เดือด ตร.ถลาง หาทําเกินเหตุ!

เมืองภูเก็ตวุ่น หลังตำรวจสายตรวจ สภ.ถลาง ขับรถกระบะตราโล่ไล่กวดรถ จยย.วัยรุ่นต้องสงสัย พลาดท่าพุ่งชน 2 โจ๋คนขี่และซ้อนท้ายร่างลอยละลิ่ว หัวโหม่งพื้นกะโหลกเปิด-ใบหูขาดดับสยองทั้งคู่ เจอกระเป๋าซุกยาบ้า 50 เม็ด และใบกระท่อมอีก 1 กก.ตกในที่เกิดเหตุ ญาติพี่น้องเพื่อนคนตายแค้นฮือล้อมโรงพักโวยเจ้าหน้าที่ทำเกินกว่าเหตุ ตั้งเต็นท์ขวางปิดถนนสายหลักส่งผลจราจรติดหนึบ จี้หาตัวผู้ก่อเหตุออกมารับผิดชอบ

ญาติฮือล้อมโรงพักถลาง หลังไม่พอใจอ้างตำรวจทำเกินกว่าเหตุ ขับรถกระบะไล่จับก่อนพุ่งชน 2 วัยรุ่นตายสยองทั้งคู่ เปิดเผยเมื่อเวลา 11.20 น. วันที่ 10 ต.ค. ร.ต.อ.หญิงณัฐธยาน์ สุพรรณพงศ์ พนักงานสอบสวน สภ.ถลาง จ.ภูเก็ต รับแจ้งจากห้องฉุกเฉิน รพ.ถลาง ว่ามีชายวัยรุ่น 2 คน ได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุรถชนบนถนนทางเข้าน้ำตกโตนไทร ต.เทพกระษัตรี อ.ถลาง ถูกส่งมารักษาตัวและเสียชีวิตแล้ว จึงพร้อมด้วย พ.ต.ท.อำนวย ไกรวุฒิอนันต์ รอง ผกก.ป.สภ.ถลาง ชันสูตรศพร่วมกับแพทย์ ภายในห้องฉุกเฉินพบผู้เสียชีวิต 2 ศพคือ นายปฐมวัฒน์ ปะณะรักษ์ อายุ 22 ปี อยู่บ้านเลขที่ 7 หมู่ 4 ต.เทพกระษัตรี อ.ถลาง สภาพศพกะโหลกแตก ขาซ้ายฉีกเป็นแผลฉกรรจ์ และนายโด่ง (นามสมมติ) อายุ 17 ปี สภาพศพใบหูซ้ายขาด เลือดไหลออกปากและจมูก

ขณะที่หน้าห้องฉุกเฉิน มีญาติพี่น้องและเพื่อนผู้ตายมุงดูจำนวนมาก พร้อมแสดงท่าทางไม่พอใจและฮือเข้าขัดขวางไม่ให้ตำรวจสายตรวจ สภ.ถลาง เข้าไปดูศพ เนื่องจากทราบว่าผู้เสียชีวิตทั้ง 2 ราย ถูกรถสายตรวจ สภ.ถลาง พุ่งชนขณะขี่รถ จยย.จนถึงแก่ความตาย แต่เจ้าหน้าที่ รพ.ถลาง เข้าห้ามปรามไว้ และบอกให้ตำรวจสายตรวจเดินทางกลับไปก่อน เพื่อลดการเผชิญหน้ากับญาติผู้เสียชีวิต

สอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ ตำรวจสายตรวจ สภ.ถลาง ใช้รถกระบะอีซูซุแค็บ สีขาว ทะเบียนตราโล่ 40310 บนหลังคาติดไฟไซเรน ขับไล่กวดรถ จยย.ฮอนด้า สกู๊ปปี้ สีดำแดง ทะเบียนป้ายแดง มีนายปฐมวัฒน์เป็นคนขับ และนายโด่งนั่งซ้อนท้าย ไปตามถนนน้ำตกโตนไทร ต.เทพกระษัตรี อ.ถลาง ระหว่างนั้นรถทั้ง 2 คันเกิดการเฉี่ยวชนกันขึ้น ทำให้รถ จยย.ล้มลง นายปฐมวัฒน์และนายโด่ง กระเด็นไปกระแทกพื้นถนน บาดเจ็บสาหัส หน่วยกู้ชีพมูลนิธิกุศลธรรมภูเก็ต รีบนำคนเจ็บทั้ง 2 รายส่ง รพ.ถลาง และเสียชีวิตในเวลาต่อมา

...

