ผบ.ตร.เซ็นคำสั่งตั้ง ส่ง4ทีมตามล่า‘อ๊อด’ จ่อออกหมายจับอีก

“จักรทิพย์” สะบัดปากกาตั้ง “ศรีวราห์” เป็นหัวหน้าพนักงานสอบสวนคดีบึมแยกราชประสงค์ สั่งไล่ล่าผู้ต้องหาที่เหลือทั้งในและหนีไปต่างประเทศ เผยคดีนี้ยังไม่จบแม้ได้ตัว “อ๊อด พยุงวงศ์” มาก็ต้องตรวจสอบต่อ โดยแนวโน้มน่าจะมีออกหมายจับเพิ่ม รับได้เงิน 7 ล้านบาท จากโอ๊ค-พานทองแท้ แล้ว อยู่ที่ผู้การกองการเงิน รวมทั้งเงินที่อดีต ผบ.ตร.ให้มาก่อนหน้า โดยจะตั้งคณะกรรมการ พิจารณาแบ่งสรรปันส่วนทั้งตำรวจและทหาร โดยมีรอง ผบ.ตร.ฝ่ายบริหารเป็นผู้รับผิดชอบ

ภายหลังสำนักงานตำรวจแห่งชาติแถลงสรุปคดีระเบิดศาลท้าวมหาพรหม แยกราชประสงค์ และท่าน้ำสาทร ว่า น่าจะเกิดจากการที่ทางการไทยไปทำลายขบวนการค้ามนุษย์ชาวอุยกูร์ โดยจับกุมผู้ต้องหาชาวอุยกูร์ได้ 2 คน คือนายอาเด็ม การาดัค หรือนายบิลาล โมฮัมเหม็ด หรือบิลา มูฮัมหมัด มือระเบิดเสื้อเหลือง และนายไมไรลี ยูซูฟู หรือ เมียไรลี ยูซูฟู ทั้งคู่ให้การรับสารภาพเพราะจำนนต่อหลักฐาน และยังถูกควบคุมตัวอยู่ในเรือนจำชั่วคราวแขวงถนนนครไชยศรี ทั้งนี้พนักงานสอบสวนได้ออกหมายจับผู้ที่เกี่ยวข้องอีก 15 คน มี 2 ใน 3 เป็นคนไทย อยู่ระหว่างการติดตามตัว โดยเฉพาะนายอ๊อด พยุงวงศ์ หรือนายยงยุทธ พบแก้ว ที่ถูกระบุเป็นอดีตการ์ด นปช.พัวพันกับคดีระเบิดที่สมานเมตตาแมนชั่น อ.บางบัวทอง เมื่อปี 53 และท้องที่ สน.มีนบุรี เมื่อปี 57 จนทำให้แกนนำ นปช.ออกมาตอบโต้ว่าไม่มีชื่อนายอ๊อด อยู่ในรายชื่อการ์ด ขณะที่ตำรวจยังจัดชุดสืบสวน 4 ชุดออกไล่ล่า

...

โดยความคืบหน้าคดีนี้ เมื่อเช้าวันที่ 4 ต.ค.ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.กล่าวว่า ได้มีคำสั่งมอบให้ พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รรท. ผู้ช่วย ผบ.ตร. เป็นหัวหน้าพนักงานสอบสวน รับผิดชอบคดีระเบิดแยกราชประสงค์ ขณะนี้ชุดสืบสวนกำลังเร่งติดตามผู้ต้องหาที่ออกหมายจับไปแล้ว กลุ่มที่หลบหนีไปอยู่ต่างประเทศได้ประสานตำรวจสากล รวมทั้ง น.ส.วรรณา หรือไมซาเลาะห์ สวนสัน ขณะนี้ยังไม่ทราบว่าเดินทางเข้ามาในประเทศไทยหรือไม่ สำหรับนายอ๊อด พยุงวงศ์นั้น ขณะนี้ได้มีคำสั่งให้มีชุด ทำงาน 4-5 ชุดติดตามมาดำเนินคดีเพื่อความชัดเจนในหลายประเด็น ที่ผ่านมาไม่เคยพูดว่าสาเหตุการระเบิดมาจากเรื่องอะไร ถ้าการสืบสวนยังไม่ได้ตัวผู้ต้องหาที่ก่อเหตุ ทุกสาเหตุที่สงสัยเป็นไปได้หมด คดีนี้ยังไม่จบยังต้องตรวจสอบสาเหตุ แม้ได้ตัวนายอ๊อดมาก็ต้องสืบสวนสอบสวนไปที่ประเด็นอื่นๆด้วย

