ย้อนคดีบึมพระพรหม-สาทร จุดท่าเรือเจริญนคร61พลาด เพิ่ม7ข้อหาหนัก-ฝากขังยาว
“อาเดม การาดัค” สารภาพแผนระเบิดสิ้นไส้ รับวางแผนระเบิดที่ท่าเรือเจ้าพระยาปริ๊นเซส ซอยเจริญนคร 61 เป็นจุดแรก และที่ศาลท้าวมหาพรหมเป็นจุดที่ 2 แต่พอเอาระเบิดไปวางจุดแรกปรากฏว่าด้าน จึงให้นายซูแบร์ชายเสื้อฟ้ามาเก็บเอาไปทิ้งแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณท่าเรือสาทร จนเกิดระเบิดหลังจากนั้น 1 วัน ตำรวจเข้มพาผู้ต้องหาฝากขังศาลทหาร พร้อมแจ้งข้อหาเพิ่มรวม 7 ข้อหาฉกรรจ์ ก่อนคุมตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ทั้งบริเวณศาลท้าวมหาพรหม คลองแสนแสบติดห้างบิ๊กซี ราชดำริ จุดโยนโทรศัพท์มือถือทิ้งหลังกดระเบิด และสถานีรถไฟหัวลำโพงจุดรับส่งระเบิด พร้อมไล่สอบพยานตามคำให้การเพื่อใช้มัดผู้ต้องหา ส่งเสื้อสีเทาที่ใส่วันก่อเหตุไปตรวจดีเอ็นเอ ส่วนเสื้อสีเหลือง วิกผม และแว่นตา อ้างนายอิซานเป็นคนเอาไปทิ้ง
กรณีคนร้ายวางระเบิดบริเวณศาลท้าวมหาพรหม แยกราชประสงค์ เมื่อช่วงค่ำวันที่ 17 ส.ค.เป็นเหตุให้ชาวไทยและนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเสียชีวิต 20 ราย และได้รับบาดเจ็บกว่า 100 ราย และระเบิดท่าเรือสาทร ต่อมาชุดสืบสวนจับกุมนายบิลา มูฮัมหมัด หรือนายอาเดม การาดัค สัญชาติตุรกี ขณะกบดานที่พูลอนันต์ อพาร์ตเมนต์ เลขที่ 134/5 ปากซอยเชื่อมสัมพันธ์ 11 แขวงกระทุ่มราย เขตหนองจอก พร้อมอุปกรณ์ประกอบระเบิดจำนวนมาก และหนังสือเดินทางประเทศตุรกีอีก 250 เล่ม หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ทหารกองกำลังบูรพาจับกุมนายเมียไรลี ยูซูฟู ชาวจีน ขณะกำลังหลบหนีข้ามชายแดนจังหวัดสระแก้ว ให้การรับสารภาพถึงผู้ร่วมขบวนการ และขั้นตอนการวางแผนและก่อเหตุระเบิดทั้ง 2 แห่ง ต่อมาชุดสืบสวนสอบสวนไปได้หลักฐานเด็ดเชื่อมโยงนายบิลา มูฮัมหมัด หรืออาเดม การาดัค จึงเข้าไปสอบเค้น จนผู้ต้องหาเปิดปากยอมรับสารภาพว่าเป็นชายเสื้อเหลืองที่เป็นคนวางระเบิดศาลท้าวมหาพรหม
...
