ศาลทหาร-ผวาภัย แขกขาวสะพายเป้
ชุดคลี่คลายระเบิดสะท้านกรุง นัดแถลงปิดคดีในวันที่ 28 ก.ย. ด้าน “จักรทิพย์ ชัยจินดา” ส่งมือดีออกติดตามตัวมือบึมเสื้อฟ้า ตามแนวชายแดนไทย-มาเลย์ ผู้ต้องหาที่ถูกคุมตัวอยู่ในเรือนจำชั่วคราว มทบ.11 ปากดีขู่ทางการไทย หากผลักดันชาวอุยกูร์อีกอาจโดนบอมบ์ซ้ำ เผยแก๊งบึมเตรียมการอย่างดีดอดดูลาดเลาจุดเป้าหมายก่อนเกิดเหตุ 6 วัน ขณะที่ น.1 ฉุนสะบัดปากกาย้าย 3 นาย ตร.สน.ลุมพินี หลังไม่ตรวจสอบภาพกล้องวงจรปิดตามคำสั่งนาย ทำให้เกือบสืบสวนหลงทาง ขณะที่ทหารสั่งตรวจสอบด่วน หลังพบชายคล้ายแขกขาวสะพายเป้ใส่ของหนักเดินวนเวียนในศาลทหารกรุงเทพ หวั่นเกิดเหตุซ้ำซ้อน
กรณีคนร้ายลอบวางระเบิดที่ศาลท้าวมหาพรหม แยกราชประสงค์ และใช้เท้าเขี่ยระเบิดลงแม่น้ำเจ้าพระยาใกล้ท่าเรือสาทร หน่วยงานความมั่นคงชี้ทั้งสองเหตุพัวพันกลุ่มชาติพันธุ์ที่ทางการไทยเคยผลักดันออกนอกประเทศ ชุดคลี่คลายคดีสามารถจับผู้ต้องหาได้แล้ว 2 คน นายอาเดม การาดัค หรือนายบิลา มูฮัมหมัด และนายเมียไรลี ยูซูฟู นำไปควบคุมตัวที่เรือนจำชั่วคราว มทบ.11 แขวงถนนนครไชยศรี เขตดุสิต กทม. กระทั่งทั้งคู่ยอมเปิดปากสารภาพว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุระเบิดทั้ง 2 แห่ง ก่อนถูกคุมตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ด้านการออกหมายจับจนถึงขณะนี้มีผู้ถูกออกหมายจับรวมแล้ว 17 ราย
มือบึมจำนนต่อหลักฐาน
ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 27 ก.ย. พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. เปิดเผยว่า หลังพนักงานสอบสวนสอบปากคำนายอาเดม การาดัค หรือนายบิลา มูฮัมหมัด และนายเมียไรลี ยูซูฟู คดีคืบหน้าไปมาก เนื่องจากพนักงานสอบสวนใช้พยานหลักฐานประกอบการสอบสวนทำให้ทั้งคู่ยอมจำนนต่อหลักฐาน ส่วนคำให้การของผู้ต้องหาสอดคล้องกับพยานหลักฐานหลายอย่าง รวมทั้งภาพจากกล้องวงจรปิด กำชับให้รวบรวมพยานหลักฐานครบถ้วน เพราะหากคดีอยู่ในชั้นศาลเชื่อผู้ต้องหาจะกลับคำให้การ ต้องยึดถือพยานหลักฐานอื่นๆ ไม่ใช่เพียงแค่คำสารภาพ มั่นใจว่าหลักฐานที่มีอยู่ทั้งหมดสามารถเอาผิดผู้ต้องหาได้ ขอเวลาพนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานที่มีเพิ่มมากขึ้น ขอบคุณทหารตำรวจทุกนายที่ร่วมกันคลี่คลายคดีนี้ ซึ่งมีผลอย่างมากต่อความเชื่อมั่นของประเทศด้านการท่องเที่ยวที่เป็นรายได้หลักของประเทศ
...
