king10
Thairath Logo
กีฬา

ฝนถล่มกรุงอัมพาต

Share :
line-share-logo

‘รัชดา’โดนหนักสุด รถดับเกลื่อนถนน อิทธิพลพายุ‘มูจีแก’

ฝนถล่มกรุงเทพฯ-ปริมณฑล นานเกือบ 2 ชั่วโมง หลายพื้นที่ใน กทม.เป็นอัมพาต น้ำท่วมขังสูง 30-40 เซนติเมตร อาทิ หน้าศาลอาญารัชดา น้ำท่วมสูงจนเข้าเครื่องยนต์ ทั้ง จยย.และรถเก๋ง สตาร์ตไม่ติดจอดดับเป็นแถว จราจร สน.วิภาวดี ระดมกำลังเร่งโบกระบายรถออกจากพื้นที่ ด้านอธิบดีกรมอุตุฯ เผยเพราะอิทธิพลพายุดีเปรสชัน “มูจีแก” เคลื่อนผ่านประเทศฟิลิปปินส์-เวียดนาม ไทยตกอีก 4-6 ต.ค.นี้

ฝนถล่มกรุง ทำให้การจราจรเป็นอัมพาต เปิดเผยเมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 2 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดฝนตกหนักชนิดถล่มกรุง นานต่อเนื่องเกือบ 2 ชั่วโมงในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล ส่งผลให้น้ำท่วมขังหลายจุด สร้างปัญหารถติดและรถเสียเนื่องจากผู้ใช้รถใช้ถนน ทั้งรถยนต์และ จยย.ขับขี่ผ่านจุดน้ำท่วมขัง ทำให้น้ำเข้าเครื่องยนต์ จนดับสตาร์ตไม่ติด จอดตายเสียอยู่กลางถนน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จุดที่น้ำท่วมขังหนักๆหลังฝนตก อาทิ ถนนรัชดาขาออก ช่วงลงสะพานข้ามแยกรัชดาตัดลาดพร้าว ไปจนถึงหน้าศาลอาญารัชดา น้ำท่วมสูงกว่า 20 เซนติเมตร ถนนวิภาวดีรังสิตขาออกช่วงหน้ากรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ (ร.1 ร.อ.) มีระดับน้ำสูงประมาณ 10 เซนติเมตร ส่งผลให้ถนนรัชดา ถนนลาดพร้าว และถนนวิภาวดีรังสิต รวมถึงแยกลาดพร้าว มีปัญหาการจราจรติดขัดอย่างมาก โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สน.วิภาวดี และสถานีตำรวจใกล้เคียงระดมกำลังออกมาโบกรถอำนวยการจราจรอย่างเต็มที่

ทั้งนี้ พ.ต.ท.สนอง แสงมณี รอง ผกก.สน.วิภาวดีเผยว่า ฝนตกหนักตั้งแต่เวลา 12.00 น.นานกว่า 1 ชั่วโมงครึ่ง ทำให้มีน้ำท่วมขังช่วงแยกดินแดง-ปั๊มน้ำมัน ปตท.ใกล้ ร.1 ร.อ. ช่วงสโมสรกองทัพบก น้ำท่วมสูงประมาณ 30 เซนติเมตร ทั้ง 2 จุด เป็นพื้นที่เฝ้าระวังของกรุงเทพฯ จึงสั่งการให้เจ้าหน้าที่ สน.วิภาวดีอำนวยจราจร เพื่อระบายรถให้มีความคล่องตัวมากที่สุด ช่วงเวลาประมาณ 14.30 น. ได้ปิดถนนรัชดาภิเษก-แยกรัชดาลาดพร้าว เนื่องจากมีน้ำท่วมสูงมาก 30-40 เซนติเมตร รถเล็กไม่สามารถผ่านได้ ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรกำลังเคลียเส้นทางเพื่อให้เจ้าหน้าที่ กทม.ทำงานสะดวกขึ้น อีกทั้งป้องกันไม่ให้รถของประชาชนได้รับความเสียจากน้ำท่วม และเกิดปัญหาการจราจรติดขัดเป็นเวลานาน

