภอเมืองกาญจนบุรี พ.ท.วัชรถ บุรินทร์วัฒนา ผบ.ชป.พท.ร.9 พัน 1 พ.ต.อ.พิศุทธิ์ ศุกระศร ผกก.สภ.เมืองกาญจนบุรี พ.ต.อ.สมศักดิ์ สุวรรณฉิม พงส.ผู้ทรงคุณวุฒิ สภ.เมืองกาญจนบุรี พ.ต.ท.บัญชา ศรีรุจิเมธากร รอง ผกก.ป.สภ.เมืองกาญจนบุรี พ.ต.ท.สุชาย เทศัชบุตร รอง ผกก.สส.สภ.เมืองกาญจนบุรี พ.ต.ท.ยุทธชัย มีสายมงคล สว.สส.สภ.เมืองกาญจนบุรี
พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่สำนักการสอบสวนและนิติการ กรมการปกครอง เจ้าหน้าที่กองการสื่อสาร กรมการปกครอง สมาชิกกองอาสารักษาดินแดน (อส.) อำเภอเมืองกาญจนบุรี และเจ้าหน้าที่พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดกาญจนบุรี ร่วมปฏิบัติการลุ่มน้ำแคว บุกจับร้านชมดาว คาราโอเกะ เลขที่ 149 ริมทางรถไฟ ถ.พัฒนากาญจน์ หมู่ 11 ต.ปากแพรก อ.เมือง จ.กาญจนบุรี
หลังจากสถานบริการดังกล่าว นำหญิงสาวชาวไทยใหญ่ มาบริการค้าประเวณี สามารถช่วยเหลือหญิงสาวชาวไทยใหญ่ จำนวน 7 คน และจับกุมผู้ดูแลเป็นชายชาวไทยได้ จำนวน 2 คน พร้อมตรวจยึดบัญชีส่งส่วยให้กับเจ้าหน้าที่หน่วยงานหนึ่ง รวมทั้งถุงยางอนามัยที่ใช้แล้ว และที่ยังไม่ได้ใช้อีกจำนวนหนึ่ง เจ้าหน้าที่ได้นำตัวหญิงสาวชาวไทยใหญ่ทั้ง 7 ราย มาสอบสวนที่ที่ว่าการอำเภอเมืองกาญจนบุรี เพื่อสอบสวนเพิ่มเติม
ต่อมา เวลา 22.30 น.โดยเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการจับกุมในครั้งนี้ได้เปิดแถลงข่าว โดย นายมานะ สิมมา ผู้อำนวยการส่วนการสอบสวนคดีอาญา กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย แถลงว่า การจับกุมในครั้งนี้ สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน องค์กรด้านการปราบปรามการค้ามนุษย์ ได้รับแจ้งเบาะแสว่า มีร้านคาราโอเกะแห่งหนึ่ง ภายในพื้นที่อำเภอเมือง จ.กาญจนบุรี มีการลักลอบเปิดสถานบริการทางเพศ หญิงสาวชาวไทยใหญ่ อายุไม่เกิน 18 ปี ซึ่งร้านดังกล่าว เปิดเป็นร้านคาราโอเกะบังหน้า ชื่อ ร้านชมดาว คาราโอเกะ ซึ่งการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายค้ามนุษย์ ผู้ที่แจ้งเบาะแสจึงร้องเรียนผ่านศูนย์ดำรงธรรม เพื่อให้เจ้าหน้าที่มาช่วยเหลือ เจ้าหน้าที่จึงลงพื้นที่เพื่อสืบสวนในเชิงลึก จนกระทั่งพบว่า ข้อมูลการร้องเรียนนั้นเป็นจริง
...
