ผวจ.เชียงใหม่ เรียกถกผู้ประกอบการเครื่องเล่นเหินเวหา ซิปไลน์ ต้นเหตุทำ นทท.จีนเสียชีวิต สั่งตรวจสอบผู้ประกอบการ 14 แห่ง เพื่อดูมาตรฐาน และการใช้พื้นที่ป่าไม้ถูกต้องหรือไม่ ขณะที่ ผู้ประกอบการกระรอกบิน นำ 2 พนักงาน มอบตัว ตร. รับทราบข้อกล่าวหา ...

กรณีเหตุการณ์ นางหว่างฉี อายุ 32 ปี นักท่องเที่ยวชาวจีน อาชีพแพทย์ ได้เล่นเครื่องผจญภัยเหินเวหา "ซิปไลน์" ของสถานประกอบการ ซิปไลน์ กระรอกบิน Flying Squirrels Zipline บ้านโป่งไคร้ หมู่ 5 ต.โป่งแยง อ.แม่ริม ในช่วงที่เล่นอยู่ในระยะทาง 600 เมตร ทางพนักงานที่รอรับอยู่รับพลาด เนื่องจากโหนสลิงไล่ติดตามกันมาถึง 2 คน จึงมีน้ำหนักมาก ทำให้พุ่งชนที่รองรับ แล้วกระเด้งกลับอย่างแรง เป็นเหตุให้ นางหว่างฉี แน่นิ่งคาลวดสลิง ทางพนักงานเข้าใจว่าเกิดจากอาการช็อก จึงนำส่ง รพ.นครพิงค์ อ.แม่ริม และเสียชีวิต เหตุเกิดเวลาประมาณ 13.00 น. วันที่ 11 ต.ค. ที่ผ่านมา

ซึ่งทางกลุ่มเพื่อนที่เป็นแพทย์ชาวจีน ระบุว่า ผู้ตายเป็นคนแข็งแรง และเป็นนักไต่เขา ไม่เชื่อว่าจะเสียชีวิตจากการช็อก จนทางแพทย์ รพ.นครพิงค์ ตรวจพบว่า ผู้ตายคอหัก และที่หน้าอกเขียวช้ำ ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงได้เดินทางเข้าที่เกิดเหตุ และมีการประชุมถกปัญหาในเรื่องเครื่องเล่นผจญภัยเหินเวหาซิปไลน์ ที่กำลังเป็นที่นิยมอยู่ในขณะนี้ ซึ่งทางเจ้าของผู้ประกอบการ กระรอกบิน ออกมารับผิดชอบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมด ตามข่าวที่ได้เสนอไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าในเรื่องนี้ เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 14 ต.ค. นายสันติ ปิติคาม เจ้าของผู้ประกอบการ กระรอกบิน ได้พา นายอธิวัตร ออข่า อายุ 23 ปี และ นายทวีสิน พงศ์พนาสวัสดิ์ อายุ 31 ปี พนักงานแหล่งท่องเที่ยว "กระรอกบิน" ผู้ต้องหาในคดีอาญาที่ 513/2558 เข้ามอบตัวต่อ พ.ต.ท.ถาวร นันติแสน พนักงานสอบสวน สภ.แม่ริม เพื่อรับทราบข้อกล่าวหา "กระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้มีผู้อื่นถึงแก่ความตาย" โดยทั้งสองให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา

ซึ่งจากการสอบปากคำทั้งคู่ให้การว่า นายอธิวัตร ประจำจุดฐานที่ 13 ได้วิทยุให้ นายทวีสิน ซึ่งประจำจุดฐานที่ 12 ปล่อยตัวนักท่องเที่ยวตามมาพร้อมกัน 2 คน ในขณะที่ฝนกำลังตกปรอยๆ ลวดสลิงเปียกชื้นและลื่น น้ำหนักจึงเพิ่มขึ้น ทำให้เกิดความเร็วของการโหนสลิงจากฐานปล่อย และฐานรับ เป็นเหตุให้รอกโหนสลิงของนักท่องเที่ยวทั้งคู่กระแทกกับรับเบอร์ หรือยางรับกันชนลวด จนสะท้อนกลับ ทำให้ นางหว่าง ฉี ถูกแรงกระชากถอยหลังได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต ซึ่งแพทย์นิติเวช โรงพยาบาลนครพิงค์ ลงความเห็นว่า กระดูกต้นคอหัก