ด้านศูนย์ป้องกันน้ำท่วม กทม.รายงานสถานการณ์ฝนตกในพื้นที่กรุงเทพฯว่า ตั้งแต่เวลา 11.00 น. เกิดฝนอ่อน-ปานกลาง อ.พระประแดง ต่อเนื่องเขตยานนาวา เขตบางคอแหลม เขตสาทร เขตทุ่งครุ เขตราษฎร์บูรณะ เขตสวนหลวง เขตสะพานสูง เขตประเวศ เขตบางนา เขตพระโขนง เขตห้วยขวาง เขตดินแดง เขตพญาไท เขตราชเทวี เขตบางกะปิ เขตจตุจักร เขตลาดพร้าว เขตวังทองหลาง เขตปทุมวัน เขตบางรัก เขตสัมพันธวงศ์ เขตป้อมปราบฯ เขตพระนคร เขตดุสิต เขตบางซื่อ เขตบางเขน เขตหลักสี่ เขตดอนเมือง และเขตสายไหม ปริมาณฝนสูงสุดที่เขตวังทองหลาง 81.5 มิลลิเมตร เขตยานนาวา 81 มิลลิเมตร เขตพญาไท 73.5 มิลลิเมตร เขตราชเทวี 59 มิลลิเมตร เขตบางรัก 56 มิลลิเมตร เขตดินแดง 51.5 มิลลิเมตร เจ้าหน้าที่สำนักการระบายน้ำ สำนักงานเขต และหน่วยเบสท์ อยู่ระหว่างเร่งระบายน้ำ เพื่อให้ถนนแห้งเป็นปกติโดยเร็วที่สุด

ด้านนายวันชัย ศักดิ์อุดมไชย อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา เผยว่า สาเหตุที่ฝนตกในภาคกลางและกรุงเทพฯ ช่วง 1-2 วันนี้ เป็นเพราะอิทธิพลพายุดีเปรสชันบริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกเคลื่อนผ่านประเทศฟิลิปปินส์ลงสู่ทะเลจีนใต้ตอนบน และทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุโซนร้อน “มูจีแก” มีศูนย์กลางอยู่ที่ละติจูด 16.4 องศาเหนือ ลองจิจูด 119.6 องศาตะวันออก ความเร็วสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 65 กิโลเมตรต่อชั่วโมง กำลังเคลื่อนตัวทางตะวันตกค่อนทางเหนือเล็กน้อย ความเร็วประมาณ 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่าพายุนี้จะเคลื่อนผ่านเกาะไหหลำ และขึ้นฝั่งบริเวณประเทศเวียดนามตอนบน ในช่วงวันที่ 4-5 ต.ค.นี้ โดยพายุนี้จะเริ่มส่งผลกระทบต่อลักษณะอากาศของประเทศไทยในช่วงวันที่ 4-6 ต.ค.นี้ บริเวณประเทศไทยตอนบนจะมีฝนเพิ่มมากขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่งในภาคเหนือตอนบน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนสะสมในระยะนี้ไว้ด้วย แต่ผลดีคือจะช่วยเติมน้ำในเขื่อนสำคัญๆ เช่น เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนอุบลรัตน์ แต่คงไม่ได้เต็มที่อย่างที่ต้องการ เนื่องจากเป็นช่วงระยะเวลาสั้นๆ

ศูนย์ควบคุมและสั่งการจราจร (บก.02) รายงานสภาพการจราจรช่วงเย็นว่า ถนนหลายเส้นทางมีปริมาณรถหนาแน่นประกอบกับเป็นช่วงเวลาเลิกงานโดยเฉพาะเส้นทางที่เป็นทางออกนอกเมืองได้แก่ถนนงามวงศ์วาน ถนนแจ้งวัฒนะ ถนนวิภาวดีรังสิต ถนนพหลโยธิน ถนนราชวิถีมุ่งหน้าสะพานกรุงธน ถนนบรมราชชนนี ถนนพระราม 2 ถนนสาทรมีสภาพการจราจรหนาแน่นติดขัดรถเคลื่อนตัวช้าสลับหยุดนิ่ง อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจแต่ละพื้นที่ได้เร่งระบายการจราจรเพื่อแก้ไขปัญหาโดยเร่งด่วน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ข้าราชการระดับสูงที่มีความเชี่ยวชาญทางด้านการระบายน้ำของ กทม.ได้เกษียณอายุราชการไปเมื่อวันที่ 30 ก.ย. ที่ผ่านมา จำนวน 3 คน คือนายสัญญา ชีนิมิตร ปลัด กทม. นายอดิศักดิ์ ขันตี รองปลัด กทม. และนายกังวาฬ ดีสุวรรณ ผอ.สำนักการระบายน้ำ กทม. ทั้งนี้มีกระแสข่าวว่า ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม. จะหันมาทาบทามนายสัญญาและนายอดิศักดิ์กลับเข้ามาช่วย งานด้านการระบายน้ำในอนาคต เนื่องจากทั้ง 2 ท่าน มีความเชี่ยวชาญและชำนาญงานด้านการระบายน้ำ

อ่านเพิ่มเติม...
ข่าวหน้า1ฝนตกฝนถล่มกรุงจราจรรัชดาศาลอาญาน้ำท่วมสูงกรมอุตุฯอัมพาตรถเสียวิภาวดีไทยรัฐฉบับพิมพ์