ค้นเมืองกาญจน์ ไม่เจอ 'อ๊อด นปช.'

Share :
line-share-logo

เชิญทนายหาข้อมูล โอ๊คโพสต์ให้7ล.แล้ว กระทรวงการต่างประเทศทำหนังสือแจ้งไปยังสถานทูตไทยในต่างประเทศทุกแห่ง ยกเลิกหนังสือเดินทางของนางวรรณา สวนสัน หรือไมซาเลาะห์ แล้ว ส่วนการตามตัว “อ๊อด พยุงวงศ์” ที่มีข่าวไปปรากฏตัวใน จ.กาญจนบุรี ทั้งตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครองระดมตรวจสอบยังไร้วี่แวว ด้าน “โอ๊ค” พานทองแท้ ชินวัตร สั่งทีมงานนำเงิน 7 ล้านบาท ไปมอบให้ที่ สตช.ตามสัญญา ขณะที่ “เต้น” ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช.โต้ทนายที่ประกันตัว “อ๊อด พยุงวงศ์” ไม่ใช่ทีมงาน ทั้งหมดเป็นหน้าที่ของตำรวจต้องพิสูจน์ความจริง

จากเหตุระเบิดสะท้านกรุง ที่ชุดคลี่คลายคดีสามารถจับกุมผู้ต้องหา 2 ราย นายอาเดม การาดัค หรือนายบิลา มูฮัมหมัดและนายเมียไรลี ยูซูฟู ทั้งคู่รับสารภาพมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุครั้งนี้ จนนำไปสู่การออกหมายจับผู้ต้องหารวม 17 ราย พบ 1 ในนั้นเป็นผู้ต้องหาชาวไทยนายยงยุทธ พบแก้ว หรือนายอ๊อด พยุงวงศ์ มีประวัติเกี่ยวข้องกับคดีระเบิดการเมืองหลายครั้ง ตำรวจอยู่ระหว่างจัดชุดติดตามตัวมาดำเนินคดีพร้อมกับผู้ต้องหาที่ถูกออกหมายจับรายอื่น

ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 3 ต.ค. พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ รรท. ที่ปรึกษา (สบ 10) ในฐานะ โฆษก ตร.กล่าวหลังเดินทางไปตรวจสอบการติดตั้งกล้องวงจรปิด ที่กลุ่มผู้ประกอบการเอกชนร่วมจัดหากล้องวงจรปิดมาติดตั้งบริเวณโดยรอบศาลท้าวมหาพรหม แยกราชประสงค์ ทางเดินสกายวอร์ก และจุดทางเข้า-ออกห้างสรรพสินค้าอมรินทร์พลาซ่าว่า ถือเป็นความร่วมมือภาคเอกชนดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยวย่านราชประสงค์ เพื่อสร้างความมั่นใจในระบบการรักษาความปลอดภัย พร้อมแนะนำการติดตั้งกล้องวงปิดเพิ่มในจุดที่จะสามารถเห็นหน้าผู้ก่อเหตุได้ชัดเจน ทั้งบริเวณจุดทางข้ามถนน บันไดทางขึ้นสกายวอร์ก ทางเข้า-ออกประตูห้าง โดยเฉพาะการปรับมุมกล้องวงจรปิดเพื่อให้ได้ภาพบุคคลที่ชัดเจน รวมทั้งขอความร่วมมือผู้ประกอบการติดตั้งกล้องวงจรปิดเชื่อมโยงในแต่ละจุดเพื่อเฝ้าระวังกลุ่มคนที่จะเข้ามาก่อเหตุรุนแรงในย่านธุรกิจการค้าการท่องเที่ยว นับเป็นความโชคดีที่ภาคเอกชนเห็นความสำคัญของการร่วมมือภาครัฐอีกทางหนึ่ง

