ตร.จัดกำลังดูแล หนุ่มอาข่าคลั่ง ใกล้ชิด ด้าน ผบก.ภ.เชียงใหม่ ระบุ แจ้งข้อหาฆ่าผู้อื่นตายโดยเจตนา จ่อสอบ รพ.ที่รักษาอาการทางประสาท ปล่อยตัวออกมาได้อย่างไร พร้อมหาทางเยียวยาครอบครัวเหยื่อ รับผู้ต้องหาเคยเป็นทาสยาบ้าจนประสาทหลอน

จากกรณี นายกอล์ฟ (นามสมมติ) อายุ 24 ปี ชาวเขาเผ่าอาข่า ชาว จ.เชียงใหม่ ก่อเหตุ ใช้มีดเข้าทำร้ายร่างกายเด็กเสียชีวิต 5 คน และแม่เด็ก ซึ่งเป็นหญิงท้องแก่ 1 คน ที่บ้านไม่มีเลขที่ ใน อ.ไชยปราการ จ.เชียงใหม่ จนถูกชาวบ้านรุมประชาทัณฑ์ ได้รับบาดเจ็บ ขณะนี้ทางตำรวจสถานีตำรวจภูธรไชยปราการ ได้นำตัวนายกอล์ฟเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลไชยปราการ และถูกส่งต่อมารักษาที่โรงพยาบาลนครพิงค์ ซึ่งเป็นโรงพยาบาลประจำจังหวัดเมื่อคืนที่ผ่านมา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 28 ก.ย.58 พล.ต.ต.มนตรี สัมบุณณานนท์ ผบก.ภ.เชียงใหม่ เปิดเผยว่า คดีที่เกิดขึ้น ถือเป็นคดีที่สะเทือนขวัญ ซึ่งเรื่องนี้ตนได้มอบหมายให้ พ.ต.อ.พิเชษฐ จีระนันตสิน รอง ผบก.ภ.เชียงใหม่ ลงไปควบคุมดูแลสำนวนในคดีนี้แล้ว ส่วนผู้ต้องหานั้นหลังจากเกิดเหตุ ได้ถูกชาวบ้านรุมประชาทัณฑ์ ได้รับบาดเจ็บ ขณะนี้ทางพนักงานสอบสวน สภ.ไชยปราการ ได้ส่งมารักษาตัวที่โรงพยาบาลนครพิงค์ อ.แม่ริม และมีการจัดกำลังตำรวจ สภ.แม่ริม ไปเฝ้าตลอด 24 ชม. โดยแจ้งข้อหา "ฆ่าผู้อื่นตายโดยเจตนา" 

อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบประวัติเบื้องต้นของผู้ต้องหารายนี้ เคยเข้ารับการรักษาอาการทางประสาทที่โรงพยาบาลสวนปรุง กรมสุขภาพจิต อ.เมือง เชียงใหม่ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะต้องสอบสวนกันต่อไปว่า ทำไมปล่อยตัวออกมา และเป็นอันตรายต่อสังคม อีกส่วนหนึ่งทางตำรวจก็มองไปถึงการช่วยเหลือเยียวยาในฝั่งของผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ รวมไปถึงการช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิต ซึ่งจะต้องประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมคุ้มครองสิทธิ์ และทีมจิตแพทย์ ลงพื้นที่เยียวยากับเหยื่อที่ได้รับผลกระทบในครั้งนี้

อย่างไรก็ตาม ผบก.เชียงใหม่ กล่าวอีกว่า จากการสอบสวนในเบื้องต้นนั้น พบว่าเหยื่อผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บกับผู้ต้องหานั้น เป็นเครือญาติกันทั้งหมดในหมู่บ้าน คือ เป็นชาวเขาเผ่าลีซอ อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวถามว่า ทางผู้ต้องหา หรือญาติ จะอ้างข้อต่อสู้ทางกฎหมาย เพื่อยกเว้นการกระทำความผิด ว่าเป็นคนสติไม่ดีและอยู่ระหว่างการรักษาเพื่อต่อสู้คดีได้หรือไม่ ผบก.ภ.เชียงใหม่ กล่าวว่า เรื่องอ้างสิทธิ์ ก็เป็นสิทธิ์ของเขา แต่ทางตำรวจต้องสอบสวนหาสาเหตุของการลงมือทำร้ายเด็กจนเสียชีวิตและบาดเจ็บในครั้งนี้ให้ได้ชัดเจนที่สุดทั้งพยานแวดล้อม และประวัติการรักษา พร้อมส่งไปตรวจทางจิตเวชด้วย พร้อมกับนำผลการรักษามาดูว่ามูลเหตุจูงใจในการกระทำความผิดครั้งนี้มาจากสาเหตุอะไร พร้อมกับส่งตำรวจไปหาข้อมูลจากแพทย์โรงพยาบาลสวนปรุง ว่ามีคนไข้ที่มารักษาลักษณะอย่างนี้มากน้อยแค่ไหน และการปล่อยตัวมาอยู่ร่วมกับสังคมไม่ให้กระทำความผิดได้อย่างไร