ต่อมาเวลา 09.30 น. วันเดียวกัน ที่ห้องประชุมชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ นายปวิณ ชำนิประศาสน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้เรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผู้ประกอบการซิปไลน์จำนวน 14 แห่ง ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งมีเพียง 6 รายเท่านั้น ที่มีใบอนุญาตถูกต้อง โดยผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้สั่งการให้เร่งตรวจสอบข้อมูลภายในวันนี้ เพื่อดำเนินการให้ถูกต้อง โดยในส่วนของคดีให้เร่งรัดให้แล้วเสร็จ ภายใน 15 วัน ตามที่ได้รับปากกงสุล รวมทั้งการช่วยเหลือเยียวยาภายในสัปดาห์หน้าต่อญาติผู้เสียชีวิต

ผู้ว่าฯ เชียงใหม่ เผยในเรื่องนี้ว่า จากกรณี นางหว่างฉี อายุ 32 ปี นักท่องเที่ยวชาวจีนได้เสียชีวิตจากการเล่นกิจกรรมเหินเวหาซิปไลน์ หรือ Flying Squirrels Zipline ที่ กระรอกบิน ซึ่งผลกการชันสูตรพลิกศพ ระบุว่า เสียชีวิตจากการที่คอหัก เป็นผลมาจากเครื่องเล่น ในตอนนี้ตำรวจได้ดำเนินการในส่วนของคดี และแจ้งข้อหาต่อพนักงานร้านที่เป็นคนควบคุมการเล่น ในข้อหาประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และมีการนำตัวผู้ต้องหามามอบตัวแล้ว สิ่งที่จะต้องมีการดำเนินการ ก็คือประการที่ 1 ต้องมีการเร่งรัดการดำเนินคดี ตามที่ได้รับปากกับทางกงสุลจีน โดยจะพยายามทำให้เสร็จภายใน 15 วัน เพื่อจะให้คดีจบลงโดยเร็ว

เรื่องที่ 2 ก็คือการช่วยเหลือเยียวยา เป็นการมอบเงินช่วยเหลือ ซึ่งมีหลายแห่ง ทางประกันก็จะมีการรวบรวมนำไปมอบในเวลาเดียวกัน ให้กับทางญาติผู้เสียชีวิตที่จะเดินทางมา และเรื่องที่สำคัญมากก็คือ การตรวจสอบแหล่งเครื่องเล่นผจญภัยซิปไลน์ ที่นักท่องเที่ยวให้ความสนใจมาเล่นกันมาก ต้องเน้นเรื่องมาตรฐาน ซึ่งในตอนนี้มีกฎหมาย 2-3 ฉบับ เกี่ยวกับของโยธาธิการที่เพิ่งออกมาเมื่อปี 2558 แต่สถานประกอบการทั้ง 14 แห่งเกิดก่อน แต่ก็จะต้องมีการเร่งรัด และอีกเรื่องหนึ่งคือการขออนุญาตใช้พื้นที่ป่า ตนยังไม่ทราบว่าทั้ง 14 แห่งอยู่ในพื้นที่ป่าหรือไม่ หรือที่มีเอกสารสิทธิ์ ขออนุญาตถูกต้องหรือไม่ เรื่องนี้จะให้ทางนายอำเภอทำการตรวจสอบ โดยใช้เครื่องจีพีเอสตรวจสอบที่ตั้งเครื่องเล่นซิปไลน์ ว่าหากอยู่ในพื้นที่ป่ามีการขออนุญาตหรือไม่ หากไม่อนุญาตก็ต้องดูกฎหมายของป่าไม้เพื่อดำเนินการ

สิ่งที่ต้องคำนึงที่สุด ก็คือ ความปลอดภัยของผู้ใช้บริการ การสูญเสียชีวิตถือเป็นเรื่องใหญ่ที่สุด โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศ ที่ต้องการมาชมธรรมชาติของไทย ต้องมาเสียชีวิตเป็นเรื่องที่น่าเศร้ามาก ซึ่งในวันที่ 15 ต.ค. นี้ นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จะเดินทางมาในพื้นที่เพื่อติดตามความคืบหน้า และข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นด้วยตนเอง