“ประวุฒิ” เผยแนวทางทำแผนฯ
ความคืบหน้าจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 26 ก.ย. พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้ช่วย ผบ.ตร.ในฐานะโฆษก ตร.เปิดเผยว่า วันนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะนำตัวนายบิลา มูฮัมหมัด หรือบิลา เติร์ก หรือนายอาเดม การาดัค และนายเมียไรลี ยูซูฟู 2 ผู้ต้องหาคดีวางระเบิดศาลท้าวมหาพรหม แยกราชประสงค์ และท่าเรือสาทร มาทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ช่วงแรกจะนำ 2 ผู้ต้องหาไปทำแผนที่แยกราชประสงค์ จากนั้นช่วงที่สองจะแยกนายอาเดมไปทำแผนตั้งแต่ขึ้นรถ จยย.รับจ้างจากปากซอยมหาดเล็กหลวงไปสวนลุมพินี ส่วนนายยูซูฟูตำรวจจะนำตัวไปชี้จุดที่แนวทางการสืบสวนทราบว่า เจ้าตัวใช้โทรศัพท์มือถือกดระเบิด จากนั้นจะนำตัวไปชี้จุดคลองแสนแสบ ซึ่งเจ้าตัวอ้างว่า เอาโทรศัพท์ไปโยนทิ้งหลังก่อเหตุ ส่วนช่วงที่สามคือ เอาทั้ง 2 คนมาทำแผนร่วมกันตอนแลกกระเป๋าที่สถานีรถไฟหัวลำโพง อย่างไรก็ตาม ข้อมูลที่ผู้ต้องหาซัดทอดไปหาผู้ใดบ้างนั้นยังไม่สามารถเปิดเผยได้
“สมยศ” ยันสาเหตุค้ามนุษย์
พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร.เผยว่า เมื่อคืนที่ผ่านมาจากการสอบปากคำ 2 ผู้ต้องหาเพิ่มเติมผู้ต้องหาให้การเป็นประโยชน์ บวกกับพยานหลักฐานที่เจ้าหน้าที่มีทั้งหมดสามารถยืนยันได้ว่า ผู้ต้องหาทั้ง 2 คนเป็นคนลงมือก่อเหตุดังกล่าว ทั้งนี้ ไม่ใช่เพียงแค่คำรับสารภาพของผู้ต้องหา แต่เจ้าหน้าที่นำพยานหลักฐานมายืนยันทำให้ 2 ผู้ต้องหายอมจำนน ส่วนสาเหตุการก่อเหตุเกิดจากการที่เจ้าหน้าที่กวาดล้างขบวนการค้ามนุษย์อย่างจริงจัง จึงเป็นเหตุให้ธุรกิจขบวนการค้ามนุษย์ไม่สามารถดำเนินการต่อได้ ผู้ ต้องหาเป็น 1 ในขบวนการลักลอบหลบหนีเข้าเมืองผิดกฎหมายทั้งสิ้น เชื่อว่าขบวนการเหล่านี้ถูกจ้างจากขบวนการที่มีวัตถุประสงค์เดียวกัน ต้องสอบสวนหาตัวการต่อไป
จ้องระเบิดท่าเรือฝั่งธนฯก่อน
มีรายงานว่า นอกจากนายอาเดม ให้การรับสารภาพว่าเป็นคนเดียวกันกับชายเสื้อเหลืองเป็นผู้นำระเบิดไปวางบริเวณศาลท้าวมหาพรหม ย่านราชประสงค์ มีรายงานว่า ชุดสืบสวนคลี่คลายคดีระเบิดร่วมกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายมั่นคงทหารร่วมกันสอบเค้นนายอาเดมอีกครั้งอย่างต่อเนื่อง กรณีเหตุระเบิดที่ท่าน้ำสาทร หลังจากพบวัตถุพยานว่า มีความเชื่อมโยงกัน จนในที่สุดนายอาเดมยอมให้การรับสารภาพเพิ่มเติมว่า เป็นผู้นำระเบิดไปวางที่ท่าเรือในซอยเจริญนคร 61 ฝั่งธนบุรี ตรงข้ามกับท่าเรือสาทร แต่ระเบิดไม่ทำงาน นายซูแบร์ชายเสื้อฟ้าจึงไปเก็บเอาไปทิ้งในแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณท่าน้ำสาทรฝั่งพระนคร ตามที่ชุดสืบสวนสอบสวนมีหลักฐานภาพวงจรปิดบันทึกภาพนายซูแบร์เอาไว้ได้ นายอาเดมระบุด้วยว่า นำระเบิดไปที่จุดดังกล่าวตอนเวลา 16.30 น.วันที่ 17 ส.ค.เป็นจุดแรก จากนั้นไปวางระเบิดที่ศาลท้าวมหาพรหมเป็นจุดที่ 2 จนเกิดเหตุระเบิดทำให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก
ระเบิดด้านเอาไปทิ้งท่าเรือสาทร
นายอาเดมให้รายละเอียดวันลงมือวางระเบิดจุดแรกว่า ออกมาจากห้องพักที่พูลอนันต์ อพาร์ตเมนต์ ย่านหนองจอก สวมเสื้อสีเทา กางเกงสีน้ำเงิน รองเท้าสีขาว เดินทางไปที่มัสยิดแห่งหนึ่งตั้งอยู่ในซอยเจริญกรุง 105 เพื่อรับระเบิดและเปลี่ยนเสื้อเป็นสีเหลือง จากนั้นหิ้วระเบิดใส่ถุงนำมาวางที่ท่าเรือเจ้าพระยาปริ้นเซส ซอยเจริญนคร 61 เวลา 16.30 น. นายอาเดมบอกด้วย ว่า ทำหน้าที่เพียงนำระเบิดไปวางยังเป้าหมายดังกล่าว ซึ่งเป็นจุดวางระเบิดจุดแรกตามแผนที่วางไว้ เนื่องจากมีนักท่องเที่ยวชาวจีนไปขึ้นเรือจำนวนมากทุกวัน พอวางเรียบร้อยแล้วจะกางร่มเป็นสัญลักษณ์เพื่อส่งสัญญาณให้นายอิซานรู้ว่าพร้อมแล้ว จากนั้นนายอิซานจะเป็นคนกดรีโมตระเบิดจากโทรศัพท์มือถือ โดยที่นายอาเดมไม่รู้ว่าระเบิดด้าน จนนายซูแบร์ชายเสื้อฟ้าต้องมาเก็บระเบิดไปทิ้งแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณท่าเรือสาทร
...