นายมานะ กล่าวต่อว่า ดังนั้น เจ้าหน้าที่จึงวางแผนซื้อบริการทางเพศจากหญิงสาวที่ให้บริการและเข้าทำการตรวจค้นจับกุม พบ นายนันทสิทธิ์ ชมดารา อายุ 34 ปี อยู่บ้านเลขที่ 149 หมู่ 12 ต. บ้านเก่า อ.เมืองกาญจนบุรี กับ นายสมชัย อินตนา อายุ 59 ปี อยู่บ้านเลขที่ 26 หมู่ 10 ต.พระแท่น อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรึ ซึ่งเป็นผู้ดูแลและคอยเชียร์แขก สภาพภายในร้านเป็นห้องแถวชั้นเดียว รวม 3 ห้อง มีการแยกส่วนเป็นพื้นที่สำหรับให้ลูกค้าเลือกซื้อบริการ และส่วนของห้องที่จัดไว้ สำหรับร่วมประเวณีโดยเฉพาะ โดยมีหญิงสาวชาวไทยใหญ่ คอยให้บริการ 7 คน หลังจากสายทำการล่อซื้อได้สำเร็จ เจ้าหน้าที่ ที่รออยู่จึงแสดงตัวเข้าจับกุมหญิงสาวทั้ง 7 คน พร้อมผู้ดูแลทั้ง 2 คน ทันที และนำตัวมาสอบสวนที่ ที่ว่าการอำเภอเมืองกาญจนบุรี โดยเจ้าหน้าที่สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จังหวัดกาญจนบุรี ทำการสอบถามเพื่อคัดแยกหญิงสาวทั้ง 7 คนซึ่งถือว่า เป็นผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์
ซึ่งหากพบว่า มีหญิงสาวคนใดมีอายุต่ำกว่า 18 ปี หรือ ถูกล่อลวง บังคับขู่เข็ญให้มาทำการขายบริการทางเพศ เจ้าพนักงานชุดจับกุมจะได้ทำการแจ้งความกับผู้ดูแลและเจ้าของร้ายในข้อหาค้ามนุษย์ ต่อไป เบื้องต้นพบว่า หญิงสาวจำนวน 1 ใน 7 ราย น่าจะมีอายุไม่ถึง 18 ปี จึงต้องทำการสอบสวนขยายผลต่อไป
ส่วน นายศักดิ์ สมบุญโต ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี กล่าวว่า ปฏิบัติการครั้งนี้ดำเนินการตามแผนปราบปรามการค้ามนุษย์ โดยรองนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ประธานและรองประธานอนุกรรมการปราบปรามการค้ามนุษย์เป็นผู้ควบคุมดูแล เร่งรัดให้ทุกภาคส่วนราชการที่เกี่ยวข้องปฏิบัติตามแผนให้การปราบปรามการค้ามนุษย์ของประเทศไทยสำเร็จโดยเร็ว ทั้งนี้ เพื่อต้องการให้ประเทศไทยมีภาพลักษณ์ในสายตาของชาวโลกดีขึ้น และหลังจากนี้ เจ้าหน้าที่จะใช้คำสั่งของคณะปฏิบัติ มาตรา 50 ดำเนินการสั่งปิดสถานบริการดังกล่าวทันที และจะสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดสแกนพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรีทุกพื้นที่ ไม่ให้มีการลักลอบค้าประเวณีอย่างเด็ดขาด
ผู้ว่าฯ กาญจนบุรี กล่าวต่อว่า ส่วนการตรวจค้นในครั้งนี้พบมีบัญชีส่งส่วยให้กับเจ้าหน้าที่ของรัฐ ซึ่งตรงนี้จะต้องให้ความเป็นธรรมกับหน่วยงานดังกล่าวด้วย แต่หากผลการสอบสวนพบว่า มีมูล ก็จะดำเนินการตามกฎหมายที่มีอยู่อย่างเคร่งครัด หากพบว่า ข้าราชการคนใด เป็นข้าราชการชั้นสูง ระดับซี 8 ขึ้นไป ก็จะต้องให้ ปปช.เป็นผู้ดำเนินการ แต่ถ้าหาก ระดับ ซี 7 ลงมา ก็เป็นหน้าที่ของ ปปท.