ชุดสืบแปดริ้ว ล่าตัวหนุ่มลีซอเอเย่นต์ค้ายาเสพติดรายใหญ่ภาคตะวันออก ยึดยาบ้าของกลาง 3 แสนเม็ด เฮโรอีน 4 กก. มูลค่ากว่า 60 ล้านบาท สารภาพ รับจ้างขนจากชายแดนภาคเหนือครั้งละ 5 แสน ซัดทอด ใบสั่งคุก
เมื่อวันที่ 24 ก.ย. ที่ห้องประชุมตำรวจภาค 2 พล.ต.ท.ธเนตร์ พิณเมืองงาม ผบช.ภ.2 พร้อมด้วย พล.ต.ต.สุรพล วิรัตน์โยสินทร์ รอง ผบช.ภ.2 พล.ต.ต.ธีรพล จินดาหลวง ผบก.ภ.จว.ฉะเชิงเทรา และ นายไกรเลิศ ดาวเรือง ผู้อำนวยการส่วนบังคับใช้กฎหมาย ปปส.ภ.2 แถลงข่าวจับกุม นายธนภัทร ทองศิริภักดี อายุ 33 ปี ชาวไทยภูเขาเผ่าลีซอ สัญชาติไทย อยู่บ้านเลขที่ 99 หมุ่ 7 ต.เวียงใต้ อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน ข้อหาครอบครองยาเสพติดเพื่อจำหน่าย พร้อมยาบ้า 300,000 เม็ด เฮโรอีน 4 กิโลกรัม กระเป๋าเดินทางสีดำขนาดใหญ่กับขนาดเล็ก 2 ใบ กระเป๋าเป้สีดำ 1 ใบ และรถยนต์โตโยต้า วีออส สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน ชม 3647 กทม. 1 คัน
เนื่องจากชุดสืบสวน ภ.จว.ฉะเชิงเทรา จับกุมนักค้ายาเสพติดรายย่อยใน จ.ฉะเชิงเทรา และจังหวัดใกล้เคียง จากนั้นสืบทราบว่า เครือข่ายค้ายาเสพติดรายใหญ่ในภาคตะวันออก นำยาเสพติดเข้ามาพักไว้ในพื้นที่ กทม. เพื่อรอนำออกจำหน่ายให้เอเย่นต์ภาคตะวันออกต่อไป
ต่อมา พ.ต.ท.พิศาล ลิ้มมณี รอง ผกก.สส. หน.ชุดปฏิบัติการปราบปรามยาเสพติด ภ.จว.ฉะเชิงเทรา พร้อมด้วย พ.ต.ท.อรรถการ กองสุผล รอง ผกก.สส.ภ.จว.ฉะเชิงเทรา และ พ.ต.ท.ปวริศร์ จรณายุธ สว.สส.ภ.จว.ฉะเชิงเทรา กับเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งจากสายลับว่า จะมีการนัดหมายส่งมอบยาเสพติดให้กับกลุ่มนักค้ารายใหญ่ในภาคตะวันออก ที่ปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งข้างห้างสรรพสินค้าย่านบางนา ในช่วงเช้าวันที่ 23 ก.ย. 58 โดยคนส่งของจะใช้รถคันดังกล่าวข้างต้นเป็นพาหนะ จึงรายงาน ผบก.ภ.จว.ฉะเชิงเทรา และประชุมวางแผนเพื่อจับกุม
...
กระทั่งวันนัดหมายชุดสืบสวนเดินทางไปดักซุ่มรอจับกุม พบผู้ต้องหาขับรถยนต์มาชะลอที่ปากทางเข้าปั๊มน้ำมันก่อนขับรถผ่านไปเพื่อหลบหนี จึงรีบไล่ติดตามและขับรถปาดหน้าบังคับให้จอด ตรวจค้นพบยาบ้า 40,000 เม็ด บรรจุเป็นมัดอยู่ในกระเป๋าเป้สะพายสีดำ จากนั้นไปค้นห้องเช่าในซอยอุดมสุข 45 แขวงบางจาก เขตพระโขนง กทม. พบกระเป๋าเดินทางสีดำ 2 ใบ ภายในมียาบ้า 260,000 เม็ด และอีกใบเล็กเป็นเฮโรอีน 8 ถุง ถุงละครึ่งกิโลกรัม รวมน้ำหนัก 4 กิโลกรัม ซึ่งมีมูลค่ารวมประมาณ 64 ล้านบาท จึงยึดไว้พร้อมกับรถของกลาง
จากการสอบสวน นายธนภัทร ให้การรับสารภาพว่ารับจ้างขนยาเสพติดจากตามแนวชายแดนทางภาคเหนือครั้งละ 500,000 บาท โดยรับคำสั่งจากชายไม่ทราบชื่อ ซึ่งถูกจับคดีค้ายาเสพติดและถูกคุมขังที่เรือนจำแห่งหนึ่งในภาคตะวันออก
ทั้งนี้ ผบช.ภ.2 ได้สั่งให้ชุดจับกุมเร่งขยายผลเพื่อจับกุมมาดำเนินคดี แต่ถ้าหากคนว่าจ้างเป็นผู้ต้องขังอยู่ในเรือนจำจริง ก็จะประสานเรือนจำที่ผู้ต้องหาอ้างถึงเพื่อขอจับกุมและขอเพิ่มโทษต่อไป หลังแถลงข่าวเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมผู้ต้องหาพร้อมของกลางมอบให้เจ้าหน้าที่ ปปส.ภ.2 รับดำเนินคดีต่อไป.