“อาเดม” ยัน “ยูซูฟู” กดระเบิด
นายอาเดม มือวางระเบิดบอกด้วยว่า หลังจากเอาระเบิดไปวางที่ท่าเรือเจ้าพระยาปริ้นเซส ซอยเจริญนคร 61 ได้โดยสารรถแท็กซี่ไปลงที่สถานีรถไฟหัวลำโพง ไปรับกระเป๋าเป้ใส่ระเบิดแสวงเครื่องจากนายเมียไรลี ยูซูฟู แล้วต่างคนต่างเดินทางไปที่เป้าหมายบริเวณราชประสงค์ นายอาเดมให้การว่า ขึ้นรถตุ๊กตุ๊กนำระเบิดไปวางที่ศาลท้าวมหาพรหม ส่วนนายเมียไรลี ยูซูฟู ไปคอยกดรีโมตระเบิดจากโทรศัพท์มือถือจนกระทั่งเกิดเหตุระเบิดขึ้น ซึ่งเป็นเป้าหมายที่ 2 ส่วนที่ใส่ปลอกแขนเพราะเพื่อปิดบังผิวซึ่งเป็นจุดเด่น ถ้ากล้องวงจรปิดสามารถบันทึกภาพไว้เป็นหลักฐานได้ ส่วนแว่นตา วิกผม ปลอกแขน นายอิซาน เป็นผู้เอาไปทำลายหลักฐานโดยไม่รู้ว่าเอาไปทิ้งที่ไหน
เร่งหาสอบพยานมัดตามคำให้การ
มีรายงานว่า คำรับสารภาพของนายอาเดมเพิ่มเติมว่าเกี่ยวข้องกับเหตุระเบิดที่ท่าน้ำสาทร พนักงานสอบสวนเตรียมประสานเจ้าหน้าที่ทหาร และชุดสืบสวนคลี่คลายคดีระเบิดเพื่อสอบปากคำผู้เกี่ยวข้องไว้เป็นพยานหลักฐาน หากนายอาเดมหรือเจ้าหน้าที่ฝ่ายมั่นคง ระบุคำให้การของนายอาเดมลงในสำนวนคดี พนักงานสอบสวนจะดำเนินการยื่นคำร้องขออนุญาตศาลทหารกรุงเทพ เพื่อเบิกตัวนายอาเดมมาชี้จุดประกอบคำรับสารภาพเพิ่มเติมต่อไป
เอาเสื้อสีเทาไปตรวจดีเอ็นเอ
มีรายงานด้วยว่า ขณะนี้ชุดสืบสวนสอบสวนคลี่คลายคดีระเบิดนำเสื้อสีเทา กางเกงขายาวสีน้ำเงิน รองเท้าสีขาว ที่นายอาเดมสวมใส่หลังจากเปลี่ยนกับเสื้อสีเหลืองในห้องน้ำสวนลุมพินีหลังก่อเหตุวางระเบิดเพื่ออำพรางตัว ก่อนหลบหนีกลับไปที่พูลอนันต์ อพาร์ตเมนต์ ตามที่กล้องวงจรปิดบันทึกไว้ได้ นายอาเดมระบุว่า เป็นเสื้อผ้าชุดเดียวกันกับที่ใส่ออกมาจากห้องพักก่อนลงมือ ทั้งนี้ชุดสืบสวนจะนำเสื้อผ้าทั้งหมดโดยเฉพาะเสื้อสีเทาส่งเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานกลาง (พฐ.) ตรวจดีเอ็นเอจากเสื้อสีเทาว่า ตรงกันกับดีเอ็นเอของนายอาเดมหรือไม่ เพื่อใช้เป็นหลักฐานมัดว่า ชายเสื้อเหลืองมือวางระเบิดและชายเสื้อเทาถือถุงใส่ของ ที่คาดว่ามีเสื้อสีเหลืองและอุปกรณ์อำพรางตัวอยู่ในถุง ซึ่งกล้องวงจรปิดบันทึกไว้ได้ เพื่อยืนยันว่าเป็นบุคคลคนเดียวกัน
...