เตรียมเทียบสเกลหน้าคนร้าย
พล.ต.อ.สมยศกล่าวต่ออีกว่า มอบหมายให้ พล.ต.อ.จรัมพร สุระมณี ที่ปรึกษา ผบ.ตร.ด้านนิติวิทยาศาสตร์ ประสานทีมสอบสวน บช.น. นำภาพผู้ต้องสงสัยที่ได้จากกล้องวงจรปิดไปให้กองพิสูจน์หลักฐานทำภาพเชิงซ้อนหรือเทียบสเกลใบหน้าให้ละเอียดยิ่งขึ้นเพื่อเป็นหลักฐานในคดี พร้อมกำชับให้ พล.ต.ต.สมบัติ มิลินทจินดา ผบก.สส.บช.น.รวบรวมภาพถ่ายของผู้ต้องสงสัยในมุมต่างๆให้มากที่สุด เพื่อให้มีหลักฐานยืนยันในรูปแบบของวิทยาศาสตร์ ต้องตอบสังคมให้ได้ว่าเพราะอะไรถึงเป็นอย่างนั้น ไม่ใช่คิดไปเอง ทุกคดีต้องยึดหลักนิติวิทยาศาสตร์ที่เป็นหลักฐานยอมรับได้ในชั้นศาล
สั่งล่า “ซูแบร์” มือบึมเสื้อฟ้า
ด้าน พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา รอง ผบ.ตร. เผยว่า จากการสอบสวนปากคำนายอาเดม การาดัคหรือนายบิลา มูฮัมหมัด ผู้ต้องหาที่รับสารภาพเป็นผู้วางระเบิดที่ศาลท้าวมหาพรหม ประกอบกับหลักฐานภาพจากกล้องวงจรปิด ทำให้น่าเชื่อว่าผู้ต้องหารายนี้เป็นมือวางระเบิดสวมเสื้อเหลืองที่ถูกออกหมายจับแล้ว ขณะนี้การสืบสวนสอบสวนคืบหน้าไปมาก มีตัวละครเข้ามาเกี่ยวข้องทั้งที่ขออนุมัติหมายจับกุมไปแล้วและเตรียมขอออกหมายจับเพิ่ม ส่วนมือระเบิดเสื้อฟ้าที่คาดว่าชื่อนายซูแบร์ อับดุลลาห์ อายุ 29 ปี อยู่ระหว่างการติดตามตัวมาดำเนินคดี
ไล่ล่าแถบชายแดนไทย-มาเลย์
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา รอง ผบ.ตร. มอบหมายให้ พล.ต.ท.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ จตร. ประสานทางการมาเลเซีย ติดตามจับกุมตัวมือบึมชายเสื้อฟ้า หรือนายซูแบร์ อับดุลลาห์ อายุ 29 ปี ถือหนังสือเดินทางของประเทศมาเลเซียมาดำเนินคดีในประเทศไทย พร้อมจัดชุดสืบสวนตรวจสอบตามช่องทางแนวชายแดนไทย-มาเลเซีย หากนายซูแบร์คิดหลบหนีย้อนศรเข้ามากบดานในประเทศไทย หลังพบเบาะแสผู้ต้องหารายนี้เดินทางเข้าออกประเทศไทยผ่านช่องทางด่านตรวจคนเข้าเมืองภูเก็ต ก่อนหลบหนีไปกบดานที่ประเทศมาเลเซีย
นัดแถลงสรุปคดี 28 ก.ย.
พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้ช่วย ผบ.ตร. และโฆษก ตร.กล่าวว่า หลังพนักงานสอบสวนทำแผนประกอบคำรับสารภาพของนายอาเดม การาดัค หรือนายบิลา มูฮัมหมัด และนายเมียไรลี ยูซูฟู 2 ผู้ต้องหาคดีระเบิด พบข้อมูลเป็นประโยชน์เชื่อมโยงหลักฐานต่างๆในคดี คำให้การของนายอาเดม การาดัค ทำให้ทราบว่ามีการเตรียมก่อเหตุระเบิดที่ท่าเรือในซอยเจริญนคร 61 แต่ระเบิดไม่ทำงานจึงแจ้งให้ชายเสื้อฟ้าที่คาดว่าชื่อนายซูแบร์ อับดุลลาห์ ไปเก็บระเบิดนำไปทิ้งแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณท่าเรือสาทร โดย พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. กำชับฝ่ายสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานให้แน่นหนาเพื่อใช้ในการดำเนินคดีผู้ต้องหาในชั้นศาล ซึ่งการทำแผนประกอบคำรับสารภาพให้ผู้ต้องหาชี้ยืนยันทุกจุดที่เกี่ยวข้องเพื่อนำไปประกอบหลักฐานภาพจากกล้องวงจรปิดที่ปรากฏภาพคนร้ายในแต่ละช่วงเวลา ถือเป็นคดีที่ตำรวจทุ่มเทลงมาทำงานเพื่อกอบกู้ภาพลักษณ์ของประเทศ สร้างความเชื่อมั่นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติคืนกลับมาอย่างรวดเร็ว ทั้งนี้ ชุดคลี่คลายคดี เตรียมแถลงสรุปคดีในเวลา 12.30 น. ของวันที่ 28 ก.ย. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
...
ปากดีขู่อีกหากส่งซ้ำมีบึม
มีรายงานว่า พนักงานสอบสวนสอบปากคำนายเมียไรลี ยูซูฟู ที่รับว่าเป็นผู้ร่วมก่อเหตุ พบมีเหตุจูงใจจากทางการไทยผลักดันชาวอุยกูร์ มีผู้ร่วมก่อเหตุ 5 คน โดยนายอิซานผู้ต้องหาที่อยู่ระหว่างหลบหนีเป็นคนวางแผนและเดินทางออกไปประเทศบังกลาเทศเมื่อ 16 ส.ค. ก่อนระเบิด 1 วัน ส่วนเจ้าตัวทำหน้าที่ไปหาซื้ออุปกรณ์ประกอบระเบิด แล้วนำมาประกอบที่พูลอนันต์อพาร์ตเมนต์ร่วมกับนายอาเดม การาดัค ในวันเกิดเหตุนายเมียไรลี ยูซูฟู รับว่าเป็นผู้นำระเบิดไปส่งให้นายอาเดม การาดัค ที่สถานีรถไฟหัวลำโพง เมื่อส่งเสร็จแยกย้ายเดินทางมาที่แยกราชประสงค์ โดยนายเมียไรลี ยูซูฟู อยู่ด้านห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์ หลังเกิดเหตุก็จะเข้าไปถ่ายรูปแต่เกิดความกลัวเลยเดินทางกลับห้องพักที่พูลอนันต์ อพาร์ตเมนต์ สำหรับผู้ก่อเหตุระเบิดที่ท่าเรือสาทร นายเมียไรลี ยูซูฟู อ้างว่าไม่รู้จัก ทั้งยังให้ข้อมูลว่าหากทางการไทยยังคิดผลักดันชาวอุยกูร์อีกอาจเกิดเหตุระเบิดซ้ำ โดยแหล่งประกอบระเบิดอยู่ย่านตลาดมีนบุรี
ผตห.ไทยเอี่ยวเหตุบึมหลายคดี
รายงานข่าวจากชุดสืบสวน กรณีศาลทหารออกหมายจับนายยงยุทธ พบแก้ว หรือนายอ๊อด พยุงวงศ์ 1 ใน 17 ผู้ต้องหาที่ถูกออกหมายจับในคดีนี้ จากการรวบรวมภาพกล้องวงจรปิด พบนายยงยุทธเจอกับนางวรรณา สวนสัน หรือไมซาเลาะห์ ที่หอพักไมมูณา การ์เด้นท์โฮม รวมทั้งปรากฏภาพขณะเดินพูดคุยกับนายเมียไรลี ยูซูฟู หลายครั้งในช่วงก่อนเกิดเหตุ พบประวัตินายยงยุทธเคยถูกดำเนินคดีอาญาหลายคดี มีหมายจับของศาลจังหวัดมีนบุรีลงวันที่ 1 เม.ย.57 ในข้อหามีวัตถุระเบิดไว้ในความครอบครอง จากเหตุระเบิดเมื่อค่ำวันที่ 29 มี.ค. 57 ภายในซอยราษฎร์อุทิศ 25 เขตมีนบุรี มีผู้เสียชีวิต 2 ราย ที่เกิดเหตุพบระเบิด แสวงเครื่องไปป์บอมบ์ 1 ลูกตกอยู่ ตรวจค้นบ้านเช่าของผู้เสียชีวิตอยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 100 ม. พบระเบิดแสวงเครื่องไปป์บอมบ์อีก 5 ลูก ถังแก๊ส 6 ถัง แกลลอนน้ำมัน 1 ใบ ขณะนี้ชุดสืบสวนอยู่ระหว่างติดตามตัวมาลงโทษ
...