พล.ต.ท.ประวุฒิกล่าวต่ออีกว่า สำหรับการติดตามนายอ๊อด พยุงวงศ์ หรือนายยงยุทธ พบแก้ว ผู้ต้องหาคดีระเบิด ชุดสืบสวน บช.น. เดินทางเข้าพูดคุยกับมารดาของนายอ๊อดพบว่าไม่ได้อยู่ด้วยกันนานแล้ว สั่งการให้ตรวจสอบข่าวที่มีทนายความประกันตัวนายอ๊อดที่ถูกดำเนินคดีในช่วงปี 53 ว่าทนายความที่เข้ามายื่นเรื่องขอประกันตัวเป็นทนายความที่แต่งตั้ง หรือเป็นทนายความที่ร้องขอจากสภาทนายความ พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างตรวจสอบว่ามีความสัมพันธ์กับผู้ต้องหารายนี้หรือไม่ อาจต้องเชิญทนายความคนดังกล่าวมาพบพนักงานสอบสวนเพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับผู้ต้องหารายนี้เพื่อใช้เป็นเบาะแสติดตามตัว ส่วนกรณีการออกหมายจับผู้ต้องสงสัยที่คาดว่าเป็นชาวแขกขาวที่เข้าไปในเขตศาลทหาร ส่งภาพผู้ต้องหาตามหมายจับไปที่ บก.ตม.2 รับผิดชอบสนามบินสุวรรณภูมิ และ บก.ตม.3 รับผิดชอบ ด่าน ตม.ทั่วประเทศแล้ว เพื่อตรวจสอบการเข้า-ออกของผู้ต้องหารายนี้อย่างละเอียด

“ด้านการติดตามตัวนางวรรณา สวนสัน หรือไมซาเลาะห์ 1 ในผู้ต้องหาคดีระเบิด กระทรวงการต่างประเทศแจ้งว่าดำเนินการเพิกถอนหนังสือเดินทางของนางวรรณา พร้อมทำหนังสือแจ้งสถานเอกอัครราชทูตไทยในต่างประเทศทุกแห่งว่ารัฐบาลไทยยกเลิกหนังสือเดินทางของนางวรรณาแล้ว” พล.ต.ท.ประวุฒิกล่าว

ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวพบนายอ๊อด พยุงวงศ์ หรือนายยงยุทธ พบแก้ว 1 ในผู้ต้องหาคดีนี้ปรากฏตัวอยู่ในพื้นที่ จ.กาญจนบุรี โดยได้รับความช่วยเหลือจากอดีตนักการเมืองท้องถิ่นรายหนึ่งนั้น พ.ต.อ.ชินภัทร ตันศรีสกุล รอง ผบก.ภ.จ.กาญจนบุรี รรท. ผบก.ภ.จ.กาญจนบุรี เปิดเผยว่า สั่งการให้ทุก สภ.ในสังกัดโดยเฉพาะท้องที่ที่ติดกับชายแดนประเทศเพื่อนบ้านให้เข้มงวดสืบสวนหาข่าวเกี่ยวกับคนร้ายที่อาจหลบซ่อนตัวในพื้นที่ หากพบเบาะแสให้ดำเนินการจับกุมทันทีและให้ทุกท้องที่ประสานฝ่ายปกครองช่วยสอดส่องในรูปแบบร่วมบูรณาการปฏิบัติ

พ.ต.อ.วีรยศ การุณยธร ผกก.ตม.จ.กาญจนบุรี กล่าวว่า พล.ต.ต.ธำรงค์ แสงวัฒนกุล ผบก.ตม. 3 สั่งการให้ด่านตรวจคนเข้าเมืองในสังกัด บก.ตม.3 คุมเข้มในการตรวจบุคคลและยานพาหนะ เข้า-ออก ราชอาณาจักร พร้อมแจกจ่ายภาพถ่ายของนายอ๊อด พยุงวงศ์ หรือนายยงยุทธ พบแก้ว ผู้ต้องหาตามหมายจับให้เจ้าหน้าที่จุดตรวจทุกจุด รวมทั้งสั่งการให้ชุดสืบสวน ตม.จ.กาญจนบุรี ออกหาเบาะแสโดยบูรณาการร่วมกับทหารหน่วย ฉก.ลาดหญ้า กองกำลังสุรสีห์ พล ร. 9

ขณะที่ พล.ต.ธรรมนูญ วิถี ผบ.พล ร.9 ค่ายสุรสีห์ เปิดเผยว่า สั่งการให้หน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ เพิ่มมาตรการเฝ้าตรวจบุคคล ยานพาหนะที่ผ่านเข้า-ออก ตามช่องทางต่างๆ รวมทั้งเส้นทางภูมิประเทศที่สามารถเลี่ยงจุดตรวจ รวมทั้งตรวจตราการผ่านเข้า-ออก จุดผ่านแดนถาวรบ้านพุน้ำร้อน อ.เมืองกาญจนบุรี และช่องทางด่านเจดีย์สามองค์ อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี ทั้งนี้ ได้แจกจ่ายภาพบุคคลตามหมายจับเพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถจดจำรูปพรรณสัณฐานผู้ต้องหา ตลอดจนประสานการข่าวกับหน่วยงานราชการ ผู้นำชุมชนในพื้นที่ชายแดนตลอดจนหน่วยงานด้านความมั่นคงของประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อป้องกันการหลบหนีออกนอกประเทศ