ตำรวจ-ทหารคุมเข้มไปศาลทหาร
ต่อมาเวลา 12.20 น. วันที่ 26 ก.ย. พ.ต.อ.ชยุต มารยาทตร์ รอง ผบก.น.6 พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดคลี่คลายคดีระเบิดศาลท้าวมหาพรหม แยกราชประสงค์ และท่าเรือสาทร เมื่อวันที่ 17 และ 18 ส.ค. พร้อมกำลังตำรวจ หน่วยอรินทราช 26 และเจ้าหน้าที่ทหาร ร่วมกันควบคุมตัว นายอาเดม การาดัค หรือบิลา มูฮัมหมัด และนายเมียไรลี ยูซูฟู เดินทางออกจากกองพันทหารราบมณฑลทหารบกที่ 11 (พัน.ร.มทบ.11) โดยสวมชุดนักโทษ ทับด้วยเสื้อกันกระสุนและสวมกุญแจข้อมือ โดยมีรถในขบวนกว่า 10 คัน แยกผู้ต้องหาทั้ง 2 คน นั่งมาในรถตู้คนละคัน ทั้งคู่มีสีหน้าเรียบเฉย
พนักงานสอบสวนฝากขังต่อ
ต่อมาเวลา 13.30 น. ขบวนควบคุมผู้ต้องหาเดินทางมาถึงศาลทหารกรุงเทพ กรมพระธรรมนูญ กระทรวงกลาโหม คณะตุลาการศาลทหารกรุงเทพออกนั่งบัลลังก์เพื่ออ่านคำร้องของ พ.ต.ท.สมเกียรติ พลอยทับทิม พนักงานสอบสวนชำนาญการพิเศษ สน.ลุมพินี ที่เดินทางมาขอยื่นฝากขัง นายอาเดม การาดัค และนายเมียไรลี ยูซูฟู ผู้ต้องหาในคดีพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และกระทำให้เกิดระเบิดจนน่าจะเป็นอันตรายแก่บุคคลอื่นหรือทรัพย์สินของผู้อื่น รวมถึงมีวัตถุระเบิดที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ไว้ในครอบครองได้ ภายหลังพนักงานสอบสวนขออนุมัติศาลทหารกรุงเทพออกหมายจับผู้ต้องหาเหตุระเบิดที่แยกราชประสงค์ จนทำให้มีผู้เสียชีวิตเป็นจำนวนมาก พนักงานสอบสวนให้เหตุผลว่า ยังสอบสวนพยานไม่แล้วเสร็จจำนวน 20 ปาก และต้องรอผลการพิสูจน์หลักฐานจากกองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) รวมถึงการตรวจลายพิมพ์นิ้วมือประวัติอาชญากร
ให้ล่ามแปลข้อหาฟังละเอียดยิบ
ระหว่างการพิจารณาคำร้องคณะตุลาการฯอนุญาตให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสันติบาลทำหน้าที่เป็นล่ามแปลภาษา ก่อนเริ่มแปลภาษาคณะตุลาการฯให้ล่ามกล่าวสาบานตนว่า การแปลภาษาครั้งนี้จะพูดตามความจริงและไม่มีการพูดเกินความจริง หลังจากนั้นนำสำนวนที่พนักงานสอบสวนส่งขอฝากขังให้ล่ามแปลเป็นภาษาอังกฤษแบบบรรทัดต่อบรรทัดให้ผู้ต้องหาได้รับฟัง จากนั้นผู้ต้องหารับทราบข้อกล่าวหา ทั้งนี้ คณะตุลาการฯได้ให้ล่ามสอบถามผู้ต้องหาว่า ยอมรับให้ล่ามช่วยแปลภาษาของตนเองหรือไม่ ผู้ต้องหาทั้ง 2 กล่าวยอมรับให้ล่ามเป็นผู้แปลภาษา
...