เผยดูลาดเลาก่อนบึม 6 วัน
ขณะที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงของทหารร่วมกับชุดสืบสวนคลี่คลายคดี สอบปากคำนายอาเดม การาดัค เพิ่มเติมจนทราบว่าก่อนลงมือก่อเหตุระเบิดทั้ง 2 จุด เคยเดินทางมาดูจุดเป้าหมาย เมื่อวันที่ 11 ส.ค. ก่อนเกิดเหตุ 6 วัน โดยเป็นผู้ทำหน้าที่นำระเบิดไปวาง มีมูลเหตุจูงใจจากเรื่องการผลักดันชาวอุยกูร์ ส่วนนายเมียไรลี ยูซูฟู รับสารภาพเหตุที่เป็นผู้ประกอบระเบิดเพราะต้องการได้เงินค่าจ้างจากนายอิซาน สาเหตุที่นายอาเดม การาดัค รับสารภาพเพราะตำรวจและทหารรวบรวมหลักฐานภาพกล้องวงจรปิดในวันเกิดเหตุ เริ่มตั้งแต่ผู้ต้องออกจากห้องพักย่านหนองจอก เดินทางไปมัสยิดย่านถนนตก เปลี่ยนเป็นเสื้อสีเหลือง นำระเบิดไปวางจุดแรกที่ท่าเรือภายในซอยเจริญนคร 61 ก่อนขึ้นรถแท็กซี่ไปลงสถานีรถไฟหัวลำโพง รับกระเป๋าใส่ระเบิดจากนายเมียไรลี ยูซูฟู ขึ้นรถสามล้อเครื่องนำระเบิดไปวางที่ศาลท้าวมหา–พรหม หลังเกิดเหตุระเบิดซ้อนรถ จยย.รับจ้าง ไปสวนลุมพินีเปลี่ยนเสื้อเป็นเสื้อสีเทา แล้วเดินทางกลับที่พักโดยแวะที่ตลาดมีนบุรีก่อน ล่าสุด ชุดสืบสวนพบหลักฐานกล้องวงจรปิดบริเวณซอยเจริญนคร 61 ซึ่งตรงกับคำให้การของผู้ต้องหารายนี้ที่รับสารภาพนำระเบิดมาวางที่ท่าเรือในซอยเจริญนคร 61 ก่อนไปก่อเหตุต่อที่ศาลท้าวมหาพรหม
ทนายเตรียมเยี่ยม “อาเดม”
ที่หน้าเรือนจำชั่วคราวพัน. ร.มทบ.11 เขตดุสิต กทม. เป็นที่ควบคุมตัวนายอาเดม การาดัค และนายเมียไรลี ยูซูฟู 2 ผู้ต้องหา บรรยากาศทั่วไปมีทหาร พร้อมอาวุธครบมือยืนรักษาการณ์ประตูทางเข้า-ออก มีความเข้มงวดสูง บันทึกภาพรถยนต์ทุกคันที่ผ่าน พร้อมปฏิเสธให้ข้อมูลกับนักข่าว ขณะที่นายชูชาติ กันภัย ทนายความของนายอาเดม การาดัค เปิดเผยผ่านโทรศัพท์ว่าวันนี้ไม่ได้เดินทางมาเยี่ยมลูกความ เดินทางไปเยี่ยมครั้งล่าสุด เมื่อวันศุกร์ ที่ 25 ก.ย. แต่ไม่ได้พบเนื่องจากลูกความป่วย เตรียมเข้าเยี่ยมอีกครั้งในวันจันทร์ที่ 28 ก.ย. พร้อมเจ้าหน้าที่จากสถานทูตตุรกี เพื่อสอบถามประเด็นการรับสารภาพ ว่ามีเหตุผลอะไร สมัครใจหรือไม่
...
