ผบ.ตร.ยันยังไม่คุยการ์ดนปช.

จักรทิพย์ยันกรณีอ๊อด พยุงวงศ์ 1 ในผู้ต้องหาร่วมแก๊งบึมราชประสงค์ยังไม่ถึงขั้นต้องคุยกับการ์ด นปช. ต้องให้ถึงเวลาก่อน เผยสำนวนการสอบสวนคืบหน้าไป 90% เชื่อมั่นหลักฐานเอาผิด 2 ผู้ต้องหาชาวอุยกูร์ได้ ส่วนเรื่องท่อน้ำเลี้ยงแก๊งระเบิด ต้องรอต่อจิ๊กซอว์ไปเรื่อยๆ ก่อน ยังระบุกลุ่มไม่ได้ ขณะที่พนักงานสอบสวนขออำนาจศาลทหารฝากขังอาเดมและเมียไรลี ผัดที่ 4 ท่ามกลางตำรวจทหารอารักขาเข้ม

ฝากขัง 2 มือบึมแยกราชประสงค์ผัด 2 โดยเมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 7 ต.ค. ที่ศาลทหาร แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร พ.ต.ท.สุชาติ อิ่มสวัสดิ์ พงส.ผนก.สน.หนองจอก เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ และเจ้าหน้าที่ทหารกองพันทหารราบ มณฑลทหารบกที่ 11 (พัน.ร.มทบ.11) ควบคุมตัวนายอาเดม คาราดัค หรืออาเด็ม คาราดั๊ก หรือบิลาล โมฮำเหม็ด อายุ 24 ปี และนายเมียไรลี หรือไมไรลี ยูซูฟู อายุ 26 ปี สัญชาติอุยกูร์-จีน 2 ผู้ต้องหาก่อเหตุระเบิดศาลพระพรหม บริเวณสี่แยกราชประสงค์และท่าน้ำสาทร เหตุเกิดเมื่อวันที่ 17-18 ส.ค.ที่ผ่านมา ออกจากเรือนจำชั่วคราวแขวงถนนนครไชยศรีไปฝากขังผัดที่ 4 หลังจากที่ศาลทหารกรุงเทพ มีกำหนดครบฝากขังผัดสามตั้งแต่วันที่ 26 ก.ย.-7 ต.ค. เป็นเวลา 12 วัน ในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ร่วมกันทำระเบิดจนเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส และทรัพย์สินของผู้อื่นได้รับความเสียหาย ร่วมกันทำให้เสียทรัพย์ ร่วมกันมีวัตถุระเบิดที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ร่วมกันพกพาอาวุธระเบิดไปในเมืองหรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร ร่วมกันมียุทธภัณฑ์ไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยมีเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจอาวุธครบมือดูแลรักษาความปลอดภัยอย่างแน่นหนา โดยผู้ต้องหาทั้งคู่สวมชุดเรือนจำ สวมกุญแจข้อมือ มีเจ้าหน้าที่เดินประกบตลอดเวลา ขณะที่ทั้งคู่มีสีหน้าเรียบเฉย

...

ต่อมาเวลา 10.30 น. ศาลออกนั่งบัลลังก์ไต่สวนคำร้องขอฝากขังผัดที่ 4 ของเจ้าพนักงานสอบสวน เนื่องจากยังสอบพยานอีกหลายปากไม่เสร็จ พร้อมทั้งรอผลจากพยานวัตถุที่ตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์ ศาลอนุญาตให้ฝากขังต่อผัดที่ 4 เป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 8 ต.ค.-19 ต.ค. ก่อนให้เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์นำกลับไปควบคุมตัวที่เรือนจำชั่วคราวแขวงถนนนครไชยศรี ต่อไป

ขณะที่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.กล่าวว่า ได้มอบหมายให้ พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รรท.ผู้ช่วย ผบ.ตร.ติดตามตัวนายอ๊อด พยุงวงศ์ หรือนายยงยุทธ พบแก้ว 1 ในผู้ต้องหาคนไทยที่ถูกออกหมายจับในคดีนี้ ส่วนจะหลบหนีอยู่ที่ใดกำลังดำเนินการสืบสวน สำหรับบทบาทของนายอ๊อด เบื้องต้นทราบเท่าที่ พล.ต.ท.ศรีวราห์ ให้ข้อมูลไว้ มีแต่คดีเก่าๆ ยังไม่มีอะไรเพิ่มเติม และไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเรียกการ์ด นปช.มาพูดคุย เพราะยังไม่ถึงจุดนั้น แต่ถ้าถึงจุดนั้นเมื่อไหร่จะต้องเรียกมาพูดกันอยู่แล้ว อีกทั้งยังมีช่องทางในการสืบสวน ส่วนจะมีการ์ด นปช.เข้ามาเกี่ยวข้องหรือไม่ยังตัดทิ้งไม่ได้ ในสัปดาห์หน้าจะได้พูดคุยกับชุดทำงานอีกครั้ง ยังมีหลายประเด็นที่ต้องพูดคุย รวมถึงเรื่องเงินบริจาคว่าจะมีหน่วยงานใดได้รับบ้าง ทุกอย่างอยู่ในดุลพินิจของคณะกรรมการที่ได้แต่งตั้งขึ้นมา ต้องขอขอบคุณทุกฝ่ายที่บริจาคเงินในส่วนนี้มาด้วย ถือเป็นการเข้ามามีส่วนร่วมในทุกๆเรื่อง