ขอศาลนำผู้ต้องหาไปทำแผน
ผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่า ต่อมาทางคณะตุลาการศาลทหารกรุงเทพสอบถามว่า จะคัดค้านการฝากขังหรือไม่ ผู้ต้องหาทั้ง 2 ไม่คัดค้านการฝากขัง คณะตุลาการฯจึงอ่านคำร้องของพนักงานสอบสวนโดยเห็นชอบให้ฝากขังเป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 26 ก.ย.-7 ต.ค.58 และเนื่องจากพนักงานสอบสวนได้ยื่นขออนุญาตนำตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ไปชี้จุดทำแผนประกอบคำรับสารภาพ คณะตุลาการฯอนุญาตและให้อยู่ในความควบคุมของพนักงานสอบสวน เมื่อแล้วเสร็จให้นำตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 คนไปควบคุมไว้ที่เรือนจำชั่วคราวแขวงถนนนครไชยศรี ก่อนนำตัวออกจากศาลทหารเวลา 14.05 น. ไปที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อเตรียมตัวทำแผน ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า สาเหตุที่ใช้ระยะเวลาในการพิจารณาคำร้องเป็นไปอย่างล่าช้า เนื่องจากก่อนพิจารณาคำร้องผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย ขอทำละหมาดและการไต่สวนทุกอย่างได้ทำการแปลภาษาผ่านล่ามแบบบรรทัดต่อบรรทัดจึงใช้เวลามาก
แจ้งดำเนินคดี 7 ข้อหาฉกรรจ์
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ศาลแจ้งข้อกล่าวหาประกอบด้วย ข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ข้อหาร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ข้อหาร่วมกันทำระเบิดจนเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายมีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสและทรัพย์สินของผู้อื่นได้รับความเสียหาย ข้อหาร่วมกันทำให้เสียทรัพย์ ข้อหาร่วมกันมีวัตถุระเบิดที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ไว้ในครอบ ครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ข้อหาร่วมกันพกพาอาวุธระเบิดไปในเมืองหรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร และข้อหาร่วมกันมียุทธภัณฑ์ไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต รวม 7 ข้อหา
สรุปออกหมายจับแล้ว 17 คน
สำหรับการขอหมายจับศาลทหารกรุงเทพรวบ 17 ราย ได้แก่ 1.นายอาฮ์เม็ท โอซองแลน (Ahmet Bozoglan) สัญชาติตุรกี อายุ 40 ปี 2.นายอาลิ โจลัน (Ali Boolan) สัญชาติตุรกี อายุ 35 ปี 3.ชายชาวตุรกี ไม่ทราบชื่อ อายุ 28 ปีตามภาพสเกตช์ พักอยู่ที่พูลอนันต์ อพาร์ตเมนต์ ย่านหนองจอก 4.นายเมียไรลี ยูซูฟู (Mieraili Yusufu) สัญชาติจีน อายุ 26 ปี 5.นายอับดุลเลาะห์ อับดุลเลาะห์มาน (Abdulah Abduilhman) 6.นายอับดุล ตาวาบ (Abdui Tawab) 7.น.ส.วรรณา สวนสัน หรือไมซาเลาะห์ 8.นายเอ็มระห์ ดาวูโตกลู 9.นายยูซูป ไม่ทราบชื่อและนามสกุลจริงตามภาพสเกตช์ 10.นายอ๊อด พยุงวงศ์ หรือนายยงยุทธ พบแก้ว 11.นายอาบูดูซาตาร์ อบูดูเระห์มาน หรืออิซาน (Abudusataer Abudureheman) 12.นายอาลิ นูร์ (Ali Nur) 13.นายมาหมัด อิสเมล (Mahmud Idmail) 14.ชายไม่ทราบชื่อและนามสกุล ตามภาพสเกตช์ ไปซื้อท่อแป๊ปอุปกรณ์ประกอบระเบิดที่ร้านขายอุปกรณ์ก่อสร้างย่านพระโขนง 15.ชายไม่ทราบชื่อและนามสกุลตามภาพสเกตช์ ไปซื้อสินค้าภายในห้างโลตัส สาขาหนองจอก 16.นายบิลา โมฮัมหมัด หรือบิลา เติร์ก (Bilal Mohammed หรือ Bilal Turk) หรือนายอาเดม การาดัค (Adem Karadag) และ 17.นายซูแบร์ ไม่ทราบชื่อนามสกุลจริง ชายใส่เสื้อฟ้าตามภาพกล้องวงจรปิด ใช้เท้าเขี่ยระเบิดทิ้งลงแม่น้ำเจ้าพระยาที่ท่าน้ำสาทร
