หนุ่มกิ๊กแม่หื่นกามวิตถารลูกขวบเศษ

Share :
line-share-logo

เลือดทะลักไปสิ้นใจรพ.โดนตามจับยังปากแข็ง

แม่หอบลูกสาววัยขวบเศษไปหากิ๊กหนุ่มที่ห้องพักในรีสอร์ต สบจังหวะฝ่ายชายวางแผนให้แม่ออกไปซื้อของทิ้งลูกไว้ในห้องพัก เลยฉวยโอกาสข่มขืนทางทวารหนักจนเลือดทะลัก พอแม่กลับมาพบลูกน้อยนอนสลบตัวแข็งทื่อเลือดทะลักรีบส่งโรงพยาบาล แต่เหยื่อเสียชีวิตในเวลาต่อมา แต่แม่กลับเผ่นหนีออกจาก รพ.ไปหากิ๊กอีก สุดท้ายหนีไม่รอด ถูกตามจับทั้งคู่แต่ยังปากแข็งให้การปฏิเสธ

กิ๊กหนุ่มของแม่ชำเราหนูน้อยวัยขวบเศษทางประตูหลังเลือดทะลักจนเสียชีวิตรายนี้ เปิดเผยเมื่อเวลา 03.00 น. วันที่ 30 ก.ย. ร.ต.ท.กฤษณะ ธรรมจิตร พนักงานสอบสวน สภ.เมืองหนองคาย รับแจ้งจาก รพ.หนองคายว่ามีเด็กหญิงถูกทารุณกรรมทางเพศได้รับบาดเจ็บสาหัสโดยมีแผลฉีกขาดทางทวารหนักมารักษาตัวและเสียชีวิต รีบรายงานผู้บังคับบัญชาทราบ ไปสอบสวนที่โรงพยาบาลพร้อม พ.ต.อ.อภิศักดิ์ กรองทิพย์ ผกก.สภ.เมืองหนองคาย พ.ต.อ.ปรีดา ดวงพุทธา พนักงานสอบสวนผู้ทรงคุณวุฒิ พ.ต.ท.ณัฐวัฒน์ วงษ์สนิทธีรา รอง ผกก. (สส.) พ.ต.ท.ณัฐวุฒิ สีเสมอ สว.สส.และชุดสืบสวน

พบศพเหยื่อฆาตกรรมเป็นหนูน้อยผู้หญิงทราบชื่อ ด.ญ.โม (นามสมมติ) อายุ 1 ปี 8 เดือน ลำตัวมีรอยช้ำ ทวารหนักมีบาดแผลฉีกขาดเลือดทะลัก แพทย์ระบุสาเหตุการเสียชีวิตว่าเกิดจากการอักเสบและติดเชื้อในช่องท้อง สอบสวนทราบว่า แม่ของเด็ก (ขอสงวนนาม) ได้พา ด.ญ.โม ส่ง รพ. หนองคาย เมื่อเช้ามืดวันที่ 29 ก.ย.ที่ผ่านมา แพทย์ต้องระดมช่วยรักษา เนื่องจากหนูน้อยถูกทารุณกรรมทางเพศจนได้รับบาดเจ็บสาหัสมีแผลฉีกขาดทางทวารหนัก ส่วนแม่หลังจากพาลูกน้อยมาส่งโรงพยาบาลแล้วแอบหนีหายไป

ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้วิทยุแจ้งสกัดจับพร้อมส่งชุดสืบสวนตามแกะรอย กระทั่ง พ.ต.ท.ณัฐวุฒิ สีเสมอ สว.สส.และชุดสืบสวนพบแม่ของเด็กนั่งรอรถที่ศาลาริมถนนสายหนองคาย-อุดรธานี เขตพื้นที่ อ.เพ็ญ จ.อุดรธานี ห่างจากตัวเมืองหนองคายประมาณ 25 กม. จึงนำตัวไปสอบสวน เบื้องต้นแม่ของเด็กให้การว่าแต่งงานอยู่กินกับนายเอ๋ (นามสมมติ) จนมี ด.ญ.โม เป็นพยานรักแต่ภายหลังสามีติดทหารเกณฑ์ไปอยู่ที่ฐานทัพเรือสัตหีบ จ.ชลบุรี ตนเลยแอบมีกิ๊กชื่อนายนพรัตน์หรือป็อบ รูปสวย อายุ 22 ปี อยู่บ้านเลขที่ 51 หมู่ 4 ต.มีชัย อ.เมืองหนองคาย

