กองทัพเรือ นำ เฮลิคอปเตอร์ ซีฮอว์ก จากเรือหลวงจักรีนฤเบศร บินสำรวจจุดที่เรือภัทรมารีน 5 จมและค้นหา 4 ลูกเรือ ที่ยังหายไป ร่วมกับเรือ ต.992 แต่ยังคงตรวจไม่พบผู้สูญหายส่วนการกู้ซากเรือที่จมนั้นคาดจะดำเนินการได้วันพรุ่งนี้...
จากกรณี เมื่อเวลา 01.00 น. ของวันที่ 19 ก.ย. 58 ได้เกิดเหตุเรือบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ขนาดเล็ก ภัทรมารีน 5 ถูกคลื่นยักษ์ซึ่งรับอิทธิพลพายุหว่ามก๋อ จมน้ำทะเล บริเวณร่องทางเดินเรือปากอ่าวแม่น้ำเจ้าพระยาประมาณ 7 ไมล์ทะเล รอยต่อ จ.สมุทรปราการ และ จ.ชลบุรี ขณะนำสินค้าประเภทอาหารกระป๋องและประเภทของใช้ทั่ว เดินทางออกจากท่าเรือยูนิไทย ต.ท้ายบ้าน อ.เมืองสมุทรปราการ เพื่อล่องเรือไปส่งสินค้าที่ ท่าเรือแหลมฉบัง อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ทำให้ตู้คอนเทนเนอร์ขนาด 20 นิ้ว จำนวน 68 ตู้ และขนาด 40 นิ้ว จำนวน 20 ตู้ กู้ได้แล้ว 23 ตู้ ที่เหลือจมลงใต้ทะเลไปพร้อมเรือ หลุดออกจากระวางเรือ พร้อมกัปตันและลูกเรือรวมทั้งหมด 6 คน ลอยอยู่กลางทะเล ล่าสุดช่วยเหลือได้จำนวน 2 คน คือ นายปฐม นาพาสะโก กัปตันเรือ และลูกเรืออีก 1 คน ส่วน อีก 4 คน คือ นายนาวิน สุพรรณพยัคฆ์ ต้นเรือ นาย ขุขันธ์ หวังสุข นายท้ายเรือ นายธราดล แพงวิเศษ ต้นกลเรือ และนายสมพล ชาวเชียงขวาง ช่างน้ำมันเรือ ยังหายสูญหาย
...
ความคืบหน้าวันนี้ 24 ก.ย.58 พล.ร.ท.สุชีพ หวังไมตรี ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 ในฐานะผู้อำนวยการ ศูนย์ประสานการปฏิบัติในการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล) ทัพเรือภาคที่ 1 ได้สั่งการให้หมวดบินเฉพาะกิจ ทัพเรือภาคที่ 1 นำ เฮลิคอปเตอร์ ซีฮอว์ก หมายเลข 3206 ฝูงบิน 2 หน่วยบินเรือหลวงจักรีนฤเบศร มีนาวาโท สุวิชาญ เทียมสวัสดิ์ นักบินที่ 1 และ เรือโท ธนกร ม่วงทอง นักบินที่ 2 ขึ้นบินจาก สนามบินอู่ตะเภา อ.บ้านฉาง จ.ระยอง สำรวจตำบลที่เกิดเหตุ และค้นหาลูกเรือที่ประสบเหตุ ที่ยังคงมีผู้สูญหาย อีกจำนวน 4 นาย โดยร่วมกันลาดตระเวน พร้อมเรือตรวจการณ์ ต.992 โดยมี นาวาตรี วัตรรัตน์ เชื่อมสามัคคี เป็นผู้บังคับการเรือ ทั้งนี้ จากการลาดตระเวนทั้งทางอากาศและทางน้ำ โดยรอบระยะ 5 ไมค์ทะเล และริมชายฝั่งตั้งแต่ปากแม่น้ำบางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา จนถึงปากแม่น้ำเจ้าพระยา จ.สมุทรปราการ จนมาถึง เกาะสีชัง จ.ชลบุรี ยังคงตรวจไม่พบผู้สูญหาย
ผู้อำนวยการ ศูนย์ประสานการปฏิบัติในการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล) ทัพเรือภาคที่ 1 กล่าวว่า ได้รับการประสานจาก สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสมุทรปราการ ว่า ผลการดำเนินงานเมื่อคืนนี้ได้เก็บกู้ตู้คอนเทนเนอร์ จำนวน 23 ตู้ในจุดที่รวบรวมไว้ได้ทั้งหมดแล้วและนำเข้ามาเก็บที่ท่าเรือยูนิไทแล้ว ในส่วนการกู้ซากเรือที่จมนั้นคาดว่าจะสามารถดำเนินการได้ในวันพรุ่งนี้ (25 ก.ย.) เนื่องจากเรือและอุปกรณ์การเก็บกู้เรือทางน้ำจะเดินทางมาถึงจุดที่เรือจมใน พรุ่งนี้เช้าและก็จะลงมือเก็บซากเรือตามที่ได้วางแผนเอาไว้ คาดว่าจะใช้เวลาในการเก็บกู้ซากเรือได้แล้วเสร็จภาพใน 7 วัน และจากการที่ส่งนักประดาน้ำลงไปสำรวจบริเวณเรือจมพบเพียงตัวเรือ ไม่พบผู้สูญหายและตู้คอนเทรนเนอร์หลงเหลือแต่อย่างใด
ด้าน ศูนย์ประสานการปฏิบัติในการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล) ทัพเรือภาคที่ 1 ยังได้สั่งการให้เรือตรวจการณ์ออกตระเวนหาอย่างต่อเนื่องพร้อมอากาศยาน พร้อมประสานวิทยุแจ้งให้เรือประมงและสินค้าที่อยู่โดยรอบคอยสอดส่อง หากพบผู้สูญหายให้รีบแจ้งมาที่ทัพเรือภาคที่ 1 ในทันที เพื่อจะได้จัดส่งอากาศยานและเรือตรวจการณ์ เข้าสนับสนุนและช่วยเหลือต่อไป.