เริ่มทำแผน “อาเดม” วางบึมแล้วหนี
ต่อมาเวลา 15.00 น. ที่บริเวณศาลท้าวมหาพรหม พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผบช.น. หน่วยอรินทราช 26 เจ้าหน้าที่ทหาร หน่วยอีโอดี เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ แพทย์ รพ.ตร. กำลังสุนัขตำรวจ ตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบ สน.ลุมพินี รวมกว่า 100 นาย นำนายอาเดมสวมเสื้อเหลือง กางเกงขาสั้น สวมเสื้อเกราะ มาทำแผน ท่ามกลางกองทัพนักข่าวกว่า 100 ชีวิต และไทยมุงอีกจำนวนมาก เหตุการณ์ปกติไม่มีฝูงชนโกรธแค้น ทั้งนี้จุดแรกผู้ต้องหาแสดงท่าทางลงจากรถตุ๊กๆบริเวณถนนราชดำริ เดินขึ้นมาตามถนนประมาณ 50 เมตร ชี้จุดนั่งวางระเบิดบริเวณท้าวมหาพรหม หลังจากนั้นเดินออกมาขึ้นรถ จยย.รับจ้างบริเวณหน้าโรงแรมเพนนินซูล่าไปที่ประตู 5 สวนลุมพินีเป็นจุดเข้าสวนลุมฯเพื่อไปยังห้องน้ำภายในสวนลุมฯแล้วเปลี่ยนชุด ห้องน้ำอยู่ห่างจากปากทางเข้าประมาณ 200 เมตร จุดนี้แสดงการเปลี่ยนจากเสื้อสีเหลืองเป็นเสื้อสีเทาจากนั้นพาเดินทางไปยังหัวลำโพง
“ยูซูฟู”ทิ้งมือถือลงคลองแสนแสบ
ส่วนกำลังอีกชุดนำตัวนายเมียไรลี ยูซูฟู ไป ยังจุดน้ำพุหน้าลานเซ็นทรัลเวิลด์ ซึ่งเป็นจุดยืนถ่ายรูป แล้วไปยังจุดทิ้งมือถือบริเวณสะพานเฉลิมโลก ซึ่งเป็นสะพานข้ามคลองแสนแสบติดกับห้างบิ๊กซี สาขาราชดำริ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน เป็นจุดที่นายเมียไรลีนำโทรศัพท์มือถือยี่ห้อซัมซุงที่ใช้สั่งการกดระเบิดมาทิ้งลงในคลอง ทั้งนี้ ในการทำ แผนประกอบคำรับสารภาพมีกองร้อยน้ำหวานมายืน กั้นผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องโดยรอบให้ห่างไปประมาณ 100 เมตร ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ได้ปิดเส้นทางจราจรทางน้ำของท่าเรือคลองแสนแสบ เพื่อปฏิบัติการงมหาหลักฐานต่อไป
ตำรวจน้ำจัดมนุษย์กบงมมือถือ
ด้าน พล.ต.ต.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบก.รน. กล่าวว่า หลังจากทำแผนประกอบคำรับสารภาพของนายเมียไรลีแล้ว จัดชุดมนุษย์กบจำนวน 6 นาย งม หาโทรศัพท์มือถือยี่ห้อซัมซุง หลังจากที่นายเมียไรลี รับสารภาพว่า นำโทรศัพท์มาทิ้งในคลองดังกล่าว ส่วนการปฏิบัติการครั้งนี้คาดว่าจะดำเนินการอย่างเร่งรัด ใช้เวลาไม่เกิน 2 ชั่วโมง ตั้งแต่เวลา 16.00- 18.00 น. เนื่องจากน้ำมีปริมาณออกซิเจนจำกัด รวมถึงความลึกของระดับน้ำมีความลึกประมาณ 3 เมตรและมีโคลนตมสูงกว่า 1 ฟุต และประกอบกับกระแส
น้ำที่ไหลเชี่ยวเป็นอุปสรรคในการค้นหาหลักฐานในครั้งนี้ ทั้งนี้ ประสานไปยังสำนักงานระบายน้ำเพื่อเปิดประตูระบายน้ำออกบางส่วน เพื่อสะดวกในการงมหาหลักฐาน สำหรับการเปิดการจราจรทางน้ำ บริเวณท่าเรือคลองแสนแสบ คาดว่าจะเปิดให้ใช้ได้หลังเวลาประมาณ 18.00 น. เป็นต้นไป