ต่อคำถาม ผู้ต้องหารายนี้เคยติดยาเสพติด ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร ผบก.ภ.เชียงใหม่ กล่าวว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้น ทราบว่าสาเหตุที่ผู้ต้องหารายนี้คลุ้มคลั่ง มาจากสาเหตุที่ผู้ต้องหารายนี้เคยใช้ยาเสพติดด้วย อาจเป็นผลจากยาเสพติด ทำให้เกิดอาการประสาทหลอน และเกิดความรำคาญเสียงเด็กที่เล่นซุกซน อยู่ดีๆ ก็คว้ามีดมาไล่ฟัน โดยไม่เคยโกรธเคืองกันมาก่อน ซึ่งทางพนักงานจะต้องเร่งสอบสวนเพื่อให้เกิดความกระจ่างต่อไป

ขณะที่ เมื่อเวลา 12.00 น. คณะแพทย์จากจังหวัดเชียงใหม่ นำโดย นพ.อภิชาติ รอดสม สาธารณสุขนิเทศก์ เขตสุขภาพที่ 1 และ นพ.ปริทรรศ ศิลปกิจ รักษาการแทน ผอ. โรงพยาบาลสวนปรุง จ.เชียงใหม่ เข้าพื้นที่บ้านเกิดเหตุ เพื่อเก็บข้อมูล และหาแนวทางเยียวยา ฟื้นฟู ปรับสภาพจิตของครอบครัวผู้สูญเสีย รวมถึงครอบครัวของผู้กระทำความผิด และชาวบ้านที่อยู่ในหมู่บ้าน ซึ่งตอนนี้ทุกคนต่างอยู่ในอาการเศร้าสลด ขวัญผวากับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

...

สำหรับประวัติการรักษา ผู้ก่อเหตุนั้น นพ.ปริทรรศ กล่าวว่า เมื่อปี 2555 นายกอล์ฟ ได้เดินทางเข้าไปทำงานที่กรุงเทพฯ แล้วมีอาการซึมเศร้า เข้ารับการรักษาตัวที่ รพ.ศรีธัญญา ได้ระยะหนึ่ง พอทุเลา ก็ไม่สามารถทำงานได้ ญาติจึงได้นำตัวกลับบ้าน และเข้ารับการรักษาต่อที่ รพ.สวนปรุง จ.เชียงใหม่ จนอาการดีขึ้น และกลับมาอยู่ที่บ้านใน อ.ไชยปราการ และรับยามารับประทานที่บ้าน โดยแพทย์ได้กำชับให้ญาติดูแลอย่างใกล้ชิด ซึ่งก่อนเกิดเหตุ 2-3 วัน นายกอล์ฟ เริ่มมีอาการซึมเศร้าขึ้นมาอีก จนวันเกิดเหตุ

นพ.ปริทรรศ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ อาจจะมีปัจจัยหลายอย่าง เช่น เสียงดัง ผู้คน ยวดยานพาหนะ หรือเสียงจุดประทัด เนื่องจากวันนั้นเป็นวันไหว้พระจันทร์ ทำให้ นายกอล์ฟ ไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ ทำให้เกิดเรื่องสลดขึ้น ซึ่งผู้ที่เห็นเหตุการณ์บอกว่า เห็นนายกอล์ฟ ปีนกำแพงจากบ้านของเขา เพราะประตูบ้านถูกล็อกเเล้วเดินมาบ้านที่เกิดเหตุซึ่งอยู่ติดกัน ก่อนใช้มีดไล่ฟันทุกคนที่อยู่ในบ้าน.