จากการตรวจสอบจุดเกิดเหตุพบกระเป๋าสะพายหนังสีน้ำตาลตกอยู่ ภายในมียาบ้าสีส้มบรรจุถุงพลาสติกใส 50 เม็ด และใบกระท่อมอีก 1 กก. จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน ส่วนบนพื้นถนนในเลนซ้าย พบรอยรถ จยย.ล้มครูดเป็นทางยาว ไปหยุดห่างจากหน้าบ้านเลขที่ 33/10 ต.เทพกระษัตรี ราว 10 เมตร และมีกองเลือดบนพื้นจำนวนมาก จึงบันทึกภาพไว้เป็นหลักฐาน ขณะที่สภาพรถ จยย.พังยับ ล้อหน้าบิด ส่วนรถกระบะตราโล่มีรอยเฉี่ยวชนไฟหน้าซ้ายแตก กันชนหน้ามีรอยฉีกขาด จึงนำรถของกลางทั้ง 2 คันกลับมาไว้ที่ สภ.ถลาง รอการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน จ.ภูเก็ต

ต่อมาเมื่อเวลา 13.00 น. กลุ่มญาติพี่น้องและเพื่อนผู้เสียชีวิตทั้ง 2 ราย จำนวนกว่า 100 คน รวมตัวกันที่หน้า สภ.ถลาง เพื่อเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น หลังผ่านไปราว 1 ชั่วโมง สถานการณ์ทำท่าจะลุกลามบานปลาย เมื่อกลุ่มญาติผู้ตายพากันส่งเสียงโห่ร้องดังขึ้นเรื่อยๆ เพราะไม่พอใจที่ไม่มีเจ้าหน้าที่คนใดออกมาชี้แจง กระทั่งเวลา 14.30 น. นายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผวจ.ภูเก็ต พ.ต.อ.พินิจ ศิริชัย รอง ผบก.ภ.จ.ภูเก็ต เดินทางมาที่ สภ.ถลาง ขอร้องให้กลุ่มผู้ชุมนุมอยู่ในความสงบ และขอเวลาประชุมร่วมกับ พ.ต.ท.อำนวย ไกรวุฒิอนันต์ รอง ผกก.ป. สภ.ถลาง และตำรวจที่เกี่ยวข้อง เพื่อสรุปเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนจะมาชี้แจ้งข้อเท็จจริงให้ทราบ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศภายในห้องประชุมชั้น 3 สภ.ถลาง เป็นไปอย่างเคร่งเครียด โดย พ.ต.ท.อำนวย ไกรวุฒิอนันต์ รอง ผกก.ป. สภ.ถลาง รายงานเหตุการณ์ให้นายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผวจ.ภูเก็ต และ พ.ต.อ.พินิจ ศิริชัย รอง ผบก.ภ.จ.ภูเก็ต ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ ด.ต.ประสาน พึ่งผล พร้อมด้วย ส.ต.ต.กันตพล คงหนูเกต ผบ.หมู่ ป. สภ.ถลาง ขับรถกระบะตราโล่ออกตรวจพื้นที่ เมื่อผ่านมาถึงแยกศาลาแดง ถนนเทพกระษัตรี พบ 2 วัยรุ่น ผู้เสียชีวิตสะพายกระเป๋าหนังสีน้ำตาล ขี่รถ จยย.ผ่านมาท่าทางมีพิรุธ จึงเรียกขอตรวจค้น แต่ผู้ขี่เร่งเครื่องหนี ส.ต.ต.กันตพล พลขับ ได้เปิดสัญญาณไฟไซเรนและขับรถไล่ตาม ขณะที่ ด.ต.ประสาน แจ้งวิทยุขอกำลังเสริมให้ช่วยสกัดจับรถผู้ต้องสงสัย กระทั่งมาถึงถนนทางเข้าน้ำตกโตนไทร รถทั้ง 2 คัน เกิดเฉี่ยวชนกัน ทำให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตในที่สุด

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า หลังเสร็จสิ้นการประชุม และ ผวจ.ภูเก็ต เดินทางกลับ ได้มีผู้นำท้องถิ่นเข้าชี้แจงกับญาติผู้เสียชีวิตถึงขั้นตอนของกฎหมาย ซึ่งญาติเข้าใจและแยกย้ายไปรับศพที่โรงพยาบาลเพื่อนำกลับไปบำเพ็ญกุศล ส่วนบริเวณ สภ.ถลาง เหลือเพียงกลุ่มวัยรุ่นไม่กี่สิบคนที่เป็นเพื่อนๆของผู้เสียชีวิตยังรอดูท่าทีอยู่ แต่ไม่มีเหตุรุนแรงใดๆ