นายสมหวัง บุญระยอง โยธาธิการและผังเมือง จังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นนี้ จริงๆ ก่อนหน้านี้ ทาง สำนักงานโยธาฯ ได้เข้าสำรวจทุกเครื่องเล่นมาแล้ว เมื่อเดือนมิถุนายนนี้เอง พบว่าเครื่องเล่นมีความปลอดภัย มีความมั่นคง แต่เหตุที่เกิดขึ้นมันเกิดจากวิธีการที่จะดูแล คือการเข้ามาของคน การใช้คน การดูแลคน ซึ่งสถานที่นี้ก่อนหน้านี้ทางอำเภอไปตรวจสอบ ก็พบว่าผู้ควบคุมหลายคนติดสารเสพติด ซึ่งก็ยังเป็นปัญหาอยู่เหมือนกัน สิ่งสำคัญที่จะต้องเกิดขึ้นในระบบเครื่องเล่น คือ คน มันเป็น HUMAN ERROR ความผิดพลาดจากคน โดยเฉพาะเลยนอกจากปัญหาเรื่องคน ตนได้พูดในที่ประชุมไปว่า อยากให้ ซิปไลน์ ที่เมืองไทยเสริมในเรื่องของการมีดับเบิลเซฟตี้ หมายความว่า นอกจาก ซิปไลน์ ที่มีความปลอดภัยแล้ว ตนอยากให้มีระบบความปลอดภัยอีกชั้นหนึ่ง ที่มีสายสลิงคล้องสำหรับห้อยโดยเฉพาะ ที่แม้แต่สายสลิงเส้นเมนหลักขาด ตัวก็จะยังห้อยอยู่ได้ นี่คือที่เราอยากจะให้มี แต่ที่เชียงใหม่ 14 แห่งที่เข้าไปตรวจสอบเกือบทั้งหมดไม่มี

นายพรชัย จิตรนวเสถียร นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยว จังหวัดเชียงใหม่ เผยว่า การเล่นเครื่องเหินเวหาซิปไลน์ ถือว่าในเชียงใหม่มีการเติบโตมาก ดังนั้นในเรื่องนี้ต้องมีมาตรฐาน และผู้เชี่ยวชาญมาควบคุม เพราะถือว่าเป็นกิจกรรมที่มีความเสี่ยง และเหตุการณ์เครื่องประเภทนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีการเสียชีวิต แต่เคยเกิดมาก่อนหน้านี้แล้ว ดังนั้น จะต้องมีการเชิญผู้ประกอบการ และผู้เชี่ยวชาญมาพูดคุยกัน ถึงการกำหนดมาตรฐานความปลอดภัย อุปกรณ์ที่นำมาใช้เป็นอย่างไร และบุคลากรที่ดูแลในเรื่องนี้ รวมถึงนักท่องเที่ยวที่จะมาเล่น จะต้องกำหนดใหม่ทั้งหมด ทั้งด้านภาษาของผู้ที่จะมาเล่น ซึ่งจะมีชาติต่างๆ มาเล่น และเรื่องสำคัญ ระบบการช่วยเหลือผู้ที่บาดเจ็บจะต้องมีมาตรฐานมากกว่านี้ ซึ่งจะต้องมีการจัดระบบระเบียบใหม่ ส่วนเรื่องจะกระทบกับการท่องเที่ยว ในขณะนี้ยังไม่มีผลกระทบมากนัก แต่ถ้าหากยังไม่มีการดำเนินการให้ดีขึ้นกระทบแน่ในระยะยาว

ด้าน พล.ต.ท.ธนิตศักดิ์ ธีระสวัสดิ์ ผบช.ภ. 5 เผยว่า ในเรื่องนี้ตนได้สั่งกำชับไปยัง พล.ต.ต.มนตรี สัมบุณณานนท์ ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ ให้ดูแลคดีอย่างใกล้ชิด เรื่องที่เกิดขึ้นเกิดจากความประมาทแน่นอน เพราะการเล่นโหนลวดสลิง หรือ ซิปไลน์ จะต้องเล่นโหนลงมาทีละคน แต่ที่เกิดเหตุกลับปล่อยมาพร้อมกัน 2 คน ทำให้สลิงรับน้ำหนักมาก ทำให้เกิดความเร็วจากการลาดชันมากขึ้นกว่าปกติ จึงลงมาอย่างรวดเร็วจนเกิดเหตุขึ้น คนแรกรับตัวไว้ได้ แต่คนที่สองที่เสียชีวิตรับไม่ได้ จนกระแทกคอหักตาย เรื่องนี้สั่งให้ตรวจสอบหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด

...

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าจากกระแสเครื่องเล่นเหินเวหา ซิปไลน์ กลายเป็นประเด็นร้อน ทางกลุ่มนักอนุรักษ์ป่าได้ออกมาต่อต้าน เครื่องเล่นประเภทนี้ที่ต้องใช้ต้นไม้ใหญ่ในป่าสมบูรณ์ ในการดำเนินกิจกรรม บางแห่งมีการบีบรัดต้นไม้ด้วยลวดสลิง และตีเหล็กเข้าไปในเนื้อต้นไม้ใหญ่ สร้างความไม่สบายใจให้แก่ผู้ที่รักต้นไม้เป็นอย่างยิ่ง.