แม่ของหนูน้อยชะตาขาดให้การอีกว่า ก่อนลูกน้อยจะถูกทารุณกรรมได้นัดกับนายนพรัตน์ที่รีสอร์ตแห่งหนึ่งใน อ.เมืองหนองคายไปเปิดห้องพักตั้งแต่วันที่ 14 ก.ย.58 โดยพาลูกสาวไปด้วย กระทั่งวันเกิดเหตุนายนพรัตน์ใช้ให้ตนออกไปซื้อของข้างนอก พอกลับมาที่ห้องพักพบว่าลูกสาวมีอาการตัวแข็งและหมดสติเลือดไหลจากทวารหนักเลยรีบนำส่งโรงพยาบาล จนกระทั่งถึงแก่ความตายในเวลาต่อมา สาเหตุที่ต้องหนีออกมาจากโรงพยาบาลหลังส่งลูกสาว เนื่องจากต้องรีบไปหานายนพรัตน์ที่หนีมาเปิดห้องพักในรีสอร์ตอีกแห่งที่ อ.เพ็ญ จ.อุดรธานี

จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้คุมตัวแม่ของเด็กไปที่รีสอร์ตดังกล่าวพบนายนพรัตน์ กบดานในห้องพักจึงคุมตัวทั้งสองคนมาสอบสวนที่ สภ.เมืองหนองคาย ขณะเดียวกัน พนักสอบสวนไปตรวจสอบห้องพักในรีสอร์ตที่เกิดเหตุพบรอยคราบเลือดบนที่นอนจึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน และจากการสอบปากคำพยานทราบว่า ขณะเกิดเหตุแม่เด็กไม่อยู่ ระหว่างนั้นนายนพรัตน์ได้พาเด็กเข้าไปในห้องน้ำแล้วเปิดก๊อกปล่อยน้ำ เสียงดังเป็นเวลานานพร้อมกับเสียงร้องของหนูน้อยร้องลั่นห้อง สักพักนายนพรัตน์พาหนูน้อยออกมาจากห้องน้ำในสภาพที่เด็กไม่สวมใส่เสื้อผ้าและหมดสติก่อนพาไปวางบนที่นอน กระทั่งแม่ของเด็กกลับมาพบลูกสาวตัวแข็งและหมดสติจึงรีบนำส่งโรงพยาบาล

หลังการสอบสวน พ.ต.อ.อภิศักด์ กรองทิพย์ ผกก.สภ.เมืองหนองคาย เปิดเผยว่า คดีนี้เป็นคดีสะเทือนขวัญเนื่องจากผู้ถูกกระทำเป็นเด็กหญิง โดยแพทย์ระบุสาเหตุการเสียชีวิตจากการติดเชื้อในช่องท้อง และเชื่อว่านายนพรัตน์ต้องมีส่วนรู้เห็นในการตายของเด็ก ในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหานายนพรัตน์กระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 13 ปี จนเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย ส่วนแม่ของเด็กยังไม่ได้แจ้งข้อหา ต้องสอบสวนเพิ่มเติมก่อนพร้อมกับนำตัวทั้งสองเก็บดีเอ็นเอไว้เป็นหลักฐาน ส่วนศพของน้องโมส่งไปตรวจพิสูจน์ที่ จ.ขอนแก่น ส่วนนายนพรัตน์ยังให้การปฏิเสธ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจมีพยานหลักฐานมัดตัวแน่นรวมทั้งรอผลตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์มายืนยันอีกครั้ง สำหรับนายนพรัตน์ เพิ่งออกจากคุกคดีลักทรัพย์และยาเสพติด

อ่านเพิ่มเติม...