พ.ต.อ.พินิจ ศิริชัย รอง ผบก.ภ.จ.ภูเก็ต เปิดเผยภายหลังการประชุมว่า นายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผวจ.ภูเก็ต สั่งการให้ทำคดีนี้อย่างตรงไปตรงมา มอบ หมายให้นายวีระ เกิดศิริมงคล นอภ.ถลาง เข้าร่วมสอบสวนด้วย เหตุการณ์นี้ต้องแยกเป็น 2 คดี คดีแรกเรื่องยาเสพติด ตำรวจได้ประสานแพทย์ รพ.ถลาง ตรวจเลือดผู้เสียชีวิตทั้ง 2 ราย เพื่อพิสูจน์ว่าเกี่ยวข้องกับยาเสพติดหรือไม่ ส่วนอีกคดีคือเรื่องของอุบัติเหตุ ต้องว่ากันไปตามข้อเท็จจริงว่าใครชนใคร และตำรวจมีเจตนาหรือไม่ เป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามปกติหรือไม่ รวมทั้งต้องตรวจสอบกล้องวงจรปิดในบริเวณใกล้เคียงและสอบปากคำพยานผู้เห็นเหตุ– การณ์ ขอให้ญาติผู้ตายสบายใจและเชื่อมั่นว่าผู้บังคับบัญชาระดับสูงพร้อมให้ความเป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่าย หากตำรวจกระทำเกินกว่าเหตุจะต้องถูกดำเนินคดี ซึ่งต้องว่าไปตามพยานหลักฐาน จะไม่ปกป้องเด็ดขาด

ต่อมาเมื่อเวลา 19.00 น. กลุ่มญาติและเพื่อนๆ ของผู้ตายทั้ง 2 ราย รวมตัวกันราว 300 คน นำเต็นท์และแผงเหล็กมาปิดกั้นถนนเทพกระษัตรี บริเวณ หน้า สภ.ถลาง ทั้ง 2 ฝั่ง ส่งผลให้การจราจรติดขัดยาวหลายกิโลเมตร เนื่องจากถนนสายดังกล่าวเป็นถนนสายหลักเข้า-ออกเมืองภูเก็ต พร้อมยื่นข้อเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่นำตัวตำรวจสายตรวจที่ก่อเหตุขับรถชนผู้เสียชีวิตทั้ง 2 ราย มาพบกับกลุ่มญาติๆ

นายทวีสิทธิ์ ปะณะรักษ์ อายุ 42 ปี บิดาของนายปฐมวัฒน์ 1 ในผู้เสียชีวิต กล่าวว่า ต้องการให้นำตัวตำรวจที่ก่อเหตุออกมาพบ เพื่อจะได้สอบถามว่าเหตุใดต้องทำรุนแรงถึงเพียงนี้ หากลูกตนทำความผิดจริงยินดีให้จับกุมตามขั้นตอนกฎหมาย และส่งฟ้องเพื่อให้กระบวนการยุติธรรมตัดสิน ไม่น่าจะต้องขับรถพุ่งชนจนลูกตนต้องเสียชีวิต ในฐานะประชาชนอยากถามหาความรับผิดชอบจากเจ้าหน้าที่ที่อ้างว่าปฏิบัติหน้าที่ รวมทั้งผู้เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนว่าคุ้มหรือไม่ที่ทั้ง 2 คนต้องตายไปโดยไม่มีโอกาสพิสูจน์ความบริสุทธิ์ เรื่องนี้จะไม่ยอมความแน่ จะต่อสู้จนถึงที่สุดเพราะตำรวจทำเกินกว่าเหตุมาก อีกทั้งลูกชายตนไม่ได้พกพาอาวุธใดๆ ที่จะไปทำร้ายหรือต่อสู้ขัดขืนการจับกุมได้

...