หลังโยนมือถือทิ้งเผ่นกลับที่พัก
จากนั้นเวลา 16.30 น. เจ้าหน้าที่นำตัวนายเมียไรลีไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพต่อบริเวณปากซอยเพชรบุรี 27 ถนนเพชรบุรี แขวงพญาไท เขตราชเทวี จุดเรียกรถแท็กซี่หลังก่อเหตุระเบิดแยกราชประสงค์ เพื่อหลบหนีกลับที่พัก ทั้งนี้ ระหว่างการทำแผนชี้จุดเจ้าหน้าที่ได้ทำการปิดถนนรวมทั้งกั้นบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องออกจากบริเวณดังกล่าว ใช้เวลาในการทำแผนจุดดังกล่าวประมาณ 15 นาที จึงแล้วเสร็จ ก่อนคุมตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่บริเวณสถานีรถไฟหัวลำโพง ร่วมกับนายอาเดม การาดัค ต่อไป
หัวลำโพงจุดรับส่งระเบิด
ต่อมาเวลา 16.00 น. ที่บริเวณสถานีรถไฟหัวลำโพง เจ้าหน้าที่นำตัวนายเมียไรลีไปชี้จุดวางกระเป๋าระเบิด เพื่อส่งให้นายอาเดมมารับไปก่อเหตุ จุดนี้อยู่บนสะพานปูนคนเดินข้ามคลองผดุงกรุงเกษมข้างสถานีรถไฟหัวลำโพง โดยผู้ต้องหาทั้ง 2 ไม่ได้พบหน้ากัน นายเมียไรลีแสดงท่าทางนำกระเป๋าเป้ใส่ระเบิดมาวางไว้แล้วเดินไปยังสะพานปูนอีกแห่งที่อยู่ห่างกันประมาณ 300 เมตร เพื่อดูว่านายอาเดม มาหยิบกระเป๋าเป้ใส่ระเบิดไปเรียบร้อยแล้ว จากนั้น พนักงานสอบสวนพานายอาเดมไปชี้จุดขึ้นรถตุ๊กตุ๊กริมถนน มุ่งหน้าไปวางระเบิดที่หน้าศาลท้าวมหาพรหม ให้เวลาทำแผนประกอบคำรับสารภาพประมาณ 30 นาที ทุกอย่างเป็นไปด้วยความเรียบร้อยไม่มีเหตุวุ่นวายใดๆ
ชี้จุดพร้อมพยานคนขับสามล้อ
ต่อมาเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวนายอาเดม การาดัค ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพต่อบริเวณอู่รถสามล้อ ย่านวัดดวงแข ถนนจารุเมือง แขวงรองเมือง เขตปทุมวัน จุดดังกล่าวคนขับรถสามล้อพาผู้ต้องหาขึ้นรถ ก่อนไปหาเพื่อนคนขับสามล้อด้วยกัน เพื่อสอบถามถึงเส้นทางการเดินทาง หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่พาตัวนายอาเดมไปยังมัสยิดอัสสละฟียะฮ์ ซอยเจริญกรุง 105 ถนนเจริญกรุง แขวงและเขตบางคอแหลม ซึ่งจากคำรับสารภาพ ช่วงก่อนเกิดเหตุนายอาเดมเดินทางไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนา (ละหมาด) ก่อนจะคุมตัวไปชี้จุดเพิ่มเติมที่ใช้เปลี่ยนเสื้อสีเทาเป็นสีเหลืองที่ปั๊มแก๊สแอลพีจีตรงข้ามมัสยิด
เผยวางระเบิดจุดแรกแต่ด้าน
หลังจากนั้นพนักงานสอบสวนคุมตัวนายอาเดมเดินทางไปยังท่าเรือเจ้าพระยาปริ๊นเซส ซอยเจริญนคร 61 ซึ่งตามแผนการเป็นจุดแรกที่จะก่อเหตุระเบิด ก่อนแยกราชประสงค์ แต่ปรากฏว่า หลังจากวางแล้ว ระเบิดไม่ทำงาน จึงให้นายซูแบร์นำไปทิ้งลงแม่น้ำเจ้าพระยาที่ท่าเรือสาทร ก่อนที่จะเกิดระเบิดขึ้นหลังจากวันที่โยนระเบิดลงไป 1 วัน ทั้งนี้ หลังจากทำแผนประกอบคำรับสารภาพบริเวณท่าเรือสาทรเสร็จ เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวนายอาเดม การาดัค ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพต่อยังย่านตลาดมีนบุรีต่อไป
ชี้แหล่งกบดาน-ประกอบระเบิด