ผบ.ตร.กล่าวต่อว่า ในส่วนของประเทศเพื่อนบ้าน อย่าเพิ่งไปมุ่งเน้นประเทศโน้นประเทศนี้ ผู้ต้องหาอาจจะไปที่อื่นก็ได้ ได้บอกตั้งแต่แรกแล้วว่า มีการติดตามตัวคนร้ายด้วยวิธีพิเศษ เดิมก็บอกทุกครั้งว่าเป็นชายเสื้อเหลืองกับชายเสื้อฟ้า ขณะนี้เราทราบแล้วว่า ชายเสื้อเหลืองคือนายอาเดม คาราดัค มีการควบคุมตัวตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ยังคงเหลือแต่ชายเสื้อฟ้า น่าจะใช่นายซูแบร์ ในส่วนของสำนวนการสอบสวนคืบหน้าประมาณ 90 เปอร์เซ็นต์ การดำเนินคดีกับนายอาเดม คาราดัค และนายเมียไรลี ยูซูฟู เชื่อว่ามีพยานหลักฐานเพียงพอ ส่วนประเด็นเรื่องชายที่ไปปรากฏตัวที่ศาลทหาร สั่งการตรวจสอบให้ชัดเจนว่าเป็นใครมายังไง เกี่ยวข้องมากน้อยขนาดไหน เบื้องต้นพนักงานสอบสวนน่าจะทราบชื่อแล้ว และอาจจะออกหมายจับผู้ต้องหาเพิ่มเติม เพราะคดียังเดินไม่สุด อาจจะมีอีกหลายราย จากการให้การเพิ่มเติมของผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ที่จับกุมได้ รวมถึงการให้การของพยานในส่วนอื่นๆ ส่วนประเด็นทางการเงินยังไม่สามารถระบุกลุ่มได้ แต่ถ้าเดินไปอีกสักหน่อยน่าจะรู้ ขอต่อจิ๊กซอว์ไปเรื่อยๆ คดีอย่างนี้มีความละเอียดอ่อน ต้องดูในทุกๆเรื่องว่ามีการสนับสนุนด้านการเงินเกี่ยวกับเหตุอะไร จะตัดประเด็นอะไรทิ้งคงไม่ได้ เรื่องจะแก้ข้อหาเป็นการก่อการร้ายหรือไม่เป็นหัวข้อในการพูดคุยว่าคดีจะไปในทิศทางไหน มองทุกประเด็นทุกสาเหตุ จนกว่าจะส่งสำนวนถึงจะรู้

วันเดียวกัน ที่ทำเนียบรัฐบาล นางซะอีดะฮ์ ตัสนีม เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนบังกลาเทศ ประจำประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะ ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เนื่องในโอกาสเข้ารับตำแหน่งใหม่ ภายหลังเข้าพบ ม.ล.ปนัดดาเปิดเผยว่า ได้มีโอกาสพูดคุยถึงเหตุการณ์ระเบิดที่แยกราชประสงค์ บังกลาเทศได้ให้ความร่วมมือไทยอย่างเต็มที่ ช่วยติดตามจับกุมคนร้ายที่หนีไปหลบซ่อนที่บังกลาเทศ หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจไทยขอความร่วมมือไป ซึ่งนางซะอีดะฮ์ยืนยันให้ความร่วมมือติดตามคนร้ายอย่างเต็มที่ แต่ขณะนี้ยังไม่พบตัว

มีรายงานว่า จากการตรวจสอบชายต่างชาติต้องสงสัย ลักษณะคล้ายแขกขาวสะพายกระเป๋าเป้สีดำ สวมแว่นตา เดินเข้าไปในศาลทหารกรุงเทพ ในวันที่ 26 ก.ย. ที่ผ่านมา ขณะที่มีการนำ 2 ผู้ต้องหาแก๊งบึมแยกราชประสงค์ไปฝากขังผัดที่ 3 หลังนำตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ โดยพนักงานสอบสวน สน.ชนะสงคราม ได้ยื่นขออนุมัติหมายจับชายคนดังกล่าวจากศาลทหารกรุงเทพ ซึ่งตรวจสอบแล้วเป็นช่างภาพอิสระชาวอเมริกัน ที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยว และถ่ายรูปสถานที่ท่องเที่ยวในกรุงเทพฯ เบื้องต้นได้เจอตัวชายคนดังกล่าวและให้การว่า เหตุที่เข้าไปในศาลทหารเพื่อหาจุดถ่ายภาพหลังไปถ่ายภาพศาล หลักเมือง อย่างไรก็ตาม ศาลทหารกรุงเทพ ได้อนุมัติหมายจับในข้อหา เข้าไปในสำนักงานในความครอบครองของผู้อื่น โดยไม่มีเหตุอันสมควร ทั้งนี้ มีรายงานว่าศาลได้ออกหมายจับไปแล้วเมื่อวันที่ 29 ก.ย.