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การปิดถนนหน้า สภ.ถลาง ทั้ง 2 ฝั่ง ส่งผลให้การจราจรติดขัดเป็นทางยาว โดยเฉพาะรถบัสที่นำนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติมาจากสนามบินภูเก็ต เพื่อมุ่งหน้าไปยังโรงแรมตามแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของ จ.ภูเก็ต ต่างติดค้างอยู่กลางถนน ส่วนรถที่จะวิ่งไปยังสนามบินภูเก็ตต้องติดค้างเช่นเดียวกัน โดยกลุ่มผู้ชุมนุมนำเต็นท์ออกมากางปิดถนนขาเข้าเมือง ส่วนขาออกนอกเมืองได้ใช้ราวเหล็กของตำรวจมาปิดกั้นไม่ให้รถทุกชนิดผ่านไปมาได้ ตำรวจ สภ.ถลาง ต้องเร่งระบายการจราจร โดยปิดถนนบริเวณสี่แยกบ้านดอนก่อนถึง สภ.ถลาง เพื่อระบายรถให้เลี้ยวซ้ายเข้าบ้านดอนมุ่งหน้าไปยังบ้านรายัน และออกหาดในทอน ต.สาคู อ.ถลาง มุ่งหน้าสู่สนามบินภูเก็ตเป็นการชั่วคราว ส่วนรถขาเข้าได้ตัดรถทุกชนิดให้เลี้ยวซ้ายผ่านสนามกอล์ฟมิชชั่นฮิลล์ ต.ป่า–คลอก อ.ถลาง มุ่งหน้าออกอนุสาวรีย์ท้าวเทพกระษัตรี ท้าวศรีสุนทร อ.ถลาง เข้าสู่ตัวเมืองภูเก็ต หรือมุ่งหน้าไปยังพื้นที่ ต.เชิงทะเล อ.ถลาง หรือ ต.กมลา อ.กะทู้ สู่แหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ โดยเมื่อเวลา 21.00 น. สถานการณ์ยังคงตึงเครียด ถนนยังถูกปิด รถทุกชนิดผ่านไม่ได้

พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. กล่าวถึงสถานการณ์ปิดล้อม สภ.ถลาง ว่า ขณะนี้ตำรวจประสานกำลังทหาร มทบ.41 และกำลังตำรวจภูธรภาค 8 จำนวน 5 กองร้อย เข้าพื้นที่เพื่อควบคุมสถานการณ์ไม่ให้บานปลาย โดยมอบให้ ผบก.ภ.จ.ภูเก็ต เป็น ผบ.เหตุการณ์ ร่วมกับ ผวจ.ภูเก็ต ทำความเข้าใจกลุ่มผู้ชุมนุมให้เข้ามาพูดคุยกัน และกั้นพื้นที่ จึงขอให้ผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องให้ออกนอกพื้นที่บริเวณผู้ชุมนุมประท้วงเพื่อความปลอดภัย รวมทั้งให้ ผบก.ภ.จ.ภูเก็ต ตรวจสอบข้อเท็จจริงในเหตุที่ทำให้ชาวบ้านออกมาชุมนุมจำนวนมาก กำชับให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย

ต่อมาเมื่อเวลา 22.45 น. มีกลุ่มวัยรุ่นใช้ผ้าโพกหัวและปิดบังใบหน้า ใช้น้ำมันเบนซินบรรจุขวดแก้วทำเป็นระเบิดเพลิง ขว้างใส่รถยนต์ที่จอดอยู่ภายในรั้ว สภ.ถลาง ส่งผลให้เกิดเพลิงไหม้รถยนต์ 4 คัน ประกอบด้วย รถตู้ตำรวจติดไซเรน 1 คัน รถกระบะ 2 คัน และรถเก๋ง 1 คัน นอกจากนี้ยังใช้ก้อนหินขว้างปารถเก๋งอีก 2 คัน ที่จอดอยู่ใกล้กันเสียหายกระจกแตกรอบคัน ขณะเดียวกันกลุ่มวัยรุ่นยังใช้ก้อนหินขว้างปากระจกโรงพักแตกทั้ง 3 ชั้น สถานการณ์เริ่มรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ตำรวจที่เข้าเวรอยู่ต้องเก็บข้าวของ อาวุธปืน และย้ายผู้ต้องขัง อพยพออกจากโรงพัก พร้อมตัดกระแสไฟฟ้า เพราะเกรงผู้ชุมนุมที่บางส่วนอยู่ในอาการมึนเมา จะบุกเข้ามาปล้นอาวุธปืนรวมทั้งเผาโรงพัก ขณะที่เจ้าหน้าที่สั่งระดมกำลังเสริม ทั้งหน่วยปราบจลาจล ตำรวจ นปพ.ภ.จ.ภูเก็ต, ทหารเรือทัพเรือภาค 3, ทหาร มทบ.41 พร้อมอาวุธครบมือรวมกว่า 500 นาย เตรียมพร้อมในที่ตั้งใกล้โรงพักถลาง เพื่อเข้าควบคุมสถานการณ์

...