หมอกควันยังปกคลุมหลายพื้นที่ ภาคใต้ เครื่องบินลงจอดไม่ได้ 4 เที่ยวบิน ดีเลย์อีก 15 เที่ยวบิน ผอ.สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 16 สงขลา เผยสถานการณ์ยังไม่น่าวางใจ เหตุไฟไหม้บนเกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย เพิ่มจาก 59 จุด เป็น 121 จุด ภูเก็ตอ่วมปริมาณฝุ่นละอองพุ่ง 174 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ประชาชนแห่สวมหน้ากากอนามัย ปัตตานีพบผู้ป่วยเข้ารับการรักษากว่า 3 พันคน อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ ชี้สถานการณ์หมอกควันหลายจังหวัดเริ่มคลี่คลาย
สถานการณ์หมอกควันจากไฟป่าบนเกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย พัดปกคลุมในพื้นที่หลายจังหวัดทางภาคใต้ ทำให้ทัศนวิสัยการมองเห็นต่ำ เครื่องบินลงจอดล่าช้ากว่ากำหนด เมื่อวันที่ 7 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์หมอกควันในพื้นที่ จ.สงขลา เริ่มดีขึ้น เนื่องจากมีฝนตก ปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 10 ไมครอน ลดลงอยู่ที่ 112 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร จากวานนี้อยู่ที่ 160 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร แต่ในช่วงเช้าหมอกควันปกคลุมหนาแน่น ทำให้สายการบินนกแอร์ เที่ยวบินที่ DD 7102 ดอนเมือง-หาดใหญ่ ไม่สามารถลงจอดที่สนามบินหาดใหญ่ ต้องบินวนประมาณ 20 นาที ก่อนที่จะนำเครื่องลงอย่างปลอดภัย
นายฮาเล็ม เจะมาริกัน ผอ.สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 16 สงขลา เปิดเผยว่า สถานการณ์หมอกควันยังไม่สามารถวางใจได้ เพราะลักษณะภูมิอากาศ และจุดที่เกิดไฟไหม้บนเกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย เพิ่มขึ้นจาก 59 จุด เป็น 121 จุด เป็นปัจจัยบวกทำให้คุณภาพอากาศจากปัญหาหมอกควันจะยังคงเป็นปัญหาต่อไป
ส่วนสภาพอากาศในพื้นที่ จ.ภูเก็ต หมอกควันยังคงปกคลุมหนาแน่น ปริมาณฝุ่นละอองตรวจวัดได้ 174 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร อยู่ในเกณฑ์มี ผลกระทบต่อสุขภาพ ประชาชนส่วนใหญ่ต้องสวมหน้ากากอนามัย เนื่องจากหมอกควันฟุ้งกระจายไปทั่วทุก พื้นที่ ทำให้หายใจไม่สะดวก คอแห้ง ไอ และเจ็บคอ นอกจากนี้ส่งผลต่อทัศนวิสัยการมองเห็น รถที่สัญจรไปมาต้องเปิดไฟหน้ารถเพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ
ที่ท่าอากาศยานภูเก็ต หมอกควันปกคลุมหนาแน่น ส่งผลให้เครื่องบินไม่สามารถลงจอดได้ 4 เที่ยวบิน ต้องบินกลับสนามบินต้นทาง นอกจากนี้มีเครื่องบิน 11 เที่ยวบิน บินวนเพื่อรอสภาพอากาศเปิดโดยใช้เวลา 20-60 นาที จึงสามารถลงจอดได้ ทำให้ผู้โดยสารทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศรอนานกว่า 1 ชั่วโมง ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ท่าอากาศ-ยานภูเก็ต ตั้งศูนย์ปฏิบัติการรายงานสภาพอากาศ และสถานการณ์หมอกควันทุก 2 ชั่วโมง
จ.กระบี่ หมอกควันปกคลุมหนาแน่นติดต่อเป็นวันที่ 3 ปริมาณฝุ่นละอองวัดได้ 150 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ในช่วงเช้าเครื่องบินที่จะมาลงจอดที่ท่าอากาศยานกระบี่ ไม่สามารถลงจอดตามเวลาได้ 3 เที่ยวบิน เนื่องจากทัศนวิสัยการมองเห็นต่ำ นักบินต้องนำเครื่องบินวนนานกว่า 40 นาที ส่วนที่เกาะพีพี พบว่าหมอกควันได้เข้าปกคลุมหนาแน่นกว่าทุกวันที่ผ่านมา นักท่องเที่ยวบางรายต้องนำหน้ากากอนามัยมาสวมใส่ เพื่อป้องกันฝุ่นละออง ส่วนการเดินเรือต้องอาศัยเครื่องจีพีเอส เนื่องจากไม่สามารถมองเห็นต้นทาง
