คนไทยเฮ ! กรมขนส่งฯ ออกหนังสือระบุ"ไม่จ่ายค่าปรับใบสั่ง ตร.จราจร สามารถต่อภาษีรถได้" ขณะที่ รอง ผบก.จร ตัดพ้อ ทำให้วินัยจราจรไม่มีผลบังคับใช้ ยื่นเรื่อง สตช. ออกกฎหมาย มาตรา 155 โทษจำปรับผู้ใช้รถใช้ถนนไม่รักษากฎหมาย ...

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่โลกโซเชียลมีเดียได้มีการแชร์ภาพหนังสือคำสั่งที่ออกโดยกรมขนส่งทางบก โดยมีลายเซ็นของ รักษาการอธิบดีกรมขนส่งทางบกอย่างชันเจน ในหนังสือดังกล่าวมีความยาวจำนวน 3 หน้า หัวข้อเรื่อง "แนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับการอายัดและการยกเลิกการอายัดการดำเนินการทางทะเบียน การงดหรือการยกเลิกการงัดรับชำระภาษีรถยนต์ " ซึ่งผู้อ่านในโลกโซเชียลได้อ่านข้อความในหนังหนังสือคำสั่งดังกล่าว จนตีความสรุปออกมาบอกต่อๆกันว่า " ใบสั่งจราจรที่ออกโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร หากทางผู้ใช้รถใช้ถนนทำผิดกฎจราจรแล้วถูกออกใบสั่ง หากผู้ใช้รถใช้ถนนไม่มาจ่ายค่าปรับตามที่ทางตำรวจกำหนด ก็จะไม่มีผลใดๆ เนื่องจากกรมการขนส่งทางบกได้อนุญาตให้ผู้ใช้รถใช้ถนนต่อภาษีรถยนต์ได้ตามปกติ"

นอกจากนี้ ใจความในหัวข้อที่ 7 ได้ระบุไว้ว่า "กรณีพนักงานสอบสวนแจ้งให้งดชำระภาษีรถตาม ๒ (๔) ต้องเป็นกรณีที่พนักงานสอบสวน ไม่ทราบชื่อที่อยู่ของผู้ขับขี่หรือเจ้าของรถ ทำให้ไม่สามารถออกหมายเรียกให้ผู้ขับขี่หรือเจ้าของรถมารายงานตัวต่อพนักงานสอบสวนได้ หากเป็นกรณีที่ทราบชื่อที่อยู่ของผู้ขับขี่หรือเจ้าของรถ เช่น กรณีที่มีการเก็บใบอนุญาตขับขี่รถ หรือกรณีส่งใบสั่งทางไปรษณีย์ หากผู้ขับขี่หรือเจ้าของรถไม่มารายงานตัว ต่อพนักงานสอบสวนภายในกำหนด และพนักงานสอบสวนได้มีหนังสือขอให้ นายทะเบียนงดรับชำระภาษีรถ จะงดรับชำระภาษีรถไม่ได้ "

จกกรณีดังกล่าวทางทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์ ได้สอบถามข้อเท็จจริงไปยัง พ.ต.อ.เอกรักษ์ ลิ้มสังกาศ รองผู้บังคับการจราจร รองโฆษกกองบันชาการตำรวจนครบาล จนทราบว่า เรื่องหนังสือที่ออกโดยกรมการขนส่งทางบกนั้น เป็นเรื่องจริงทั้งหมด หากผู้ใช้รถใช้ถนนไม่มาเสียค่าปรับตามระยะเวลาที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรได้กำหนดไว้ ใบสั่งดังกล่าวจะไม่เป็นผล เพราะทางกรมขนส่งทางบก อนุญาตให้เจ้าของรถต่อภาษีรถยนต์ได้ปกติ เมื่อครบกำหนดต่อภาษีรถยนต์

"เว้นเฉพาะ กรณีที่พนักงานสอบสวน ไม่ทราบชื่อที่อยู่ของผู้ขับขี่หรือเจ้าของรถ ทำให้ไม่สามารถออกหมายเรียกให้ผู้ขับขี่หรือเจ้าของรถมารายงานตัวต่อพนักงานสอบสวนได้ ทางกรมขนส่งจึงจะไม่อนุญาตให้เจ้าของรถตามหมายเลขทะเบียนทำการต่อภาษีรถยนต์ แต่หากออกใบสั่งแล้วส่งไปถึงมือผู้รับ มีชื่อที่อยู่ระบุชัดเจน แต่ทางเจ้าของไม่มาเสียค่าปรับ รถคันนั้นก็สามารถต่อภาษีได้ตามปกติ" พ.ต.อ.เอกรักษ์ กล่าว

พ.ต.อ.เอกรักษ์ กล่าวต่อว่า ประชาชนหลายท่านทราบข้อเท็จจริงถึงเรื่องดังกล่าวมาสักพักแล้ว เมื่อพวกเขาได้รับใบสั่งจากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ก็ขยำใบสั่งทิ้ง ไม่ยอมมาเสียค่าปรับ ส่วนคนที่ไม่ทราบก็รักษากฎหมายเดินทางมาเสียค่าปรับตามกำหนด ทั้งนี้ มีผู้ไม่มาปฏิบัติตามกฎ เฉยเมยต่อการชำระค่าปรับเป็นจำนวนมาก ทำให้ในแต่ละปีทางตำรวจจราจรมีใบสั่งค้างชำระกว่า 1 ล้านใบ

"บางคนเขารู้ว่าไม่จ่ายค่าปรับตามใบสั่งก็สามารถนำรถไปต่อภาษีได้ตามปกติ เขาก็ทำเฉย เพราะมันไม่มีผลอะไรกับเขา เว้นเสียแต่โดนยึดใบขับขี่ ทุกวันนี้มีผู้ใช้รถใช้ถนนไม่ปฏิบัติตามกฎจราจรเพิ่มมากขึ้นทุกวัน เพราะกฎหมายจราจรเหมือนจะบังคับใช้ไม่ได้อย่างเต็มรูปแบบ ใบสั่งค้างชำระมีมากกว่า 1 ล้านใบ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเองก็ทำอะไรไม่ได้ ส่งผลกระทบให้การใช้รถใช้ถนนของประชาชนไม่อยู่ในระเบียบแบบแผน" พ.ต.อ.เอกรักษ์ กล่าว

พ.ต.อ.เอกรักษ์ กล่าวต่อว่า ขณะนี้ได้มีการทำเรื่องไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อเสนอ มาตรา155 พ.ร.บ.การจราจรทางบก ให้มีผลบังคับใช้กับผู้ทำผิดกฎจราจรโดยตรง ซึ่งจะมีโทษทั้งจำทั้งปรับ ตามอัตราโทษที่ระบุอย่างชัดเจน เพื่อบังคับให้ประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนรักษากฎระเบียบวินัยจราจร ลดปัญหาอุบัติเหตุบนท้องถนน สร้างความเป็นระเบียบให้กับผู้ขับขี่มากยิ่งขึ้น.