วันเดียวกัน นายพานทองแท้ ชินวัตร หรือโอ๊ค บุตรชาย นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ โพสต์ลงเฟซบุ๊กระบุข้อความว่า “ผมไม่ได้ห่วงอะไรกับการให้รางวัล 7 ล้านเลยครับ พร้อมและอยากจะให้มานานแล้ว วันนี้ทีมงาน นำเงิน 7 ล้านบาทไปมอบให้ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติเรียบร้อยแล้ว เพื่อเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่ยอมรับว่ายังมีสิ่งที่ค้างคาใจคือ เรื่องการวางระเบิดใจกลางเมืองหลวง เป็นฝีมือของชาวต่างชาติ ทำให้มีผู้บาดเจ็บล้มตายจำนวนมาก และผู้ต้องสงสัยยอมรับแล้วว่าต้องการจะทำร้ายชาวจีนที่เข้ามาในประเทศ ไทย เหตุใดเจ้าหน้าที่หลายหน่วยงานจึงให้ข่าวคลุมเครือ พยายามเบี่ยงเบนประเด็นว่าเป็นการกระทำของคนในชาติเหมือนพยายามกลบเกลื่อนเรื่องอะไรบางอย่าง เริ่มจากโฆษกรัฐบาลออกมากล่าวหาตั้งแต่แรกว่าเป็นการกระทำของฝ่ายการเมืองที่เสียผลประโยชน์ ทั้งที่ยังไม่มีข้อมูลใดๆและการให้ข้อมูลของเจ้าหน้าที่ระดับสูงหลายหน่วยงานพยายามชี้ประเด็นกล่าวหาคนไทยด้วยกัน ทั้งที่พยานหลักฐานทั้งหมดล้วนแต่เชื่อมโยงชาวต่างชาติเกือบทั้งสิ้น การชี้นำในลักษณะนี้ ทำให้เจ้าหน้าที่ทำงานด้วยความอึดอัด เพราะผู้ปฏิบัติเกรงผลที่ได้จะออกมาผิดจากธงที่ตั้งไว้ คล้ายต้องการปัดความรับผิดชอบออกจากคนใดคนหนึ่ง เงิน 7 ล้านบาท ขอมอบให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ไปพิจารณามอบให้เจ้าหน้าที่ที่ทำงานอย่างตรงไปตรงมา 5 ล้านบาทและให้ผู้ที่ชี้เบาะแสจนสามารถจับกุมผู้กระทำความผิดได้ 2 ล้านบาท”

ด้านนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช. กล่าวว่า การแสดงความเห็นกรณีนายอ๊อดไม่ใช่การร้อนตัวอย่างที่ท่านนายกฯพูด แต่เป็นเพราะร้อนใจ เนื่องจากจะปล่อยให้คนส่วนใหญ่มีข้อสรุปไปว่าเหตุเกิดจากรัฐบาลไทยส่งชาวอุยกูร์กลับจีน เมื่ออดีต ผบ.ตร.แถลงปิดคดีแบบออกตัวแรง ทำท่าจะหักมุมเป็นเรื่องการเมืองภายในเชื่อมโยงกับ นปช. หากนิ่งเฉยจะถูกมองว่ายอมรับ จึงต้องแสดงท่าทีเพื่อไม่ให้คนที่เห็นต่างกล่าวหาโจมตีกันจนกลายเป็นระเบิดความขัดแย้งอีกลูกในสังคม สิ่งที่อยากเห็นคือเจ้าหน้าที่ตรงไปตรงมา ทำทุกขั้นตอนให้ชัดเจน ส่วนนายบุญเฉลียว ดุษฎี ทนายความที่ถูกกล่าวอ้างว่าเป็นผู้ประกันตัวนายอ๊อด ไม่ใช่ทนายของ นปช. และหากเป็นเช่นนั้นจริง อาจเป็นไปได้ว่าช่วงเดือน พ.ค.53 มีการจับกุมประชาชนทั้งที่เกี่ยวข้องและไม่เกี่ยวข้องการชุมนุมจำนวนมาก จึงมีหลายฝ่ายทั้ง นปช.หรือกลุ่มอื่นเข้าให้การช่วยเหลือเรื่องประกันตัวตามหลักมนุษยธรรม ยืนยันว่า นปช.ไม่มีข้อมูลเรื่องนายอ๊อด เป็นหน้าที่ของตำรวจต้องตามตัวมา พิสูจน์ข้อเท็จจริง

อ่านเพิ่มเติม...