ส่วน จ.ปัตตานี สถานการณ์หมอกควันเริ่มคลี่คลายเนื่องจากมีฝนตก ปริมาณฝุ่นละอองลดลงเหลือ 72 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร จากวานนี้วัดได้ 89 ไมโครกรัมต่อลูกบาตรเมตร ทัศนวิสัยในการมองเห็นดีขึ้น ประชาชนเริ่มออกมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติ โดยเฉพาะผู้สูงอายุเริ่มออกกำลังกายในตอนเช้าอีกครั้ง ส่วนผู้เข้ารับการรักษาโรคทางเดินหายใจในโรงพยาบาลของรัฐทั้ง 12 อำเภอ ตั้งแต่วันที่ 3-6 ต.ค.ที่ผ่านมา พบผู้ป่วยเข้ามารับการรักษาทั้งสิ้น 3,111 คน วันเดียวกัน พ.อ.ภูมิพัฒน์ บุญ-เรืองขาว ผบ.ฉก.ปัตตานี 23 ตรวจเยี่ยมกำลังพลบริเวณจุดตรวจบ้านกรือเซะ อ.เมืองปัตตานี พร้อมแจกจ่ายหน้ากากอนามัยให้กำลังพล เพื่อลดผลกระทบจากหมอกควันในพื้นที่
จ.ยะลา สถานการณ์หมอกควันเริ่มคลี่คลายเนื่องจากมีฝนตก ปริมาณฝุ่นละอองลดลงอยู่ที่ 86 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ทัศนวิสัยโดยทั่วไปดีขึ้น แต่ยังคงมองเห็นหมอกควันอยู่บ้าง คาดว่าสภาพอากาศในพื้นที่จะดีขึ้นตามลำดับจนเข้าสู่ภาวะปกติในเร็ววันนี้
ที่ จ.นครศรีธรรมราช หมอกควันยังปกคลุมหนาแน่น ทัศนวิสัยการมองเห็นต่ำประชาชนต้องเปิดไฟหน้ารถ เพื่อลดการเกิดอุบัติเหตุ ส่วนที่ท่าอากาศยานนครศรีธรรมราช เครื่องบินขึ้นลงได้ตามปกติ โดยใช้ระบบนำร่องและไฟสัญญาณบนรันเวย์ ขณะเดียวกัน พล.ต.คุณวุฒิ หมอแก้ว รองแม่ทัพภาคที่ 4 ยกเลิกการเดินทางด้วยเฮลิคอปเตอร์ จากสนามบินกองทัพภาคที่ 4 ค่ายวชิราวุธ อ.เมืองนครศรีธรรมราช เพื่อเดินทางไปประชุมที่กองทัพภาคที่ 4 ส่วนหน้า จ.ปัตตานี เนื่องจากมีหมอกควันหนาแน่นเกรงว่าจะเกิดอันตราย
จ.สตูล สถานการณ์หมอกควันเริ่มดีขึ้น เนื่องจากมีฝนตกปริมาณฝุ่นละอองอยู่ที่ 96 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ทัศนวิสัยในการมองเห็นชัดเจนมากขึ้นทั้งบนบกและในทะเล นายเจน รัตนพิเชฏฐชัย ผวจ.สตูล สั่งให้ทุกหน่วยงานเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากบนเกาะสุมาตรายังมีไฟไหม้อีกหลายจุด
นายภคพงศ์ ทวิพัฒน์ ผวจ.พังงา เปิดเผยว่า ภายหลังหมอกควันปกคลุมพื้นที่ ปริมาณฝุ่นละอองวัดได้ 163 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เกินค่ามาตรฐานสั่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องแจ้งเตือนประชาชน และตั้งศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจป้องกันและแก้ไขปัญหาหมอกควัน ขอประชาชนอย่าตื่นตระหนก เนื่องจากสถานการณ์สามารถควบคุมได้
ด้านนายวิจารณ์ สิมาฉายา อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า สถานการณ์หมอกควันในพื้นที่ภาคใต้ ปริมาณฝุ่นละอองลดลงทุกจังหวัด ยกเว้น จ.ภูเก็ต มีปริมาณฝุ่นละอองเกินมาตรฐาน 174 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ถือว่าคุณภาพอากาศส่งผลกระทบต่อสุขภาพ
นายเสข วรรณเมธี อธิบดีกรมสารนิเทศ และโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช. มอบให้กระทรวงการต่างประเทศประสานทางการอินโดนีเซียเรื่องปัญหาหมอกควันว่า กระทรวงการต่างประเทศได้เชิญเอกอัครราชทูตอินโดนีเซียประจำประเทศไทยมาหารือในวันที่ 8 ต.ค.นี้ โดยประเด็นดังกล่าวจะเป็นหนึ่งในหัวข้อที่จะหยิบยกขึ้นมาพูดคุยกัน นอกจากนี้ ขณะนี้มีการประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสอาเซียน ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย เชื่อว่าปัญหาหมอกควันจะเป็นประเด็นที่มีการหยิบยกขึ้นมาพูดคุยด้วยเช่นกัน
...