รอคำสั่งงมมือถือต่อ
ขณะที่ พ.ต.อ.สุริยา ปิ่นประดับ ผกก.2 บก.รน. กล่าวว่า เมื่อช่วงเย็นวันที่ 26 ก.ย.นักประดาน้ำของบก.รน. งมหาโทรศัพท์มือถือ เป็นพยานหลักฐานสำคัญตามคำรับสารภาพของนายเมียไรลี ยูซูฟู ที่ระบุว่าหลังก่อเหตุได้โยนโทรศัพท์ทิ้งคลองแสนแสบ ช่วงสะพานเฉลิมโลก ใกล้ห้างบิ๊กซี ราชดำริ แต่ไม่พบ จึงยุติการ ค้นหาหลังจากนี้ต้องรอคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาสั่งการลงมาว่าจะให้ดำเนินการค้นหาอีกครั้งหรือไม่ต่อไป
น.1 สั่งเด้ง 3 ตร.ลุมพินี
ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผบช.น. เซ็นคำสั่งเลขที่ 353/2558 ลงวันที่ 26 ก.ย.58 เรื่องให้ข้าราชการตำรวจปฏิบัติราชการ มีคำสั่งให้ พ.ต.ท.อภิชาติ ทองจันดี รอง ผกก.สส.สน.ลุมพินี พ.ต.ท.ธเนศ มีทอง สว.สส.สน.ลุมพินี และ พ.ต.ท.วชิรากรณ์ วงศ์บุญ สว.สส.สน.ลุมพินี ไปปฏิบัติราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการกองบัญชาการตำรวจนครบาล (ศปก.น.) กำหนด 30 วัน จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง สาเหตุการสั่งย้ายนายตำรวจทั้ง 3 นาย เนื่องมาจากกรณีตำรวจทั้ง 3 นายอ้างว่าตรวจสอบไม่พบเบาะแสคนร้ายจากภาพกล้องวงจรปิด ต่อมาชุดสืบสวนนครบาล ตรวจสอบกล้องวงจรปิดซ้ำพบภาพนายอาเดม การาดัค เข้าไปเปลี่ยนชุดจากเสื้อเหลืองเป็นเสื้อสีเทาที่ห้องน้ำสาธารณะของสวนลุมพินี พื้นที่รับผิดชอบ จึงถูกสั่งโยกย้ายดังกล่าว
แตกตื่นแขกขาวบุกศาลทหาร
ผู้สื่อข่าวรายงานจากศาลทหารกรุงเทพ กรมพระธรรมนูญ ข้างกระทรวงกลาโหม ใกล้ศาลหลักเมือง กรณีเมื่อช่วงบ่ายวันที่ 25 ก.ย. มีชายต้องสงสัย คล้ายแขกขาว สวมเสื้อยืดคอกลมสีดำ กางเกงยีนส์ขายาว สีน้ำเงิน สวมแว่นกันแดด รองเท้าผ้าใบ สะพายเป้สีดำ เดินเข้ามาภายในศาลตรงไปที่ลิฟต์ ก่อนขึ้นไปที่ชั้น 4 และเดินขึ้นไปบนดาดฟ้า นานประมาณ 1-2 นาที จากนั้นกลับลงมาที่ชั้น 4 และลงไปเดินวนที่ชั้น 3 ในลักษณะมีพิรุธ ก่อนเข้าลิฟต์ลงมาที่ชั้น 1 รีบเดินออกนอกบริเวณศาลไปทันทีโดยใช้เวลาประมาณ 8-10 นาที พล.ร.ท.กฤษฎา เจริญพานิชย์ รองเจ้ากรมพระธรรมนูญ กล่าวว่า ได้รับรายงานตั้งแต่วันที่ 25 ก.ย. เพื่อความไม่ประมาท ประสานไปยัง พล.ท.กัมปนาท รุดดิษฐ์ แม่ทัพภาคที่ 1 ในฐานะผู้บัญชาการกองกำลังรักษาความสงบ (กกล.