ต่อมาเวลา 18.00 น. ตำรวจควบคุมตัวนาย เมียไรลี ยูซูฟู มาที่ตลาดมีนบุรี จุดที่นายยูซูฟูลงจาก รถตู้หลังเดินทางกลับมาจากก่อเหตุย่านราชประสงค์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศจุดนี้เป็นไปด้วยความ วุ่นวาย เพราะมีประชาชนมามุงดูเป็นจำนวนมาก เจ้าหน้าที่จึงกั้นพื้นที่ไม่ให้ประชาชนเข้า ใช้เวลาประมาณ 5 นาที ในการทำแผน ก่อนนำตัวนายยูซูฟูไปชี้ห้องพักไมมูณา การ์เด้นท์ โฮม ซอยราชอุทิศ 25/8 เป็นจุดที่นางวรรณา สวนสัน เช่าห้องพักไว้ให้ ใช้เวลาทำแผนประกอบคำรับสารภาพเพียง 5 นาที ก่อนนำตัวนายอาเดมและนายเมียไรลี ยูซูฟู เดินทางมาที่พูลอนันต์ อพาร์ตเมนต์ ย่านหนองจอก โดยมีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก บก.น.3 กว่า 200 นาย มารักษาความปลอดภัย จุดนี้เป็นจุดที่นายเมียไรลีนำระเบิดมาประกอบภายในห้องเลขที่ 412 413 และ 414
ที่กบดาน “อาเดม” ก่อนถูกจับ
ด้านนายอาเดม เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวมายังตลาดมีนบุรี จุดที่นายอาเดมลงแท็กซี่มาซื้ออาหารภายในร้านสะดวกซื้อ ใช้เวลากว่า 15 นาที หลังจากนั้นคุมตัวไปยังพูลอนันต์ อพาร์ตเมนต์ ถนนเชื่อมสัมพันธ์ 11 ซึ่งเป็นสถานที่พักอาศัย เมื่อขบวนรถผู้ต้องหามาถึง เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.น.3 ตั้งแนว กำลังรวมทั้งนำสายโปลิศไลน์มากั้นไว้ไม่ให้ผู้อื่นเข้าไปภายในพื้นที่ รวมทั้งปิดการจราจรถนนเชื่อมสัมพันธ์ฝั่งขาเข้า ให้ผู้ใช้รถเลี่ยงเส้นทางไปใช้ขาออก แทน ส่งผลทำให้การจราจรติดขัดเป็นอย่างมาก จากนั้นเจ้าหน้าที่คุมตัวนายอาเดมขึ้นไปบนห้อง 412 ชั้น 4 ของตัวอาคาร ซึ่งเป็นห้องที่ใช้พักอาศัย เพื่อกบดาน กระทั่งถูกตำรวจจับกุม อย่างไรก็ตามภายหลังการทำแผนประกอบคำรับสารภาพแล้วเสร็จ เจ้าหน้าที่ได้นำตัวทั้ง 2 คน ไปควบคุมที่เรือนจำชั่วคราวแขวงถนนนครไชยศรีต่อไป
คุมตัวมือระเบิดเข้าเรือนจำ
ต่อมาเวลา 20.30 น. รายงานข่าวแจ้งว่า หลังเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวนายอาเดม การาดัค และนายเมียไรลี ยูซูฟู 2 ผู้ต้องหาคดีระเบิดแยกราชประสงค์ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพรวมทั้งสิ้น 19 จุด ก่อนถูกควบคุมตัวมายังเรือนจำชั่วคราวแขวงถนนนครไชยศรี ภายในกองพันทหารราบมณฑลทหารบกที่ 11 แขวงถนนนครไชยศรี เขตดุสิต เพื่อฝากขัง 2 ผู้ต้องหา โดยมีรถคุ้มกันอย่างแน่นหนารวม 7 คัน รายงานข่าวแจ้งอีกว่า สำหรับการคุมตัวมีระยะเวลา 84 วัน รวมวันเวลาที่ถูกจับกุมมาแล้ว
งมมือถือในคลองแสนแสบไม่พบ
พ.ต.อ.สุริยา ปิ่นประดับ ผกก.2 บก.รน. เผยว่า ภายหลังการค้นหาโทรศัพท์มือถือตามที่นายเมียไรลี ยูซูฟู ผู้ต้องหาคดีระเบิดศาลท้าวมหาพรหม แยกราชประสงค์ ที่ทำแผนชี้ว่า นำโทรศัพท์มาโยนทิ้งในคลองแสนแสบ เจ้าหน้าที่ปฏิบัติการทางน้ำได้ยกเลิกการค้นตั้งแต่เวลา 17.50 น. เนื่องจากอากาศในถังออกซิเจนหมด และไม่พบโทรศัพท์ตามที่ผู้ต้องหาให้การ ก่อนที่จะนำเรื่องเสนอไปทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะเริ่มการค้นหาอีกครั้งหรือไม่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะเป็นผู้สั่งการลงมา