ตำรวจเร่งปรับทัศนคติ กลุ่มคนงาน นครศรีธรรมราช ฆ่าหมากิน ยอมรับเสียใจที่กระทำไป รู้เท่าไม่ถึงการณ์ คนอีสานไม่กินเนื้อสุนัข ศาลนัดตัดสิน 27 ต.ค.

ผู้สื่อข่าวรายงาน เมื่อเวลา 10.30 น. วันนี้ (25 ก.ย.2558) พ.ต.ท.เริงชัย ราชกิจจา พนักงานสอบสวน สภ.พรหมคีรี จ.นครศรีธรรมราช ได้เรียกตัว นายมานะ เกื้อกุดลิง อายุ 42 ปี ชาวจังหวัดกาฬสินธุ์ คนงานก่อสร้างโบสถ์ของวัดสะบ้าย้อย ต.เรียง อ.พรหมคีรี ที่ก่อเหตุฆ่าสุนัขแล้วชำแหละเนื้อมาประกอบอาหารรับประทาน ที่วัดดังกล่าว มารับทราบข้อกล่าวหา ความผิดตาม พ.ร.บ.ป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์

ในขณะเดียวกัน พนักงานสอบสวนได้เชิญพระภิกษุในวัด มาสอบปากคำเป็นพยานในคดีนี้ด้วย โดยพระภิกษุที่มาให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ ได้ให้การยืนยันถึงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของคนงานที่มาทำงาน และพักอาศัยอยู่ในวัด ว่า ได้ฆ่าสุนัขจริง เป็นการกระทำที่ผิดทั้งศีลธรรม ผิดต่อคุณธรรม และเป็นการกระทำความผิดต่อกฎหมายของบ้านเมือง

ในการสอบสวน นายมานะได้รับสารภาพ โดยให้การว่า สุนัขที่ตนฆ่าด้วยมือของตนมีเพียง 1 ตัว และเป็นสุนัขที่ถูกรถชนเสียชีวิตแล้ว มีคนอื่นนำมาให้ตนชำแหละนำไปประกอบอาหารอีก 2 ตัว รวมสุนัขที่ตนชำแหละ 3 ตัว ส่วนสุนัขที่เสียชีวิตตัวอื่นๆ ขอให้เป็นหน้าที่ของตำรวจ ที่จะดำเนินการสอบสวนว่าใครเป็นคนฆ่า

นายมานะ ให้การกับตำรวจอีกว่า ก่อนหน้านี้ตอนที่ตนอยู่บ้านในภาคอีสาน เคยรับประทานเนื้อสุนัข เนื่องจากเชื่อว่า เป็นยา เป็นโอสถเมื่อนำมาผสมปรุงร่วมกับสมุนไพร ส่วนใหญ่มีคนเอามาให้กิน ขอบอกว่าอร่อยดี อร่อยมาก อย่างไรก็ตาม มาฆ่าหมาชำแหละเอาเนื้อตากแดด ทำหมาแดดเดียวในวัดสะบ้าย้อยในครั้งนี้ ตนถูกชาวบ้านตำหนิ และไม่พอใจมาก ทำให้รู้สึกผิด รู้สึกเสียใจ ตนรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ไม่รู้ว่า คนภาคใต้ ไม่กินเนื้อหมา ตนขอรับปากกับเจ้าหน้าที่ว่า จะเลิกและหยุดการฆ่าหมา อย่างเด็ดขาด

...

ต่อมาเมื่อเวลา 12.30 น.ในวันนี้ พ.ต.ท.บำรงค์ สามล รองผกก.ป.สภ.พรหมคีรี จ.นครศรีธรรมราช พร้อมกำลัง ได้เดินทางไปที่วัดสะบ้าย้อย หมู่ 4 ต.นาเรียง อ.พรหมคีรี จ.นครศรีธรรมราช โดยเข้าหารือกับพระอธิการ เสนอ ญานทีโป เจ้าอาวาส และผู้รับเหมาก่อสร้างโบสถ์ของวัด เพื่อขอความร่วมมือ เรียกประชุมคนงาน ที่มารับจ้างทำงานก่อสร้างโบสถ์ ในช่วงพักกกลางวัน โดยใช้สถานที่ภายในวัดเป็นสถานที่ประชุม

ในการเรียกประชุมคนงาน พ.ต.ท.บำรงค์ ได้ขอให้กลุ่มคนงานซึ่งเกือบทั้งหมด มาจากจังหวัดต่างๆ ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หรือ ภาคอีสาน หยุดการฆ่าสุนัข สัตว์เลี้ยง หรือ สัตว์ป่า สัตว์สงวนต่างๆ ที่อยู่ในวัดหรือในป่าที่อยู่ใกล้วัดอย่างเด็ดขาด เพราะหากฆ่าสัตว์อีก จะมีความผิด ถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 4 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

พ.ต.ท.บำรงค์ กล่าวว่า การที่ตนนำกำลังตำรวจเดินทางมาที่วัดในวันนี้ เพื่อมาปรับทัศนคติ คนงานก่อสร้างทั้งหมด ซึ่งส่วนใหญ่มีพื้นฐานความรู้ไม่สูงมากนัก ให้ได้เข้าใจวิถีชีวิตของชาวบ้านในภาคใต้ โดยเฉพาะในอำเภอพรหมคีรี ที่ไม่นิยมการกินเนื้อสุนัข และประชาชนที่นี่ส่วนใหญ่มีความผูกพันกับวัด กับศาสนาค่อนข้างมาก

การที่คนงานฆ่า ชำแหละ นำเนื้อมาตากแดดกลางลานวัด รวมทั้งฆ่าหมา นำมาย่างทั้งตัว แบบทำหมูหัน ชาวบ้านที่นี่จึงรับไม่ได้ และถูกต่อต้านอย่างหนัก ตำรวจมาทำความเข้าใจ มาปรับทัศนคติให้คนงานได้เข้าใจ ได้แยกแยะสิ่งผิด ชอบ ชั่ว ดี เพื่อให้พวกเขาสามารถทำงานก่อสร้างโบสถ์และใช้ชีวิตที่นี่ต่อไปได้ โดยไม่มีปัญหากับชาวบ้านในพื้นที่

ต่อมาเวลา 14.30 น. พ.ต.ท.เริงชัย ราชกิจจา พนักงานสอบสวนสภ.พรหมคีรี ได้ควบคุมตัวนายมานะผู้ต้องหาพร้อมสำนวนการสอบสวน ไปยังสำนักงานอัยกากรประจำศาลแขวงนครศรีธรรมราช ถัดมาอีก 1 ชั่วโมง พนักงานอัยการได้ยื่นฟ้อง นายมานะ ต่อศาลแขวงนครศรีธรรมราช เป็นจำเลยต่อศาลในฐานความผิด พระราชบัญญัติป้องกันทารุณกรรม และจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ.2557 ซึ่งทางศาลได้เบิกตัวเข้าห้องพิจารณาคดี จำเลยได้ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา ของพนักงานอัยการ ศาลได้มีคำสั่งเมื่อเวลา 16.45 น. นัดตัดสินคดีนี้ ในวันที่ 27 ตุลาคม 2558.