รส.) ส่งกำลังเจ้าหน้าที่ตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิดเข้าตรวจสอบทุกชั้นอย่างละเอียด ไม่พบสิ่งผิดปกติ คาดว่าเป็นนักท่องเที่ยวเดินมาเข้าห้องน้ำ ช่วงเย็นวันนั้นศาลทหารกรุงเทพ จัดพิธีอำลาผู้เกษียณอายุราชการทำให้มีคนมาร่วมงานจำนวนมาก ทั้งนี้ศาลทหารกรุงเทพ มักมีบุคคลภายนอกมาเข้าห้องน้ำบริเวณชั้นล่างอยู่ประจำ
ไม่เป็นห่วงมีกำลังดูแลเข้ม
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าจะเข้มงวดมาตรการรักษาความปลอดภัย โดยเฉพาะกับบุคคลภายนอกเพิ่มขึ้นหรือไม่ พล.ร.ท.กฤษฎากล่าวว่า ระบบมาตรการรักษาความปลอดภัยของศาลทหารกรุงเทพ มีอยู่แล้ว ทั้งเครื่องมือตรวจอาวุธ การแลกบัตรผ่านเข้าออก และสารวัตรทหารก็ดูแลพื้นที่ตลอดเวลา บริเวณรอบนอก ส่วนภายในติดกล้องวงจรปิดทุกจุด ระบบรักษาความปลอดภัยตรวจเข้มตลอดเวลาอยู่แล้ว ไม่กังวลว่าศาลทหารกรุงเทพ จะกลายเป็นเป้าก่อเหตุร้ายเพราะเกี่ยวข้องกับการพิจารณาคดีระเบิด เพราะการรักษาความปลอดภัย ใช้กำลังจากกระทรวงกลาโหม ส่วนการดูแลผู้ต้องหาเป็นหน้าที่พนักงานสอบสวน เพียงแต่ศาลมีหน้าที่พิจารณาคดีเท่านั้น การรักษาความปลอดภัยสถานที่หรือบุคคล เป็นเรื่องปกติ ที่ทางสารวัตรทหาร หรือกองกำลังรักษาความปลอดภัยดูแลอยู่แล้ว
การข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบด่วน
พล.ร.ท.กฤษฎา กล่าวต่ออีกว่า สำหรับกรณีศาลทหารกรุงเทพ กรมพระธรรมนูญ รับฝากขังนายอาเดม การาดัค และนายเมียไรลี ยูซูฟู ผู้ต้องหาคดีลอบวางระเบิดแยกราชประสงค์ 12 วัน ผัดแรกเมื่อวันที่ 26 ก.ย.ที่ผ่านมา หากครบกำหนด พนักงานสอบสวนก็ต้องนำตัวผู้ต้องหามาฝากขังอีกเป็นผัด 2 เพราะโทษในคดีนี้สูงสุดสามารถฝากขังได้รวม 84 วัน ซึ่งในช่วงเวลาดังกล่าวต้องเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่มาเสริมบ้าง เพราะกระทรวงกลาโหมมีกำลังดูแลรักษาความปลอดภัยเต็มพิกัดอยู่แล้ว หากมีเหตุการณ์ไม่คาดคิด ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่าหลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงทั้งทหาร ตำรวจ กระจายกำลังลงพื้นที่ต้องสงสัยที่คาดว่าบุคคลกลุ่มนี้พักอาศัย ติดตามชายต้องสงสัยคล้ายแขกขาวรายนี้ เพราะลักษณะมีพิรุธ สะพายเป้ที่ดูมีน้ำหนักมาก เพื่อหาข่าวป้องกันเหตุร้ายซ้ำซ้อน