เมื่อถามว่า ได้ให้น้ำหนักระหว่างเรื่องอุยกูร์กับการเมืองอย่างไร พล.ต.อ.จักรทิพย์กล่าวว่า ปมยังซ้อนกันอยู่ ส่วนชายที่ปรากฏในกล้องวงจรปิดของศาลทหารยังตรวจสอบคาดว่าคงไม่เกี่ยวข้อง ชุดสืบสวนสอบสวนต้องเอาเบาะแสข้อมูลทุกอย่างมาดู หากเกี่ยวข้องก็สืบสวนสอบสวนต่อ ไม่เกี่ยวก็ตัดทิ้ง อย่างกรณีนายบิลา เติร์ก มูฮัมหมัด ผู้ต้องหาที่ก่อเหตุวางระเบิด ที่ตอนแรกไม่พบภาพวงจรปิด ต่อมาสืบสวนจนพบ ก็สั่งทำโทษตำรวจที่อาจเผลอเรอ เพราะสั่งการให้ตรวจสอบแต่แรกแล้ว ส่วนกรณีการติดตามตัวนายซูแบร์ อับดุลลาห์ หรือชายเสื้อฟ้าที่นำระเบิดไปทิ้งที่ท่าน้ำสาทร และมีข่าวหลบหนีเข้าประเทศมาเลเซีย ได้มอบหมายให้ พล.ต.ท.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รรท.ผู้ช่วย ผบ.ตร.สืบสวนติดตาม โดยให้ไปประสานกับประเทศมาเลเซียต่อเนื่อง จากการสืบสวนที่ทำเองพบว่าหนีไปทางชายแดนไทยมาเลเซีย ได้ไปพูดคุยกับผู้ต้องหาขบวนการค้ามนุษย์ที่มาเลเซียควบคุมตัวไว้แล้ว ได้ข้อมูลเป็นประโยชน์ ทราบว่ารู้จักนายซูแบร์ อย่างไรก็ตาม จากการสืบสวนสอบสวนในขณะนี้น่าจะมีการขออนุมัติหมายจับผู้ต้องหาเพิ่มเติม สำหรับการทำภาพเชิงซ้อนเปรียบเทียบนายบิลาเติร์ก กับภาพวงจรปิดนั้นเป็นเรื่องทางเทคนิค ต้องใช้เวลาตรวจสอบอย่างรอบคอบ ขณะนี้ยังไม่แล้วเสร็จเราไม่เร่งแต่ขอทำให้ละเอียดที่สุด

พล.ต.อ.จักรทิพย์กล่าวต่อว่า สำหรับกรณีนายพานทองแท้ ชินวัตร หรือโอ๊ค บุตรชายนายทักษิณ ชินวัตร นำเงิน 7 ล้านบาท มอบให้แก่ผู้ที่สามารถจับกุมคนร้ายในคดีระเบิดได้ ขณะนี้ได้รับเงินมาแล้ว โดยเก็บไว้ที่ พล.ต.ต.หญิง ขนิษฐา เที่ยงทัศน์ ผู้บังคับการกองการเงิน (ผบก.กง.) รวมทั้งเงิน 3 ล้านบาท ที่ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง อดีต ผบ.ตร.มอบให้ก่อนหน้านี้ด้วย โดย ผบก.กง.รับไปดำเนินการตามระเบียบบริหารการคลัง โดยจะตั้งคณะกรรมการขึ้นมาให้รอง ผบ.ตร.ฝ่ายบริหารเป็นประธานกรรมการเข้ามาบริหารจัดการจัดสรรให้เหมาะสม หารือกับฝ่ายที่เกี่ยวข้องในการสืบสวนจับกุม ยืนยันว่าไม่มีการใช้จ่ายอย่างไม่ถูกต้องแน่นอน โดยจะต้องพิจารณาว่าจะจัดสรรปันส่วนอย่างไร ทั้งตำรวจ ทหาร และที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ส่วนกรณีนายพานทองแท้ตั้งข้อสังเกต มีเจ้าหน้าที่บางรายพยายามกล่าวหาโยงใยฝ่ายการเมืองบางกลุ่มเข้าไปเกี่ยวข้องเหตุระเบิดนั้น ตนมองว่าที่มีการออกไปพูดโยงถึงการเมืองเพราะตอนแรกแนวโน้มลักษณะเหตุการณ์น่าจะเป็นเช่นนั้น ต่อมาก็มีข้อมูลใหม่เป็นการคิดไปในตอนแรก

ด้านกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) มีรายงานว่า ชุดพนักงานสืบสวนสอบสวนได้รับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาให้ทำสำนวนคดีอย่างรอบคอบ รัดกุม รวดเร็ว และเร่งทำสำนวนให้เสร็จสิ้น หลังจากที่นำผู้ต้องหาชาวอุยกูร์ทั้ง 2 คนที่จับได้ไปผัดฟ้องฝากขังศาลทหารกรุงเทพ เป็นครั้งที่ 4 หรือภายใน 48 วัน นับตั้งแต่ฝากขังผู้ต้องหาทั้ง 2 คนต่อศาลทหารผัดแรก เมื่อวันที่ 26 ก.ย.ที่ผ่านมา หลังจากนำทั้งคู่ไปชี้จุดและทำแผนประกอบคำรับสารภาพ โดยคาดว่าสำนวนและผู้ต้องหาจะสามารถส่งฟ้องอัยการได้ในต้นเดือน พ.ย.นี้

...

สำหรับการไล่ล่าตัวนายอ๊อด พยุงวงศ์ หรือนายยงยุทธ พบแก้ว อดีตการ์ด นปช. ผู้ต้องหาที่ถูกออกหมายจับเนื่องจากมีส่วนเกี่ยวพันคดีระเบิดศาลพระพรหมย่านราชประสงค์นั้น มีรายงานว่า ชุดสืบสวนได้พยานปากคำสำคัญให้การว่า เคยเห็นนายอ๊อด มาหา น.ส.วรรณา สวนสัน หรือไมซาเลาะห์ ที่ห้องพัก ไมมูณา การ์เด้นโฮม ย่านมีนบุรี และนายอ๊อดเคยนำสิ่งของบางอย่างโดยที่พยานไม่ทราบว่าเป็นอะไรมาให้กับ น.ส.วรรณาอีกด้วย และเมื่อพนักงานสอบสวนนำรูปและประวัติของนายอ๊อด ที่เคยถูกออกหมายจับคดีระเบิดท้องที่ สน.มีนบุรี ปี 57 รวมทั้งประวัติอาชญากรที่เคยถูกจับในคดี พ.ร.ก.ฉุกเฉิน โดยพยานชี้รูปยืนยันว่าเป็นคนเดียวกัน จนเป็นที่มาของการยื่นขอหมายจับนายอ๊อดจากศาลทหารกรุงเทพ